เรื่อง การพัฒนารูปแบบบทบาทตามหลักธรรมาภิบาล สนับสนุนการบริหารงานวิชาการ ที่มีผลต่อการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สู่คุณภาพการดำรงชีวิต อย่างมีสุขในศตวรรษที่ 21 โรงเรียนคุรุราษฎร์วิทยา ปีการศึกษา 2566
ผู้วิจัย ไพบูลย์ รินทะจักร
ปีการศึกษา 2566
บทคัดย่อ
การพัฒนารูปแบบบทบาทตามหลักธรรมาภิบาล สนับสนุนการบริหารงานวิชาการ ที่มีผลต่อการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สู่คุณภาพการดำรงชีวิตอย่างมีสุขในศตวรรษที่ 21 โรงเรียนคุรุราษฎร์วิทยา ปีการศึกษา 2566 มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษารูปแบบบทบาทตามหลักธรรมาภิบาล สนับสนุนการบริหารงานวิชาการ เพื่อศึกษาการบริหารงานวิชาการ ที่มีผลต่อการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เพื่อเปรียบเทียบระดับการปฏิบัติงานของครูต่อการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สู่คุณภาพการดำรงชีวิตอย่างมีสุขในศตวรรษที่ 21 เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้เรียน ครู คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและผู้ปกครองที่มีต่อคุณภาพการดำรงชีวิตอย่างมีสุขในศตวรรษที่ 21 โรงเรียนคุรุราษฎร์วิทยา ปีการศึกษา 2566 ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 15 คน ครู จำนวน 14 คน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 และมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 จำนวน 180 คนและผู้ปกครองของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 และมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 จำนวน 180 คนโรงเรียนคุรุราษฎร์วิทยา หมู่ 3 ตำบลกวางโจน อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2 รวมประชากร 389 คน เครื่องมือที่ใช้ใน การวิจัยประกอบด้วย 1) แบบสอบถามเกี่ยวกับรูปแบบบทบาทตามหลักธรรมาภิบาล สนับสนุน การบริหารงานวิชาการ มีจำนวนข้อคำถาม 42 ข้อ 2) แบบสอบถามเกี่ยวกับการบริหารงานวิชาการ ที่มีผลต่อการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) จำนวนข้อคำถาม 46 ข้อ 3) แบบสอบถามเกี่ยวกับระดับการปฏิบัติงานของครูต่อการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สู่คุณภาพการดำรงชีวิตอย่างมีสุขในศตวรรษที่ 21 มีจำนวนข้อคำถาม 23 ข้อ 4) แบบสอบถามความพึงพอใจของผู้เรียน ครู คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและผู้ปกครองที่มีต่อคุณภาพการดำรงชีวิตอย่างมีสุขในศตวรรษที่ 21 โรงเรียนคุรุราษฎร์วิทยา ปีการศึกษา 2566 มีประเด็นคำถามลักษณะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 จำนวน 15 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิจัย การหาความเชื่อมั่น ของแบบสอบถาม โดยวิธีหาค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (IOC) หาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟ่า (Alpha Coefficient) ตามวิธี ครอนบาค (Cronbach) สถิติค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (x̄) ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) และการทดสอบค่าที (T-test dependent) การเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่างหนึ่งกลุ่ม
ผลการวิจัยพบว่า
1. ผลการวิจัยการพัฒนารูปแบบบทบาทตามหลักธรรมาภิบาล โดยภาพรวมอยู่ในระดับ มากที่สุด (x̄ =4.54, S.D.=0.50) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน เมื่อเรียงลำดับจากด้านที่มีค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย พบว่า ด้านหลักการมีส่วนร่วม มีคะแนนเฉลี่ยมากที่สุด ( x̄=4.59, S.D.=0.49) รองลงมา คือ ด้านหลักคุณธรรม และด้านหลักความรับผิดชอบ ที่มีค่าเฉลี่ยเท่ากัน (x̄ =4.55, S.D.=0.50) ตามด้วย 2 ด้านที่มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากัน คือ ด้านหลักความโป่รงใส และด้านหลักความคุ้มค่า ( x̄=4.54, S.D.=0.50) และด้านหลักนิติธรรม (x̄=4.50, S.D.=0.50) ตามลำดับ เป็นไปตามสมมติฐานข้อที่ 1
2. ผลการวิเคราะห์การบริหารงานวิชาการ ที่มีผลต่อการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) โดยภาพรวมอยู่ในระดับ มากที่สุด (x̄=4.55, S.D.=0.50) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน เรียงลำดับจากด้านที่มีค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย พบว่า ด้านการพัฒนาระบบการประกันคุณภาพภายในและมาตรฐานการศึกษา มีคะแนนเฉลี่ยมากที่สุด (x̄=4.61, S.D.=0.49) รองลงมาคือ ด้านการแนะแนวและการนิเทศ (x̄ =4.57, S.D.=0.50) ด้านการคัดเลือกหนังสือ แบบเรียนการใช้สื่อเทคโนโลยี และการพัฒนาส่งเสริมแหล่งเรียนรู้ (x̄=4.56, S.D.=0.50) ด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาในสถานศึกษา และด้านการมีส่วนร่วม และการสร้างความเข้มแข็งทางวิชาการ ทั้ง 2 ด้านมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากัน (x̄=4.55, S.D.=0.50) ด้านการบริหารจัดการหลักสูตร และด้านการจัดทำระเบียบแผนงานวิชาการ ทั้ง 2 ด้านมีคะแนนเฉลี่ยน้อยที่สุดเท่ากัน (x̄ =4.54, S.D.=0.50) ตามลำดับ เป็นไปตามสมมติฐานข้อที่ 2
3. ผลการวิเคราะห์การเปรียบเทียบระดับการปฏิบัติงานของครูต่อการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สู่คุณภาพการดำรงชีวิตอย่างมีสุขในศตวรรษที่ 21 พบว่า ก่อนการวิจัยอยู่ในระดับปานกลางมีค่าเฉลี่ย (x̄ ) เท่ากับ 3.44 มีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เท่ากับ 0.50 และหลังการศึกษาอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย (x̄) เท่ากับ 4.64 มีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เท่ากับ 0.48 อีกทั้งระดับการปฏิบัติงานของครูต่อการเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ที่มีผลต่อคุณภาพผู้เรียน หลังการวิจัยสูงกว่าก่อนการวิจัย อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p ≤ 0.05) เป็นไปตามสมมติฐานข้อ 3
4. ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจของผู้เรียน ครู คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและผู้ปกครองที่มีต่อคุณภาพการดำรงชีวิตอย่างมีสุขในศตวรรษที่ 21 โรงเรียนคุรุราษฎร์วิทยา ปีการศึกษา 2566 อยู่ในระดับความพึงพอใจมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย (x̄) เท่ากับ 4.68 มีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เท่ากับ 0.47 เป็นไปตามสมมติฐาน ข้อที่ 4