ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนากระบวนการบริหารเพื่อส่งเสริมคุณภาพการศึกษาโรงเรียนเทศบาลบ้านไผ่

บทคัดย่อ

ชื่อเรื่อง การพัฒนากระบวนการบริหารเพื่อส่งเสริมคุณภาพการศึกษาโรงเรียนเทศบาลบ้านไผ่

ผู้วิจัย นายประยุทธ์ ชัยพัฒนเวช ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสถานศึกษา

วิทยฐานะ รองผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ

สถานศึกษา โรงเรียนเทศบาลบ้านไผ่ สังกัดเทศบาลเมืองบ้านไผ่ อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น

ปีการศึกษา 2567

การวิจัยและพัฒนาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาสภาพก่อนดำเนินงาน (2) ศึกษาการสร้างและพัฒนากระบวนการบริหารเพื่อส่งเสริมคุณภาพการศึกษา (3) ศึกษาผลการใช้กระบวนการบริหารเพื่อส่งเสริมคุณภาพการศึกษา และ (4) ประเมินการพัฒนากระบวนการบริหารเพื่อส่งเสริมคุณภาพการศึกษาโรงเรียนเทศบาลบ้านไผ่ ซึ่งกระบวนการพัฒนาได้ดำเนินงานตามวงจรคุณภาพ PDCA คือ การเตรียมการ การปฏิบัติงาน การตรวจสอบผล และการปรับปรุงแก้ไข ประยุกต์เข้ากับรูปแบบการปฏิบัติที่เป็นระบบ (CLIP) โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากประชากรครู 40 คน และนักเรียน 335 คน รวมจำนวน 375 คน และส่วนข้อมูลแบบสอบถามกลุ่มตัวอย่างด้วยวิธีอย่างง่าย โดยกำหนดจำนวนตามตารางเครจซี่ และมอร์แกน คือ ครู นักเรียน และผู้ปกครอง รวม 400 คน ด้วยวิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้นครูและนักเรียน และเลือกแบบเจาะจงผู้ปกครอง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบรายงานข้อมูล แบบสัมภาษณ์ แบบสังเกต และแบบสอบถาม รวมจำนวน 7 ฉบับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่า t พบว่า

1. สภาพก่อนดำเนินงาน คือ (1) ด้านนักเรียน มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับสารเสพติด และสิ่งมอมเมา มีพฤติกรรมเสี่ยงมากที่สุด คือ ปัญหาจากครอบครัว ร้อยละ 15.25 รองลงมา คือ ปัญหาด้านจิตใจ/พฤติกรรม ร้อยละ 14.93 โดยนักเรียนส่วนใหญ่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนค่อนข้างต่ำ คือ ปีการศึกษา 2566 นักเรียนมีเกรดเฉลี่ยเท่ากับ 2.19 ติด 0, ร, มส ร้อยละ 13.82 รวมทั้งนักเรียนมีนิสัยไม่รักการเรียนรู้ และโรงเรียนขาดแหล่งเรียนรู้ภายใน (2) ด้านครู พบว่า ไม่ได้รับการพัฒนาด้านการเรียนการสอน ขาดการพัฒนาแผนจัดการเรียนรู้ สื่อ เครื่องมือวัดผลประเมินผล ขาดทักษะการจัดกิจกรรมที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และ (3) ด้านผู้บริหาร พบว่า โรงเรียน ขาดการจัดโครงสร้างบริหารที่เป็นระบบ ขาดกลยุทธ์หรือเทคนิคการบริหารที่เหมาะสม ขาดการทำงานเป็นทีมและการมีส่วนร่วมของครู และขาดการนิเทศติดตามแผนงาน

2. การพัฒนาคุณภาพด้านผู้เรียน ได้รับการพัฒนา คือ

2.1 การจัดกิจกรรมการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ทำให้นักเรียนที่มีคุณลักษณะที่ไม่พึงประสงค์ด้านการเรียนที่เป็นกลุ่มเสี่ยง/มีปัญหาลดลง คือ กลุ่มเสี่ยง/มีปัญหาด้านการเรียน ลดลงร้อยละ 25.08 มีความสามารถพิเศษเพิ่มขึ้นร้อยละ 24.22 ปัญหาด้านร่างกาย ลดลงร้อยละ 11.64 ปัญหาด้านจิตใจ/พฤติกรรม ลดลงร้อยละ 36.69 โดยรวมนักเรียนที่มีพฤติกรรมเหมาะสม โดยไม่เกี่ยวข้องกับสารเสพติด ร้อยละ 99.10 ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 95 รวมทั้งการดำเนินงานดูแลช่วยเหลือนักเรียนหลังดำเนินงาน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก และมากกว่าก่อนการพัฒนา อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

2.2 การจัดกิจกรรมลดปัญหานักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ เมื่อสิ้นปี

นักเรียนมีผลการเรียนเฉลี่ยตั้งแต่ 2.75 ขึ้นไป ร้อยละ 86.87 ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 80 ทุกระดับชั้น

โดยหลังดำเนินงานซึ่งครู นักเรียน และผู้ปกครอง มีความคิดเห็นว่า เหมาะสมอยู่ในระดับมาก และเหมาะสมมากกว่าก่อนดำเนินงาน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

2.3 การจัดกิจกรรมพัฒนาห้องสมุดและแหล่งเรียนรู้อื่น ๆ โรงเรียนได้พัฒนางานห้องสมุดทั้งด้านวัสดุ สารนิเทศ และบุคลากร มีความเหมาะสมตรงตามเกณฑ์มาตรฐานห้องสมุดโรงเรียนขนาดกลาง โดยนักเรียนใช้บริการห้องสมุดและแหล่งเรียนรู้อื่น ๆ เพิ่มขึ้นจากภาคเรียนที่ 1 ถึงภาคเรียนที่ 2 ตามลำดับ โดยดำเนินงานนักเรียนและครูมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก และมากกว่าก่อนดำเนินงาน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

3. การพัฒนาคุณภาพด้านครู ก่อนพัฒนา ครูสอนไม่ตรงวิชาเอก/วิชาที่ไม่ถนัดมากที่สุด ร้อยละ 50 รองลงมา คือ ได้รับการประชุมเชิงปฏิบัติการเพียงร้อยละ 42.50 โดยผลการพัฒนาเรียงจากภาคเรียนที่ 1-2 คือ (1) การอบรมสัมมนา เฉลี่ยคนละ 11.69 และ 14.63 ชั่วโมง (2) การประชุมเชิงปฏิบัติการ เฉลี่ยคนละ 12 และ 24 ชั่วโมง ผ่านเกณฑ์ 20 ชั่วโมงต่อภาคเรียน (3) การสร้างแผนการจัดการเรียนรู้ เฉลี่ยคนละ 1.88 และ 4.16 แผน โดยภาคเรียนที่ 2 ครบ

ทุกรายวิชา ผ่านเกณฑ์ในภาคเรียนที่ 2 (4) การผลิตสื่อการเรียนรู้ เฉลี่ยคนละ 4.39 และ 6.11 ชิ้น ผ่านเกณฑ์คนละ 4 ชิ้นต่อภาคเรียน (5) การสร้างเครื่องมือวัดผลประเมินผล เฉลี่ยคนละ 4.76 และ 6.26 ประเภท ผ่านเกณฑ์คนละ 4 ประเภทต่อภาคเรียน (6) การนิเทศภายใน เฉลี่ยคนละ 4 และ 8 ครั้ง ผ่านเกณฑ์คนละ 4 ครั้งต่อภาคเรียน โดยหลังดำเนินงาน ครูมีความคิดเห็นว่ากิจกรรมพัฒนาเหมาะสมอยู่ในระดับมาก นักเรียนมีความคิดเห็นว่า เหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด และครู และนักเรียน มีความคิดเห็นว่า หลังดำเนินงานมีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเหมาะสมมากกว่าก่อนดำเนินงาน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

4. การพัฒนาคุณภาพด้านผู้บริหาร มีการพัฒนา คือ (1) จัดโครงสร้างการบริหารตามแบบนิติบุคคล 4 กลุ่มงาน (2) จัดทีมงานรับผิดชอบโครงการที่มอบหมายให้ครูทุกคนร่วมกันเป็นทีมงาน ทีมละ 3-5 คน (3) นิเทศติดตามงานแต่ละโครงการ โครงการละ 3 ครั้ง ผ่านเกณฑ์พัฒนาทั้ง 3 กิจกรรม โดยครูมีควา,คิดเห็นว่า หลังการดำเนินงานด้านการบริหารมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก และเหมาะสมมากกว่าก่อนดำเนินงาน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

โพสต์โดย รองประยุทธ์ : [10 ก.พ. 2569 (16:32 น.)]
อ่าน [80] ไอพี : 180.180.36.95
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 13,897 ครั้ง
"ราชบัณฑิตยสภา"
"ราชบัณฑิตยสภา"

เปิดอ่าน 17,229 ครั้ง
4 ความผิดพลาดทางการเงิน ที่นักศึกษาพึงระวัง!!
4 ความผิดพลาดทางการเงิน ที่นักศึกษาพึงระวัง!!

เปิดอ่าน 20,936 ครั้ง
ตามไปดูการศึกษานอกหลักสูตร : จับตามองครูในศตวรรษที่ 21 "ครูหัวใจสะเต็ม"
ตามไปดูการศึกษานอกหลักสูตร : จับตามองครูในศตวรรษที่ 21 "ครูหัวใจสะเต็ม"

เปิดอ่าน 61,649 ครั้ง
ประวัติ....ซานตาคลอส
ประวัติ....ซานตาคลอส

เปิดอ่าน 16,810 ครั้ง
ปลุกสมองตื่นตัวด้วย
ปลุกสมองตื่นตัวด้วย 'มื้อเช้า'

เปิดอ่าน 16,933 ครั้ง
ทำความรู้จักโครงการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ (PISA)
ทำความรู้จักโครงการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ (PISA)

เปิดอ่าน 28,464 ครั้ง
"ประกาศสงกรานต์" ปี 2556
"ประกาศสงกรานต์" ปี 2556

เปิดอ่าน 15,427 ครั้ง
คู่มือหาความสุข
คู่มือหาความสุข

เปิดอ่าน 13,843 ครั้ง
รักษาอาการท้องเสียด้วยฝรั่ง
รักษาอาการท้องเสียด้วยฝรั่ง

เปิดอ่าน 10,396 ครั้ง
ฟรีแวร์สำหรับแสดงและแก้ไขรูปภาพ
ฟรีแวร์สำหรับแสดงและแก้ไขรูปภาพ

เปิดอ่าน 15,093 ครั้ง
อาการแบบนี้...พบหมอด่วน
อาการแบบนี้...พบหมอด่วน

เปิดอ่าน 9,796 ครั้ง
ตอนนี้สามารถรับประทานเนื้อหมู ได้อย่างปลอดภัยหรือไม่
ตอนนี้สามารถรับประทานเนื้อหมู ได้อย่างปลอดภัยหรือไม่

เปิดอ่าน 94,320 ครั้ง
ADSL คืออะไร?
ADSL คืออะไร?

เปิดอ่าน 9,642 ครั้ง
ออกัสตา แอดา ไบรอน (Augusta Ada Byron) นักคณิตศาสตร์หญิงของโลก
ออกัสตา แอดา ไบรอน (Augusta Ada Byron) นักคณิตศาสตร์หญิงของโลก

เปิดอ่าน 11,861 ครั้ง
คู่มือการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน
คู่มือการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน

เปิดอ่าน 17,667 ครั้ง
การพิจารณาค่าความจริง (Truth value)
การพิจารณาค่าความจริง (Truth value)
เปิดอ่าน 13,420 ครั้ง
โรค Computer Syndrome
โรค Computer Syndrome
เปิดอ่าน 13,103 ครั้ง
นักเขียนไทยเจ๋ง คว้าแชมป์การ์ตูนนานาชาติ
นักเขียนไทยเจ๋ง คว้าแชมป์การ์ตูนนานาชาติ
เปิดอ่าน 130,119 ครั้ง
เตือนข้าราชการ นอกใจ มีชู้ มีกิ๊ก โดนโทษวินัย โทษมีตั้งแต่ตัดเงินเดือนจนถึงไล่ออก
เตือนข้าราชการ นอกใจ มีชู้ มีกิ๊ก โดนโทษวินัย โทษมีตั้งแต่ตัดเงินเดือนจนถึงไล่ออก
เปิดอ่าน 96,765 ครั้ง
การใช้ปุ๋ยไนโตรเจนอย่างพอเหมาะกับพืช
การใช้ปุ๋ยไนโตรเจนอย่างพอเหมาะกับพืช

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ