📘 รายงานการวิจัย เรื่อง การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาตามหลักสุนทรียะทักษะโดยใช้ 3P-KUROD MODEL เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านอาชีพอย่างมีสุนทรียศาสตร์ของผู้เรียนโรงเรียนบ้านคุรอด
👨‍🏫 ผู้วิจัย : นายประยูร แทนบุญ
📅 ปีที่วิจัย : พ.ศ. 25672568
ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาตามหลักสุนทรียะทักษะโดยใช้
3P-KUROD MODEL เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านอาชีพอย่างมีสุนทรียศาสตร์
ของผู้เรียนโรงเรียนบ้านคุรอด
ชื่อผู้วิจัย นายประยูร แทนบุญ
ปีที่วิจัย 2567-2568
บทคัดย่อ
การวิจัยเรื่องการพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาตามหลักสุนทรียะทักษะโดยใช้ 3P-KUROD MODEL เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านอาชีพอย่างมีสุนทรียศาสตร์ของผู้เรียนโรงเรียน บ้านคุรอด มีวัตถุประสงค์การวิจัย 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและความต้องการจำเป็นในการบริหารสถานศึกษาตามหลักสุนทรียะทักษะเพื่อเสริมสร้างทักษะด้านอาชีพอย่างมีสุนทรียศาสตร์ของผู้เรียนโรงเรียนบ้านคุรอด 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาตามหลักสุนทรียะทักษะโดยใช้ 3P-KUROD MODEL เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านอาชีพอย่างมีสุนทรียศาสตร์ของผู้เรียนโรงเรียน บ้านคุรอด3) เพื่อนำรูปแบบการบริหารสถานศึกษาตามหลักสุนทรียะทักษะโดยใช้ 3P-KUROD MODEL เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านอาชีพอย่างมีสุนทรียศาสตร์ของผู้เรียนโรงเรียนบ้านคุรอด ไปสู่การปฎิบัติจริง 4) เพื่อศึกษาผลการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาตามหลักสุนทรียะทักษะโดย ใช้ 3P-KUROD MODEL เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านอาชีพอย่างมีสุนทรียศาสตร์ของผู้เรียนโรงเรียนบ้านคุรอด โดยมีขั้นตอนการวิจัย 4 ขั้นตอน
ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาสภาพปัจจุบันและความต้องการจำเป็นในการบริหารสถานศึกษาตามหลักสุนทรียะทักษะเพื่อเสริมสร้างทักษะด้านอาชีพอย่างมีสุนทรียศาสตร์ของผู้เรียนโรงเรียนบ้านคุรอด การศึกษาความคิดเห็นจาก ผู้บริหาร ครู คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมทั้งสิ้น 24 คน โดยใช้แบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับสภาพที่พึงประสงค์และสภาพปัจจุบันของการบริหารโรงเรียนบ้านคุรอดวิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย (Mean) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)และการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)
ขั้นตอนที่ 2 เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาตามหลักสุนทรียะทักษะโดยใช้ 3P-KUROD MODEL เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านอาชีพอย่างมีสุนทรียศาสตร์ของผู้เรียนโรงเรียนบ้านคุรอด กลุ่มประชากร ได้แก่ผู้บริหาร จำนวน 2 คน หัวหน้าฝ่ายทั้ง 4 ฝ่าย ๆ ละ 1 คน จำนวน 4 คน ตัวแทนครู จำนวน 3 คน และตัวแทนคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 5 คน (ไม่นับรวมตัวแทนผู้บริหารและตัวแทนครู) รวมทั้งสิ้น 14 คน โดยยกร่างรูปแบบและคู่มือการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาตามหลักสุนทรียะทักษะโดยใช้ 3P-KUROD MODEL เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านอาชีพอย่างมีสุนทรียศาสตร์ของผู้เรียนโรงเรียนบ้านคุรอด จากการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) และสังเคราะห์ข้อมูล แล้วตรวจสอบคุณภาพร่างรูปแบบและคู่มือการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาตามหลักสุนทรียะทักษะโดยใช้ 3P-KUROD MODEL เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านอาชีพอย่างมีสุนทรียศาสตร์ของผู้เรียนโรงเรียนบ้านคุรอด โดยใช้การสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion) แล้ววิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าเฉลี่ย (Mean) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) และการสังเคราะห์ข้อมูล
ขั้นตอนที่ 3 ผลการนำรูปแบบการบริหารสถานศึกษาตามหลักสุนทรียะทักษะโดยใช้ 3P-KUROD MODEL เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านอาชีพอย่างมีสุนทรียศาสตร์ของผู้เรียนโรงเรียนบ้านคุรอด ไปสู่การปฎิบัติจริง โดยครูโรงเรียนบ้านคุรอด ปีการศึกษา 2567-2568 โดยกลุ่มประชากร ได้แก่ ผู้บริหาร จำนวน 2 คน หัวหน้าฝ่ายทั้ง 4 ฝ่าย ๆ ละ 1 คน จำนวน 4 คน ครู จำนวน 11 คน และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 7 คน (ไม่นับรวมตัวแทนผู้บริหารและตัวแทนครู) นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1-3 จำนวน 43 คน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 จำนวน 144 คน และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 จำนวน 88 คน รวมทั้งสิ้น 299 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบประเมิน สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าเฉลี่ย (Mean) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)
ขั้นตอนที่ 4 ผลการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาตามหลักสุนทรียะทักษะโดยใช้ 3P-KUROD MODEL เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านอาชีพอย่างมีสุนทรียศาสตร์ของผู้เรียนโรงเรียนบ้านคุรอด โดยพิจารณาจากผลงานทักษะด้านอาชีพอย่างมีสุนทรียศาสตร์ของผู้เรียนโรงเรียนบ้านคุรอด
ซึ่งผู้วิจัยเก็บข้อมูลด้วยแบบบันทึก และวิเคราะห์ความพึงพอใจหลังการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาตามหลักสุนทรียะทักษะโดยใช้ 3P-KUROD MODEL เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านอาชีพอย่างมีสุนทรียศาสตร์ของผู้เรียนโรงเรียนบ้านคุรอด จากผู้บริหาร จำนวน 2 คน หัวหน้าฝ่ายทั้ง 4 ฝ่าย ๆ ละ 1 คน จำนวน 4 คนครู จำนวน 11 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 7 คน (ไม่นับรวมตัวแทนผู้บริหารและตัวแทนครู) ผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 จำนวน 68 คน และผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 จำนวน 88 คน (เลือกแบบเจาะจงซึ่งเป็นนักเรียนที่สามารถสื่อสารทำความเข้าใจได้ดี) ผู้ปกครอง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 จำนวน 68 คนและผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 จำนวน 88 คน รวมจำนวนผู้ให้ข้อมูลทั้งสิ้น จำนวน 336 คน ปีการศึกษา 2568 โดยใช้แบบประเมินความพึงพอใจ สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าเฉลี่ย (Mean) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ แบบบันทึกการสนทนากลุ่ม แบบประเมินความถูกต้องตามหลักวิชาการ ความเหมาะสม ความเป็นไปได้และความเป็นประโยชน์ของรูปแบบการบริหารสถานศึกษาตามหลักสุนทรียะทักษะโดยใช้ 3P-KUROD MODEL เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านอาชีพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านคุรอด แบบประเมินคุณภาพคู่มือการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาตามหลักสุนทรียะทักษะโดยใช้ 3P-KUROD MODEL เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านอาชีพของผู้เรียนโรงเรียน บ้านคุรอด แบบประเมินทักษะด้านอาชีพอย่างมีสุนทรียศาสตร์ของผู้เรียนโรงเรียนบ้านคุรอด แบบประเมินทักษะด้านอาชีพอย่างมีสุนทรียศาสตร์ของผู้เรียนที่เกิดขึ้นจากการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาตามหลักสุนทรียะทักษะโดยใช้ 3P-KUROD MODEL เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านอาชีพอย่างมีสุนทรียศาสตร์ของผู้เรียนโรงเรียนบ้านคุรอดแบบประเมินประโยชน์ของรูปแบบการบริหารสถานศึกษาตามหลักสุนทรียะทักษะโดยใช้ 3P-KUROD MODEL เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านอาชีพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านคุรอด แบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อการดำเนินงานตามรูปแบบการบริหารสถานศึกษาตามหลักสุนทรียะทักษะโดยใช้ 3P-KUROD MODEL เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านอาชีพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านคุรอดและแบบประเมินการยอมรับนวัตกรรมจากการเผยแพร่แก่ผู้เกี่ยวข้อง ชื่อนวัตกรรม รูปแบบการบริหารสถานศึกษาตามหลักสุนทรียะทักษะโดยใช้ 3P-KUROD MODEL เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านอาชีพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านคุรอดสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าดัชนีลำดับความสำคัญของความต้องการจำเป็น (PNIModified) และการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ผลการวิจัย พบว่า
1. ผลการศึกษาสภาพปัจจุบันและความต้องการจำเป็นในการบริหารสถานศึกษาตามหลักสุนทรียะทักษะโดยใช้ 3P-KUROD MODEL เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านอาชีพของผู้เรียนโรงเรียนบ้าน
คุรอดจากการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การวิเคราะห์ความต้องการจำเป็นและประชุมผู้เกี่ยวข้อง พบว่า ความต้องการจำเป็นที่โรงเรียนบ้านคุรอด ควรนำไปใช้ในการบริหารสถานศึกษาตามหลักสุนทรียะทักษะโดยใช้ 3P-KUROD MODEL เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านอาชีพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านคุรอด ประกอบด้วย 1) การวางแผน 2) การใช้กระบวนการมีส่วนร่วมในการบริหาร 3) การเป็นผู้บริหารมืออาชีพ 4) การจัดการความรู้ 5) ความเข้าใจและการบูรณาการ 6) การสะท้อนคิดและปรับปรุงพัฒนา 7) การสร้างโอกาสทางอาชีพ 8) การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
2. ผลการพัฒนาและตรวจสอบรูปแบบการบริหารสถานศึกษาตามหลักสุนทรียะทักษะโดยใช้ 3P-KUROD MODEL เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านอาชีพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านคุรอด พบว่า
2.1 ผลการพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาตามหลักสุนทรียะทักษะโดยใช้ 3P-KUROD MODEL เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านอาชีพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านคุรอด ได้รูปแบบการบริหารโดยใช้วงจร PDCA ร่วมกับ 8 องค์ประกอบ ตั้งชื่อตามอักษรตัวหน้าของแต่ละองค์ประกอบเป็น 3P-KUROD เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านอาชีพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านคุรอด โดยมีส่วนที่ 1 คือ วงจร PDCA 1) Plan (การวางแผน) 2) Do (การดำเนินการ) 3) Check (การตรวจสอบ) 4) Act (การปรับปรุง) ส่วนที่ 2 : 3P-KUROD ประกอบด้วยองค์ประกอบ 8 ด้าน คือ 1) การวางแผน 2) การใช้กระบวนการมีส่วนร่วมในการบริหาร 3) การเป็นผู้บริหารมืออาชีพ 4) การจัดการความรู้ 5) ความเข้าใจและการบูรณาการ 6) การสะท้อนคิดและปรับปรุงพัฒนา 7) การสร้างโอกาสทางอาชีพ 8) การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
2.2 ผลการประเมินความถูกต้องตามหลักวิชาการ ความเหมาะสม ความเป็นไปได้และความเป็นประโยชน์ของรูปแบบการบริหารสถานศึกษาตามหลักสุนทรียะทักษะโดยใช้ 3P-KUROD MODEL เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านอาชีพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านคุรอด โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (= 4.78, = 0.18) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ความเป็นไปได้ (= 4.84, = 0.23) รองลงมาคือ ด้านความเหมาะสม (= 4.80, = 0.34) ด้านความถูกต้องตามหลักวิชาการ (= 4.76, = 0.36) และด้านความเป็นประโยชน์ (= 4.74, = 0.11) ตามลำดับ
2.3 คู่มือการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาตามหลักสุนทรียะทักษะโดยใช้ 3P-KUROD MODEL เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านอาชีพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านคุรอด ประกอบด้วย หลักการของรูปแบบ วัตถุประสงค์ของรูปแบบ กระบวนการดำเนินงาน แนวทางการประเมิน เงื่อนไขความสำเร็จ
2.4 ผลการประเมินคุณภาพคู่มือการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาตามหลักสุนทรียะทักษะโดยใช้ 3P-KUROD MODEL เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านอาชีพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านคุรอด โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (= 4.81, = 0.21) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือความสมบูรณ์ของเนื้อหาสาระ (= 4.85, = 0.24) รองลงมาคือ ความถูกต้องตามหลักวิชาการ (= 4.80, = 0.36) และด้านความคิดสร้างสรรค์ (= 4.77, = 0.16) ตามลำดับ
3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาตามหลักสุนทรียะทักษะโดยใช้
3P-KUROD MODEL เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านอาชีพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านคุรอด พบว่า
3.1 การประเมินทักษะด้านอาชีพอย่างมีสุนทรียศาสตร์ของผู้เรียนโรงเรียนบ้านคุรอด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพังงา จำแนกรายชั้น พบว่า ในภาคเรียนที่ 1/2568 ผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีผลการประเมินทักษะด้านอาชีพอย่างมีสุนทรียศาสตร์อยู่ในระดับมากและมีค่าเฉลี่ยสูงกว่าชั้นอื่น ๆ รองลงมาคือชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 และชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ตามลำดับ โดยที่ชั้นอนุบาล 3 มีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าชั้นอื่น ๆ ส่วนในภาคเรียนที่ 2/2568 พบว่า ผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีผลการประเมินทักษะด้านอาชีพอย่างมีสุนทรียศาสตร์อยู่ในระดับมากและมีค่าเฉลี่ยสูงกว่าชั้นอื่น ๆ รองลงมาคือชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 และชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ตามลำดับ โดยที่ชั้นอนุบาล 1 มีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าชั้นอื่น ๆ และเมื่อพิจารณาโดยภาพรวม พบว่า ผู้เรียนมีทักษะด้านอาชีพอย่างมีสุนทรียศาสตร์มีพัฒนาการที่เพิ่มขึ้นทุกระดับชั้น
3.2 การประเมินทักษะด้านอาชีพอย่างมีสุนทรียศาสตร์ของผู้เรียนโรงเรียนบ้านคุรอด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพังงา จำแนกรายทักษะ ภาคเรียนที่ 1/2568 และภาคเรียนที่ 2/2568 พบว่า ผู้เรียนมีทักษะด้านอาชีพอย่างมีสุนทรียศาสตร์มากที่สุดในทักษะการทำงานเป็นทีม รองลงมาคือ ทักษะการแสวงหาความรู้ และทักษะที่มีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าทักษะอื่น ๆ คือ ทักษะการเป็นผู้ประกอบการ และเมื่อพิจารณาโดยภาพรวม พบว่า ผู้เรียนมีพัฒนาการทักษะด้านอาชีพสูงขึ้นทุกทักษะ
3.3 การประเมินทักษะด้านอาชีพอย่างมีสุนทรียศาสตร์ของผู้เรียนที่เกิดขึ้นจากการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาตามหลักสุนทรียะทักษะโดยใช้ 3P-KUROD MODEL เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านอาชีพอย่างมีสุนทรียศาสตร์ของผู้เรียนโรงเรียนบ้านคุรอด ตามความคิดเห็นของผู้เรียน พบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( =4.33, S.D. =0.49) และอยู่ในระดับมากทุกทักษะ และเมื่อพิจารณาเป็นรายทักษะ พบว่า ทักษะที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ทักษะการทำงานเป็นทีม ( =4.42, S.D. =0.50) รองลงมาคือ ทักษะเทคโนโลยีดิจิทัล ( =4.39, S.D. =0.54) ทักษะการจัดการ ( =4.37, S.D. =0.52) ทักษะการแสวงหาความรู้ ( =4.30, S.D. =0.56) ตามลำดับ ส่วนทักษะที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุดคือ ทักษะการเป็นผู้ประกอบการ ( =4.13, S.D. =0.58)
4. ผลการประเมินการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาตามหลักสุนทรียะทักษะโดยใช้
3P-KUROD MODEL เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านอาชีพอย่างมีสุนทรียศาสตร์ของผู้เรียนโรงเรียน
บ้านคุรอด พบว่า
4.1 ผลการประเมินประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาตามหลักสุนทรียะทักษะโดยใช้ 3P-KUROD MODEL เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านอาชีพอย่างมีสุนทรียศาสตร์ของผู้เรียนโรงเรียนบ้านคุรอด พบว่า ครูมีความคิดเห็นอยู่ในระดับมากที่สุด (=4.63, =0.29) ส่วนคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก (= 4.40, = 0.17)
4.2 ผลการประเมินความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้องต่อการดำเนินการตามรูปแบบการบริหารสถานศึกษาตามหลักสุนทรียะทักษะโดยใช้ 3P-KUROD MODEL เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านอาชีพอย่างมีสุนทรียศาสตร์ของผู้เรียนโรงเรียนบ้านคุรอด พบว่า
4.2.1 ครูมีความพึงพอใจต่อการดำเนินงานตามรูปแบบการบริหารสถานศึกษาตามหลักสุนทรียะทักษะโดยใช้ 3P-KUROD MODEL เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านอาชีพอย่างมีสุนทรียศาสตร์ของผู้เรียนโรงเรียนบ้านคุรอด โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.61, S.D. =0.50)
4.2.2 คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีความพึงพอใจต่อการดำเนินการตามรูปแบบการบริหารสถานศึกษาตามหลักสุนทรียะทักษะโดยใช้ 3P-KUROD MODEL เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านอาชีพอย่างมีสุนทรียศาสตร์ของผู้เรียนโรงเรียนบ้านคุรอดอยู่ในระดับมากที่สุด (= 4.65, = 0.43)
4.2.3 ผู้ปกครองมีความพึงพอใจต่อการดำเนินการตามรูปแบบการบริหารสถานศึกษาตามหลักสุนทรียะทักษะโดยใช้ 3P-KUROD MODEL เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านอาชีพอย่างมีสุนทรียศาสตร์ของผู้เรียนโรงเรียนบ้านคุรอดอยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.54, S.D. =0.03)
4.2.4 ผู้เรียนมีความพึงพอใจต่อการดำเนินการตามรูปแบบการบริหารสถานศึกษาตามหลักสุนทรียะทักษะโดยใช้ 3P-KUROD MODEL เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านอาชีพอย่างมีสุนทรียศาสตร์ของผู้เรียนโรงเรียนบ้านคุรอดอยู่ในระดับมาก ( =4.54, S.D. =0.60)
4.3 ผลการศึกษาผลความสำเร็จของการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาตามหลักสุนทรียะทักษะโดยใช้ 3P-KUROD MODEL เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านอาชีพอย่างมีสุนทรียศาสตร์ของผู้เรียนโรงเรียนบ้านคุรอด ปีการศึกษา 2567-2568 สรุปได้ดังนี้
4.3.1 ผลการศึกษาความสำเร็จการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาตามหลักสุนทรียะทักษะโดยใช้ 3P-KUROD MODEL เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านอาชีพอย่างมีสุนทรียศาสตร์ของผู้เรียนโรงเรียนบ้านคุรอด ด้านคุณภาพผู้เรียน พบว่า ร้อยละของจำนวนผู้เรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับ 2.5 ขึ้นไป และจำนวนร้อยละของผู้เรียนที่มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ระดับดีขึ้นไปมีแนวโน้มพัฒนาการดีขึ้น
4.3.2 การใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาตามหลักสุนทรียะทักษะโดยใช้ 3P-KUROD MODEL เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านอาชีพอย่างมีสุนทรียศาสตร์ของผู้เรียนโรงเรียนบ้านคุรอด ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่องทั้งในด้านการออกแบบการจัดการเรียนรู้ การจัดการเรียนการสอนและการจัดชั้นเรียน การวัดและประเมินผลและการนำผลการประเมินไปใช้ครูดำเนินการทุกด้านในแต่ละปีการศึกษามากกว่า 90%
4.3.3 รูปแบบการบริหารสถานศึกษาตามหลักสุนทรียะทักษะโดยใช้ 3P-KUROD MODEL เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านอาชีพอย่างมีสุนทรียศาสตร์ของผู้เรียนโรงเรียนบ้านคุรอด ความดีเด่นของโรงเรียนในด้านการจัดการศึกษาและกิจกรรมต่าง ๆ ที่ได้รับการยอมรับจากชุมชนและสถานศึกษา และต้นสังกัด รวมทั้งเป็นแหล่งการเรียนรู้ แหล่งศึกษาดูงานของหน่วยงานทางการศึกษา ผู้ปกครองและชุมชนอย่างต่อเนี่องในทุกปีการศึกษา
4.4 ผลการประเมินการยอมรับนวัตกรรมจากการเผยแพร่แก่ผู้เกี่ยวข้องชื่อนวัตกรรม รูปแบบการบริหารสถานศึกษาตามหลักสุนทรียะทักษะโดยใช้ 3P-KUROD MODEL เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านอาชีพอย่างมีสุนทรียศาสตร์ของผู้เรียนโรงเรียนบ้านคุรอด พบว่า ผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพังงา มีการยอมรับนวัตกรรมจากการเผยแพร่แก่ผู้เกี่ยวข้องชื่อนวัตกรรม รูปแบบการบริหารสถานศึกษาตามหลักสุนทรียะทักษะโดยใช้ 3P-KUROD MODEL เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านอาชีพอย่างมีสุนทรียศาสตร์ของผู้เรียนโรงเรียนบ้านคุรอดโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.60, S.D. =0.44)