ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสร้างหนังสือเล่มเล็กและกลวิธีการกำกับตนเอง เพื่อพัฒนาความสามารถในการเขียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
ผู้วิจัย นางฟ้าชนนา ตีทอง
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนปราสาท
ปีที่วิจัย 2567
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมาย ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐาน สภาพปัจจุบัน และสภาพปัญหาในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสร้างหนังสือเล่มเล็กและกลวิธีการกำกับตนเอง เพื่อพัฒนาความสามารถในการเขียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 2) เพื่อพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสร้างหนังสือเล่มเล็กและกลวิธีการกำกับตนเอง เพื่อพัฒนาความสามารถในการเขียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสร้างหนังสือเล่มเล็กและกลวิธีการกำกับตนเอง เพื่อพัฒนาความสามารถในการเขียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 และ 4) เพื่อประเมินรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสร้างหนังสือเล่มเล็กและกลวิธีการกำกับตนเอง เพื่อพัฒนาความสามารถในการเขียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ผู้วิจัยใช้รูปแบบการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) แบ่งการวิจัย เป็น 4 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน สภาพปัจจุบัน และสภาพปัญหา กลุ่มตัวอย่าง คือ ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย จำนวน 10 คน ขั้นตอนที่ 2 การสร้างและตรวจสอบรูปแบบโดยผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน ขั้นตอนที่ 3 การทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ และขั้นตอนที่ 4 การประเมินรูปแบบการจัดการเรียนรู้ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1 ที่เรียนในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 โรงเรียนปราสาท อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 จำนวน 17 คน ได้มาโดยการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยการสุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) แบบวิเคราะห์เอกสารเพื่อการวิจัย 2) แบบบันทึกประเด็น การสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion) 3) คู่มือการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ 4) แผนการจัด การเรียนรู้ 5) แบบประเมินความสามารถในการเขียน 6) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และ 7) แบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบ t-test และการวิเคราะห์เนื้อหา (Content analysis)
ผลการวิจัยพบว่า
1. ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐาน สภาพปัจจุบัน และสภาพปัญหาในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสร้างหนังสือเล่มเล็กและกลวิธีการกำกับตนเอง เพื่อพัฒนาความสามารถในการเขียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 พบว่า สภาพปัจจุบันครูจัดการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาความสามารถในการเขียน ในระดับมาก โดยเฉพาะด้านการจัดกิจกรรมฝึกเขียน แต่จัดกิจกรรมการเรียนการสอนเน้นการเขียนตามแบบ เขียนตามคำบอก เขียนเรียงความแบบตายตัว มากกว่าการเขียนสร้างสรรค์ สภาพปัญหา อยู่ในระดับมาก นักเรียนขาดทักษะพื้นฐานในการอ่านและสะกดคำ ทำให้ไม่สามารถเขียนได้ถูกต้อง มีคลังคำศัพท์น้อย ขาดความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการเขียนตามจินตนาการ ทำให้เขียนได้น้อยและไม่สามารถขยายความได้ ขาดความมั่นใจในการเขียน ไม่กล้าแสดงความคิดเห็น และครูมีความต้องการให้มีการพัฒนาด้านกระบวนการจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาความสามารถในการเขียน ในระดับมาก
2. ผลการพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสร้างหนังสือเล่มเล็กและกลวิธีการกำกับตนเอง เพื่อพัฒนาความสามารถในการเขียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มี 5 องค์ประกอบ คือ 1) หลักการ 2) วัตถุประสงค์ 3) กระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 4) การวัดประเมินผล และ 5) เงื่อนไขความสำเร็จ ในองค์ประกอบที่ 3 กระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ มี 5 ขั้นตอน ใช้ชื่อตามตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวแรก คือ RAAEH Model ประกอบด้วย ขั้นที่ 1 ทบทวนความเข้าใจ (Review) ขั้นที่ 2 ใส่ใจข้อตกลง (Agreement) ขั้นที่ 3 ลงมือปฏิบัติ (Act) ขั้นที่ 4 วัดประเมินผล (Evaluation) และขั้นที่ 5 สืบค้นเป็นการบ้าน (Homework) ผลการตรวจสอบความเหมาะสมของรูปแบบโดยผู้เชี่ยวชาญ พบว่า มีความเหมาะสมในระดับมากที่สุด และผลการหาประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ พบว่า มีประสิทธิภาพ (E1/E2) เท่ากับ 82.47/80.83 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์กว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 80/80
3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสร้างหนังสือเล่มเล็ก และกลวิธีการกำกับตนเอง เพื่อพัฒนาความสามารถในการเขียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 สรุปได้ดังนี้
3.1 นักเรียนมีความสามารถในการเขียนหลังเรียน อยู่ในระดับ ดี มีคะแนนเฉลี่ย 16.05 คิดเป็นร้อยละ 89.14
3.2 นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
4. ผลประเมินรูปแบบการจัดการเรียนรู้ พบว่า ภายหลังการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสร้างหนังสือเล่มเล็กและกลวิธีการกำกับตนเอง เพื่อพัฒนาความสามารถในการเขียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียน อยู่ในระดับพึงพอใจมากที่สุด ( x̄= 4.56, S.D. = 0.51)