ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

รูปแบบการพัฒนาครูผ่านกระบวนการหนุนเสริมด้วยชุมชน แห่งการเรียนรู้ ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาการอ่านได้ของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองขลุง ๑ (บุรวิทยาคาร) สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองขลุง

ชื่อเรื่อง รูปแบบการพัฒนาครูผ่านกระบวนการหนุนเสริมด้วยชุมชน แห่งการเรียนรู้

ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาการอ่านได้ของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองขลุง ๑

(บุรวิทยาคาร) สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองขลุง

ผู้วิจัย นางสาวหฤทัย ขันเชียง ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสถานศึกษา

สถานศึกษา โรงเรียนเทศบาลเมืองขลุง ๑ (บุรวิทยาคาร)

สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองขลุง อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี

กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย

ปีที่วิจัย ปีการศึกษา 2567

บทคัดย่อ

การวิจัยเรื่อง รูปแบบการพัฒนาครูผ่านกระบวนการหนุนเสริมด้วยชุมชนแห่งการเรียนรู้ทาง

วิชาชีพเพื่ อพัฒ นาการอ่านได้ของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองขลุง ๑ (บุรวิทยาคาร)

สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองขลุง มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐานของรูปแบบการ

พัฒนาครูผ่านกระบวนการหนุนเสริมด้วยชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาการอ่านได้ของ

ผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองขลุง ๑ (บุรวิทยาคาร) สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองขลุง

2) พัฒนารูปแบบการพัฒนาครูผ่านกระบวนการหนุนเสริมด้วยชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อ

พัฒนาการอ่านได้ของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองขลุง ๑ (บุรวิทยาคาร) สังกัดกองการศึกษา เทศบาล

เมืองขลุง 3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบการพัฒนาครูผ่านกระบวนการหนุนเสริมด้วยชุมชนแห่งการเรียนรู้

ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาการอ่านได้ของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองขลุง ๑ (บุรวิทยาคาร) สังกัด

กองการศึกษา เทศบาลเมืองขลุง และ4) เพื่อประเมินคุณภาพรูปแบบการพัฒนาครูผ่านกระบวนการ

หนุนเสริมด้วยชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาการอ่านได้ของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาล

เมืองขลุง ๑ (บุรวิทยาคาร) สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองขลุง มีองค์ประกอบ 5 องค์ประกอบ

ได้แก่ 1) หลักการ 2) จุดมุ่งหมาย 3) เนื้อหา 4) กระบวนการ และ 5) การวัดผลประเมินผล มีรูปแบบ

การพัฒนาครูด้วยกระบวนการหนุนเสริม 5 ขั้นตอน ได้แก่ 1) ขั้นเตรียมการหนุนเสริม 2) ขั้นวางแผน

และตกลงร่วม 3) ขั้นดำเนินการหนุนเสริม 4) ขั้นติดตามสะท้อนแลกเปลี่ยน และ 5) ขั้นประเมินผล

ภายใต้กระบวนการชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ 7 ขั้นตอน ประกอบด้วย ขั้นที่ 1 การรวมกลุ่ม PLC

สร้างทีม ขั้นที่ 2 การวิเคราะห์สภาพปัญหา ขั้นที่ 3 ออกแบบและจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้/

กิจกรรม/นวัตกรรม ขั้นที่ 4 แลกเปลี่ยนเรียนรู้และปรับปรุงแก้ไข ขั้นที่ 5 นำแผนสู่การปฏิบัติ/

สังเกตการสอน ขั้นที่ 6 การสะท้อนผล และขั้นที่ 7 การรายงานผลการดำเนินงาน โดยมีเป้าหมายคือ

พัฒนาคุณภาพผู้เรียน ด้านความสามารถในการอ่านได้และด้านผลสัมฤทธิ์ทางการอ่านของผู้เรียน

มีการดำเนินการ 4 ระยะ ได้แก่

ระยะที่ 1 การศึกษาข้อมูลพื้นฐาน (Analysis ) มีการดำเนินการ 3 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่

1.1 ศึกษาข้อมูลพื้นฐานของการพัฒนาครูในการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมการอ่านของผู้เรียน

โรงเรียนเทศบาลเมืองขลุง ๑ (บุรวิทยาคาร) สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองขลุง โดยศึกษาเอกสาร

และงานวิจัย

ขั้นตอนที่ 1.2 ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์และความต้องการจำเป็นใน

การพัฒนารูปแบบการพัฒนาครูผ่านกระบวนการหนุนเสริมด้วยชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อ

พัฒนาการอ่านได้ของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองขลุง ๑ (บุรวิทยาคาร) สังกัดกองการศึกษา เทศบาล

เมืองขลุง

ขั้นตอนที่ 1.3 ศึกษาแนวทางการพัฒนารูปแบบการพัฒนาครูผ่านกระบวนการหนุน

เสริมด้วยชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาการอ่านได้ของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองขลุง ๑

(บุรวิทยาคาร) สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองขลุง

ระยะที่ 2 การออกแบบและพัฒนา (Design and Development) มีการดำเนินงาน

5 ขั้นตอน ได้แก่

ขั้นตอนที่ 2.1 ยกร่างรูปแบบการพัฒนาครูผ่านกระบวนการหนุนเสริมด้วยชุมชนแห่ง

การเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาการอ่านได้ของผู้เรียนโรงเรียนเทศบาลเมืองขลุง ๑ (บุรวิทยาคาร)สังกัด

กองการศึกษา เทศบาลเมืองขลุง

ขั้นตอนที่ 2.2 การประเมินยืนยันรูปแบบการพัฒนาครูผ่านกระบวนการหนุนเสริม

ด้วยชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาการอ่านได้ของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองขลุง ๑

(บุรวิทยาคาร) สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองขลุง

ขั้นตอนที่ 2.3 ประเมินรูปแบบการพัฒนาครูผ่านกระบวนการหนุนเสริมด้วยชุมชน

แห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาการอ่านได้ของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองขลุง ๑ (บุรวิทยาคาร)

สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองขลุง

ขั้นตอนที่ 2.4 สร้างคู่มือการใช้รูปแบบการพัฒนาครูผ่านกระบวนการหนุนเสริมด้วย

ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาการอ่านได้ของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองขลุง ๑

(บุรวิทยาคาร) สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองขลุง

และขั้นตอนที่ 2.5 ประเมินคู่มือการใช้รูปแบบการพัฒนาครูผ่านกระบวนการหนุน

เสริมด้วยชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาการอ่านได้ของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองขลุง ๑

(บุรวิทยาคาร) สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองขลุง

ระยะที่ 3 การทดลองใช้รูปแบบในสถานศึกษา (Implementation) มีการดำเนินการ

5 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนที่ 3.1 การดำเนินการก่อน (Plan) การใช้รูปแบบในสถานศึกษา ขั้นตอนที่

3.2 การดำเนินการ (Do) ใช้รูปแบบในสถานศึกษา ขั้นตอนที่ 3.3 การนิเทศ กำกับ ติดตามการใช้

รูปแบบการพัฒนาครูผ่านกระบวนการหนุนเสริมด้วยชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาการ

อ่านได้ของผู้เรียนโรงเรียนเทศบาลเมืองขลุง ๑ (บุรวิทยาคาร) สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองขลุง

ขั้นตอนที่ 3.4 การประเมินผลลัพธ์ (Check) และขั้นตอนที่ 3.5 การสะท้อนผล (Action)

ระยะที่ 4 การประเมินคุณภาพของรูปแบบ (Evaluation) มีการดำเนินการ 3 ขั้นตอน

ได้แก่ ขั้นตอนที่ 4.1 การสะท้อนภาพรวมการใช้รูปแบบ การพัฒนาครูผ่านกระบวนการหนุนเสริมด้วย

ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาการอ่านได้ของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองขลุง ๑

(บุรวิทยาคาร) สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองขลุง ขั้นตอนที่ 4.2 การประเมินความถูกต้อง

ครอบคลุม (Accuracy) ความเหมาะสม (Propriety) ความเป็นไปได้(Feasibility) และความเป็น

ประโยชน์(Utility) ของรูปแบบการพัฒนาครูผ่านกระบวนการหนุนเสริมด้วยชุมชนแห่งการเรียนรู้ทาง

วิชาชีพเพื่อพัฒนาการอ่านได้ของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองขลุง ๑ (บุรวิทยาคาร) สังกัด

กองการศึกษา เทศบาลเมืองขลุง และ ขั้นตอนที่ 4.3 การประเมินความพึงพอใจของครูที่มีต่อ

รูปแบบการพัฒนาครูผ่านกระบวนการหนุนเสริมด้วยชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาการ

อ่านได้ของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองขลุง ๑ ( บุรวิทยาคาร) สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองขลุง

เครื่องมือที่ใช้วิจัยได้แก่ คู่มือการใช้รูปแบบการพัฒนาครูผ่านกระบวนการหนุนเสริมด้วยชุมชนแห่ง

การเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาการอ่านได้ของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองขลุง ๑ (บุรวิทยาคาร)

สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองขลุง

ผลการวิจัย พบว่า

1. ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐานของรูปแบบการพัฒนาครูผ่านกระบวนการหนุนเสริมด้วยชุมชน

แห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาการอ่านได้ของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองขลุง ๑ (บุรวิทยาคาร)

สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองขลุง

1.1 ผลจากการศึกษาเอกสาร แนวคิด และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง พบว่า งานวิจัยฉบับนี้มี

รากฐานทางวิชาการที่ครอบคลุมและเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่แนวคิดการพัฒนาครูแบบ

หนุนเสริม แนวคิดการพัฒนาครู แนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning

Community: PLC) แนวคิดเกี่ยวกับการอ่านและการส่งเสริมการอ่าน ตลอดจนแนวคิดและ

กระบวนการพัฒนารูปแบบ รวมถึงตัวแปรสำคัญทั้งด้านครูและผู้เรียนที่นำมาใช้ในการวิจัยภาพรวม

ของเอกสารและงานวิจัยสะท้อนตรงกันว่า การพัฒนาครูในยุคปัจจุบันจำเป็นต้องเปลี่ยนผ่านจาก

แนวทางการบริหารและการนิเทศแบบควบคุมหรือสั่งการจากบนลงล่าง ไปสู่การพัฒนาที่เน้นการ

หนุนเสริม เสริมพลัง และการทำงานร่วมกันอย่างมีความหมาย โดยเฉพาะการพัฒนาครูผ่าน

กระบวนการหนุนเสริมควบคู่กับการใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่ช่วย

ให้ครูเกิดการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริงในห้องเรียน เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การสะท้อนคิดเชิงลึก

และการปรับเปลี่ยนการจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับบริบทและความแตกต่างของผู้เรียนอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ งานวิจัยจำนวนมากชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ความสามารถของครูในการออกแบบแผนการ

จัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการอ่านได้และ

ผลสัมฤทธิ์ทางการอ่านของผู้เรียน การจัดการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นกระบวนการอ่านอย่างมีความหมาย

การพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การอ่านเพื่อความเข้าใจ และการประเมินผลที่สอดคล้องกับกิจกรรม

การเรียนรู้ จะช่วยยกระดับคุณภาพการอ่านของผู้เรียนได้อย่างเป็นระบบ ต่อเนื่อง และยั่งยืน

ขณะเดียวกัน แนวคิดเกี่ยวกับการอ่านและการส่งเสริมการอ่านสะท้อนว่า การอ่านเป็นทักษะพื้นฐานที่มี

ความสำคัญต่อการเรียนรู้ในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และเป็นฐานสำคัญของการพัฒนาทักษะการคิด

การเรียนรู้ด้วยตนเอง และการเรียนรู้ตลอดชีวิต ดังนั้น การส่งเสริมการอ่านจึงควรดำเนินการอย่างเป็น

ระบบ ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง บูรณาการเข้ากับการจัดการเรียนรู้ในชั้นเรียน และอาศัยความร่วมมือ

ของครู ผู้บริหาร และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน อีกประเด็นหนึ่งที่เอกสารและงานวิจัยให้ความสำคัญ

คือ ความพึงพอใจของครูที่มีต่อรูปแบบการพัฒนา ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการประเมิน

ความสำเร็จของรูปแบบในเชิงระบบ เนื่องจากครูเป็นผู้ใช้รูปแบบโดยตรง ความพึงพอใจของครูสะท้อน

ถึงระดับการยอมรับ ความเหมาะสม และความเป็นไปได้ในการนำรูปแบบไปใช้จริง ตลอดจนเป็นปัจจัย

สำคัญที่ส่งผลต่อความต่อเนื่องและความยั่งยืนของการพัฒนาในระยะยาว โดยสรุป ผลการศึกษา

เอกสาร แนวคิด และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การพัฒนารูปแบบการพัฒนาครูผ่าน

กระบวนการหนุนเสริมด้วยชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อพัฒนาความสามารถในการอ่านได้

ของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองขลุง ๑ (บุรวิทยาคาร) สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองขลุง

มีความสอดคล้องกับแนวคิด ทฤษฎี และผลการวิจัยที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นรูปธรรม และเป็นแนวทางที่มี

ศักยภาพในการยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนรู้และคุณภาพผู้เรียนได้อย่างเป็นระบบและยั่งยืน

1.2 ผลการศึกษาองค์ประกอบและตัวบ่งชี้ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนารูปแบบ พบว่า

องค์ประกอบและตัวบ่งชี้สำคัญของการพัฒนาครูในการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาการอ่านได้ของผู้เรียน

โรงเรียนเทศบาลเมืองขลุง ๑ (บุรวิทยาคาร) สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองขลุง ซึ่งครอบคลุม

ทั้งมิติด้านแนวคิด หลักการ กระบวนการดำเนินงาน และผลลัพธ์ที่คาดหวัง โดยองค์ประกอบสำคัญ

ประกอบด้วย หลักการของรูปแบบ กระบวนการพัฒนาครูผ่านกระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทาง

วิชาชีพ (PLC) กระบวนการนิเทศแบบหนุนเสริม การจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน และการวัดและ

ประเมินผลการอ่านของผู้เรียน ตัวบ่งชี้ที่ได้จากการศึกษาสะท้อนให้เห็นความเชื่อมโยงอย่างเป็นระบบ

ระหว่างการพัฒนาครู กระบวนการจัดการเรียนรู้ และผลลัพธ์ด้านการอ่านของผู้เรียน ซึ่งเป็นฐานสำคัญ

ในการกำหนดกรอบแนวคิดเชิงโครงสร้างของรูปแบบการพัฒนาครูในงานวิจัยฉบับนี้

1.3 ผลการสังเคราะห์องค์ประกอบและตัวบ่งชี้ของรูปแบบการพัฒนาครู พบว่า

รูปแบบการพัฒนาครูที่เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนเทศบาลเมืองขลุง ๑ (บุรวิทยาคาร) ควรเป็น

รูปแบบที่บูรณาการการพัฒนาครู การนิเทศ และการจัดการเรียนรู้เข้าไว้ด้วยกัน โดยมีกระบวนชุมชน

แห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อน และใช้กระบวนการหนุนเสริมเป็น

เครื่องมือสำคัญในการพัฒนาครูอย่างต่อเนื่องการสังเคราะห์ในขั้นตอนนี้ยึดหลักความสอดคล้องกับ

บริบทของสถานศึกษา ความเชื่อมโยงระหว่างการพัฒนาครูและผลลัพธ์การอ่านของผู้เรียน และความ

เป็นไปได้ในการนำไปใช้จริง ส่งผลให้ได้องค์ประกอบและตัวบ่งชี้ที่มีความชัดเจน สามารถนำไปใช้เป็น

กรอบในการสร้างเครื่องมือวิจัย และเป็นฐานในการออกแบบรูปแบบการพัฒนาครูในระยะต่อไป

1.4 ผลการตรวจสอบองค์ประกอบและตัวบ่งชี้ที่สังเคราะห์ได้โดยผู้ทรงคุณวุฒิ พบว่า

องค์ประกอบและตัวบ่งชี้ของรูปแบบมีความถูกต้อง ครอบคลุม และสอดคล้องกับแนวคิด ทฤษฎี และ

บริบทของสถานศึกษาอยู่ในระดับสูง

2. ผลการพัฒนารูปแบบการพัฒนาครูผ่านกระบวนการหนุนเสริมด้วยชุมชนแห่งการ

เรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาการอ่านได้ของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองขลุง ๑ (บุรวิทยาคาร) สังกัด

กองการศึกษา เทศบาลเมืองขลุง พบว่า

2.1 ผลการยกร่างรูปแบบการพัฒนาครูผ่านกระบวนการหนุนเสริมด้วยชุมชนแห่งการ

เรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาการอ่านได้ของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองขลุง ๑ (บุรวิทยาคาร) สังกัด

กองการศึกษา เทศบาลเมืองขลุง พบว่า รูปแบบการพัฒนาครูที่ยกร่างขึ้นมีโครงสร้างชัดเจน เป็น

ระบบ มีองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ หลักการ วัตถุประสงค์ เนื้อหา กระบวนการดำเนินงาน และการวัด

และประเมินผล ทั้งนี้ รูปแบบมุ่งเน้นการบูรณาการการพัฒนาครู การนิเทศแบบหนุนเสริม และการ

ดำเนินงานของชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) เข้าไว้ด้วยกัน โดยใช้ปัญหาการอ่านของผู้เรียน

และข้อมูลผลการอ่านเป็นฐานในการวางแผนและปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ รูปแบบที่ยกร่างขึ้นสะท้อน

แนวคิดการพัฒนาครูจากการปฏิบัติจริงในบริบทของสถานศึกษา และมุ่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

พฤติกรรมการสอนของครูอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อส่งผลต่อการพัฒนาการอ่านได้ของผู้เรียนอย่างชัดเจน

2.2 ผลการประเมินยืนยันรูปแบบการพัฒนาครูผ่านกระบวนการหนุนเสริมด้วยชุมชน

แห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาการอ่านได้ของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองขลุง ๑ (บุรวิทยาคาร)

สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองขลุง โดยผู้ทรงคุณวุฒิ พบว่า รูปแบบการพัฒนาครูผ่านกระบวนการ

หนุนเสริมด้วยแห่งชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาการอ่านได้ของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมือง

ขลุง ๑ (บุรวิทยาคาร) สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองขลุง มีความถูกต้อง ครอบคลุม และ

สอดคล้องกับแนวคิด ทฤษฎี และบริบทของโรงเรียนเทศบาลเมืองขลุง ๑ (บุรวิทยาคาร) อยู่ในระดับสูง

ผู้ทรงคุณวุฒิเห็นว่ารูปแบบมีโครงสร้างที่ชัดเจน มีความเชื่อมโยงระหว่างการพัฒนาครู กระบวนการ

จัดการเรียนรู้ และผลลัพธ์ด้านการอ่านของผู้เรียนอย่างเป็นระบบ

2.3 ผลการประเมินรูปแบบการพัฒนาครูผ่านกระบวนการหนุนเสริมด้วยชุมชนแห่ง

การเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาการอ่านได้ของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองขลุง ๑ (บุรวิทยาคาร)

สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองขลุง พบว่า รูปแบบการพัฒนาครูผ่านกระบวนการหนุนเสริมด้วย

ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ได้รับการประเมินด้านความเหมาะสมและความเป็นไปได้อยู่ในระดับมากถึง

มากที่สุดในทุกองค์ประกอบ สะท้อนให้เห็นว่ารูปแบบมีความชัดเจน เข้าใจง่าย สามารถนำไปใช้เป็น

แนวทางในการดำเนินงานจริงในสถานศึกษาได้ การประเมินในขั้นตอนนี้ยืนยันว่า รูปแบบมีความ

สอดคล้องกับบริบทของโรงเรียน มีความยืดหยุ่น สามารถปรับใช้ตามเวลา ทรัพยากร และ

สภาพแวดล้อมของสถานศึกษา และเอื้อต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการสอนของครูอย่างเป็นรูปธรรม

2.4 ผลการสร้างคู่มือการใช้รูปแบบการพัฒนาครูผ่านกระบวนการหนุนเสริมด้วย

ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาการอ่านได้ของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองขลุง ๑

(บุรวิทยาคาร) สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองขลุง พบว่า คู่มือการใช้รูปแบบการพัฒนาครูผ่าน

กระบวนการหนุนเสริมด้วยชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาการอ่านได้ของผู้เรียน โรงเรียน

เทศบาลเมืองขลุง ๑ (บุรวิทยาคาร) สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองขลุง ที่จัดทำขึ้น มีโครงสร้าง

ชัดเจน ครอบคลุมสาระสำคัญของรูปแบบ และอธิบายขั้นตอนการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การ

เตรียมความพร้อม การดำเนินกิจกรรม การนิเทศและหนุนเสริม การติดตามประเมินผล และการ

สะท้อนผลการดำเนินงาน คู่มือดังกล่าวช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าใจแนวคิดและกระบวนการของรูปแบบได้

อย่างถูกต้อง และสามารถนำรูปแบบไปใช้ในทางปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความคลาดเคลื่อนใน

การดำเนินงาน และส่งเสริมให้การใช้รูปแบบเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งองค์กร

2.5 ผลการประเมินคู่มือการใช้รูปแบบการพัฒนาครูผ่านกระบวนการหนุนเสริมด้วย

ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาการอ่านได้ของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองขลุง ๑

(บุรวิทยาคาร) สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองขลุง โดยผู้เชี่ยวชาญ พบว่า คู่มือการใช้รูปแบบ

การพัฒนาครูผ่านกระบวนการหนุนเสริมด้วยชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ มีคุณภาพในระดับมาก

ที่สุดทุกองค์ประกอบ ทั้งด้านความครบถ้วน ความชัดเจน ความเหมาะสม และความเป็นไปได้ในการ

นำไปใช้จริง ผลการประเมินดังกล่าวสะท้อนว่า คู่มือการใช้รูปแบบมีความพร้อมสูง สามารถนำไปใช้เป็น

เครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาครูและการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาการอ่านได้ของผู้เรียนใน

สถานศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการพัฒนาครูผ่านกระบวนการหนุนเสริมด้วยชุมชนแห่งการ

เรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาการอ่านได้ของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองขลุง ๑ (บุรวิทยาคาร)

3.1 ผลการนำรูปแบบการพัฒนาครูผ่านกระบวนการหนุนเสริมด้วยชุมชนแห่งการ

เรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาการอ่านได้ของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองขลุง ๑ (บุรวิทยาคาร) สังกัด

กองการศึกษา เทศบาลเมืองขลุง ไปใช้ในสถานศึกษา พบว่า การนำรูปแบบการพัฒนาครูผ่าน

กระบวนการหนุนเสริมด้วยชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพไปใช้ในสถานศึกษา สามารถดำเนินการได้

อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ครูผู้เข้าร่วมมีความเข้าใจในหลักการ ขั้นตอน และบทบาทของตนเองอย่าง

ชัดเจน โดยเฉพาะบทบาทในการร่วมวางแผน ออกแบบกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ และการแลกเปลี่ยน

เรียนรู้ร่วมกันภายใต้กระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC ) การดำเนินงานในระยะนี้

สะท้อนให้เห็นว่า รูปแบบสามารถปรับใช้ได้จริงในบริบทของโรงเรียน และเอื้อต่อการสร้างบรรยากาศ

การทำงานร่วมกันเชิงวิชาชีพ ส่งผลให้ครูมีความกระตือรือร้นและมีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาอย่าง

ต่อเนื่อง

3.2 ผลการพัฒนาความสามารถของครูในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน พบว่า

หลังการนำรูปแบบไปใช้ ครูมีความสามารถในการออกแบบและจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านได้ของ

ผู้เรียนในระดับสูงขึ้นอย่างชัดเจน ครูสามารถออกแบบแผนการจัดกิจกรรมที่เน้นกระบวนการอ่านอย่าง

มีความหมาย บูรณาการทักษะการคิด การอ่านจับใจความ และการอ่านเชิงวิเคราะห์ รวมทั้งสามารถ

เลือกใช้สื่อและวิธีการประเมินผลที่สอดคล้องกับกิจกรรมการเรียนรู้ ผลดังกล่าวสะท้อนว่า กระบวนการ

หนุนเสริม การนิเทศแบบร่วมมือ และการสะท้อนผลภายใต้กระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทาง

วิชาชีพ (PLC) มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาสมรรถนะทางวิชาชีพของครูอย่างเป็นรูปธรรม

3.3 ผลการพัฒ นาความสามารถในการอ่านได้ของผู้เรียน พบว่า ผู้เรียนมี

ความสามารถในการอ่านได้หลังการเข้าร่วมกิจกรรมที่พัฒนาขึ้นตามรูปแบบ อยู่ในระดับสูงกว่าก่อนการ

ดำเนินกิจกรรมอย่างมีนัยสำคัญ ผู้เรียนมีพัฒนาการด้านความถูกต้อง ความคล่องแคล่ว ความเข้าใจใน

การอ่าน และการนำสาระจากการอ่านไปใช้ได้ดีขึ้น การพัฒนาการอ่านของผู้เรียนสะท้อนถึงคุณภาพ

ของการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และการจัดกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับบริบทและประสบการณ์

ของผู้เรียนอย่างเหมาะสม

3.4 ผลสัมฤทธิ์ทางการอ่านของผู้เรียนหลังการใช้รูปแบบการพัฒนาครูผ่าน

กระบวนการหนุนเสริมด้วยชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาการอ่านได้ของผู้เรียน โรงเรียน

เทศบาลเมืองขลุง ๑ (บุรวิทยาคาร) สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองขลุง พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการ

อ่านของผู้เรียนหลังการใช้รูปแบบการพัฒนาครูผ่านกระบวนการหนุนเสริมด้วยชุมชนแห่งการเรียนรู้

ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาการอ่านได้ของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองขลุง ๑ (บุรวิทยาคาร) สังกัด

กองการศึกษา เทศบาลเมืองขลุง สูงกว่าก่อนการใช้รูปแบบอย่างชัดเจน ผู้เรียนสามารถทำคะแนน

การประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการอ่านได้เพิ่มขึ้น สะท้อนถึงความสามารถในการประยุกต์ใช้ทักษะการอ่าน

เพื่อการเรียนรู้ในสาระต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลดังกล่าวยืนยันว่า การพัฒนาครูผ่าน

กระบวนการหนุนเสริมด้วยชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาเพื่อพัฒนาการอ่านได้ของผู้เรียน โรงเรียน

เทศบาลเมืองขลุง ๑ (บุรวิทยาคาร) สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองขลุง มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับ

ผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนอย่างเป็นระบบ

3.5 ผลการสะท้อนผลและบทเรียนที่ได้จากการใช้รูปแบบจากครูและผู้เกี่ยวข้องพบว่า

รูปแบบการพัฒนาครูผ่านกระบวนการหนุนเสริมด้วยชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาเพื่อพัฒนาการอ่านได้

ของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองขลุง ๑ (บุรวิทยาคาร) สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองขลุง

ช่วยเปลี่ยนมุมมองของครูจากการทำงานแบบแยกส่วนไปสู่การทำงานร่วมกันเชิงระบบ ครูมีความมั่นใจ

ในการทดลองและปรับเปลี่ยนการจัดการเรียนรู้ กล้าแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และใช้ข้อมูลผลการอ่านของ

ผู้เรียนเป็นฐานในการพัฒนาการสอนบทเรียนสำคัญที่ได้คือ การพัฒนาครูจะเกิดผลอย่างแท้จริงเมื่อมี

การหนุนเสริมอย่างต่อเนื่อง มีพื้นที่ปลอดภัยทางวิชาชีพ และมีผู้นำทางวิชาการที่ทำหน้าที่โค้ชและ

พี่เลี้ยงอย่างเป็นระบบ

4. ผลการประเมินคุณภาพรูปแบบการพัฒนาครูผ่านกระบวนการหนุนเสริมด้วยชุมชน

แห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาการอ่านได้ของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองขลุง ๑ (บุรวิทยาคาร)

สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองขลุง พบว่า

4.1 ผลการสะท้อนภาพรวมการใช้รูปแบบการพัฒนาครูผ่านกระบวนการหนุนเสริม

ด้วยชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาการอ่านได้ของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองขลุง ๑

(บุรวิทยาคาร) สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองขลุง พบว่า ภาพรวมของการใช้รูปแบบการพัฒนาครู

ผ่านกระบวนการหนุนเสริมด้วยชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาการอ่านได้ของผู้เรียน

โรงเรียนเทศบาลเมืองขลุง ๑ (บุรวิทยาคาร) สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองขลุง มีความเป็นระบบ

ชัดเจน และสามารถนำไปใช้ได้จริงในบริบทของโรงเรียนเทศบาลเมืองขลุง ๑ (บุรวิทยาคาร) รูปแบบ

ช่วยส่งเสริมให้ครูเกิดการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง มีการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง และเกิดการ

พัฒนาทางวิชาชีพอย่างมีเป้าหมาย การสะท้อนผลจากครูและผู้เกี่ยวข้องแสดงให้เห็นว่า รูปแบบช่วย

เปลี่ยนบทบาทของครูจากผู้ปฏิบัติตามนโยบายไปสู่ผู้ร่วมออกแบบการเรียนรู้ ครูมีความมั่นใจในการจัด

กิจกรรมส่งเสริมการอ่านมากขึ้น และสามารถใช้ข้อมูลผลการอ่านของผู้เรียนเป็นฐานในการปรับปรุงการ

จัดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

4.2 ผลการประเมินคุณภาพของรูปแบบตามเกณฑ์มาตรฐาน โดยผู้เชี่ยวชาญ พบว่า

รูปแบบการพัฒนาครูผ่านกระบวนการหนุนเสริมด้วยชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาการ

อ่านได้ของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองขลุง ๑ (บุรวิทยาคาร) สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองขลุง

มีคุณภาพอยู่ในระดับมากที่สุดทุกด้าน โดยสามารถสรุปผลรายด้านได้ดังนี้ ด้านความถูกต้องและ

ครอบคลุม (Accuracy) พบว่า มีความถูกต้องทางวิชาการ สอดคล้องกับแนวคิด ทฤษฎี และผลการวิจัย

ที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนาครู การจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการอ่าน และ

กระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC ) อย่างเป็นระบบ ด้านความเหมาะสม (Propriety)

พบว่า มีความเหมาะสมกับบริบทของโรงเรียน สอดคล้องกับสภาพการทำงานจริงของครู ไม่ก่อให้เกิด

ภาระงานที่ซ้ำซ้อน และเอื้อต่อการมีส่วนร่วมของครูและผู้บริหาร ด้านความเป็นไปได้ (Feasibility)

พบว่า สามารถนำไปใช้ได้จริงภายใต้ทรัพยากรและเงื่อนไขของโรงเรียน มีขั้นตอนที่ชัดเจน สามารถปรับ

ใช้ได้ตามบริบท และสนับสนุนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและด้านความเป็นประโยชน์ (Utility) พบว่า

รูปแบบก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อครู ผู้เรียน และสถานศึกษา ช่วยยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนรู้

พัฒนาความสามารถในการอ่านได้ของผู้เรียน และเสริมสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ร่วมกันในโรงเรียน

4.3 ผลการประเมินความพึงพอใจของครูที่มีต่อรูปแบบ พบว่า ครูมีความพึงพอใจ

ต่อรูปแบบการพัฒนาครูผ่านกระบวนการหนุนเสริมด้วยชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาการ

อ่านได้ของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองขลุง ๑ (บุรวิทยาคาร) สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองขลุง

อยู่ในระดับมากที่สุดในทุกด้าน ครูเห็นว่ารูปแบบมีความชัดเจน เข้าใจง่าย สามารถนำไปใช้ได้จริง และ

ช่วยพัฒนาความสามารถในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านได้อย่างเป็นรูปธรรม ความพึงพอใจของครู

ยังสะท้อนถึงการยอมรับรูปแบบในเชิงวิชาชีพ ความเชื่อมั่นในประสิทธิผลของรูปแบบ และความพร้อม

ในการนำรูปแบบไปใช้ต่อเนื่องหรือขยายผลสู่ระดับกลุ่มสาระหรือทั้งโรงเรียนในอนาคต

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร

การวิจัยเรื่อง การพัฒนารูปแบบการพัฒนาครูผ่านกระบวนการหนุนเสริมด้วยชุมชนแห่งการ

เรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาการอ่านได้ของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองขลุง ๑ (บุรวิทยาคาร)

สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองขลุง มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการพัฒนาครูผ่านกระบวนการ

หนุนเสริมด้วยชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาการอ่านได้ของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมือง

ขลุง ๑ (บุรวิทยาคาร) สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองขลุง ที่เหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษา

สามารถนำไปใช้ได้จริง และส่งผลต่อการพัฒนาความสามารถในการอ่านได้และผลสัมฤทธิ์ทางการอ่าน

ของผู้เรียนอย่างเป็นระบบและยั่งยืน โดยดำเนินการวิจัยตามกระบวนการวิจัยและพัฒนา (Research

and Development) แบ่งออกเป็น 4 ระยะหลัก ผลการศึกษาระยะที่ 1 ซึ่งเป็นการศึกษาข้อมูล

พื้นฐานของรูปแบบ พบว่า งานวิจัยฉบับนี้มีรากฐานทางวิชาการที่ชัดเจน ครอบคลุม และเชื่อมโยงกัน

อย่างเป็นระบบ จากการศึกษาเอกสาร แนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ทั้งในด้านการพัฒนาครู

แบบหนุนเสริม แนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) แนวคิดการอ่านและการส่งเสริมการอ่าน

รวมถึงแนวคิดและกระบวนการพัฒนารูปแบบ ผลการศึกษาชี้ให้เห็นตรงกันว่า การพัฒนาครูในยุค

ปัจจุบันจำเป็นต้องเปลี่ยนผ่านจากการบริหารและการนิเทศเชิงควบคุม ไปสู่การพัฒนาที่เน้นการ

หนุนเสริม เสริมพลัง และการทำงานร่วมกันอย่างมีความหมาย โดยใช้กระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้

ทางวิชาชีพ (PLC) เป็นกลไกสำคัญในการสร้างการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริงของครู ขณะเดียวกัน

เอกสารและงานวิจัยยังยืนยันว่า ความสามารถของครูในการออกแบบกิจกรรมส่งเสริมการอ่านมี

ความสัมพันธ์โดยตรงกับความสามารถในการอ่านได้และผลสัมฤทธิ์ทางการอ่านของผู้เรียน นอกจากนี้

การศึกษาองค์ประกอบและตัวบ่งชี้ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนารูปแบบ พบว่า องค์ประกอบสำคัญ

ครอบคลุมตั้งแต่หลักการของรูปแบบ กระบวนการพัฒนาครูผ่านกระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้

(PLC) การนิเทศแบบหนุนเสริม การจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน และการวัดและประเมินผลการอ่าน

ของผู้เรียน ซึ่งสะท้อนความเชื่อมโยงอย่างเป็นระบบระหว่างการพัฒนาครู กระบวนการจัดการเรียนรู้

และผลลัพธ์ด้านการอ่านของผู้เรียน การสังเคราะห์องค์ประกอบและตัวบ่งชี้ดังกล่าวนำไปสู่การกำหนด

กรอบแนวคิดเชิงโครงสร้างของรูปแบบที่เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนเทศบาลเมืองขลุง ๑

(บุรวิทยาคาร) และผ่านการตรวจสอบโดยผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งยืนยันว่ามีความถูกต้อง ครอบคลุม และ

สอดคล้องกับแนวคิด ทฤษฎี และบริบทของสถานศึกษาในระดับสูง

ผลการวิจัยระยะที่ 2 ซึ่งเป็นการพัฒนารูปแบบ พบว่า รูปแบบการพัฒนาครูผ่านกระบวนการ

หนุนเสริมด้วยชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาการอ่านได้ของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาล

เมืองขลุง ๑ (บุรวิทยาคาร) สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองขลุง ที่ยกร่างขึ้นมีโครงสร้างชัดเจน เป็น

ระบบ ประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ หลักการ วัตถุประสงค์ เนื้อหา กระบวนการดำเนินงาน

และการวัดและประเมินผล โดยมุ่งเน้นการบูรณาการการพัฒนาครู การนิเทศแบบหนุนเสริม และการ

ดำเนินงานของชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) เข้าไว้ด้วยกัน ใช้ปัญหาการอ่านของผู้เรียนและ

ข้อมูลผลการอ่านเป็นฐานในการวางแผนและปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ ผลการประเมินยืนยันรูปแบบ

โดยผู้ทรงคุณวุฒิพบว่า รูปแบบมีความถูกต้อง ครอบคลุม และสอดคล้องกับแนวคิด ทฤษฎี และบริบท

ของโรงเรียนในระดับสูง อีกทั้งผลการประเมินด้านความเหมาะสมและความเป็นไปได้อยู่ในระดับมากถึง

มากที่สุด แสดงให้เห็นว่ารูปแบบสามารถนำไปใช้ได้จริง มีความยืดหยุ่น และเอื้อต่อการเปลี่ยนแปลง

พฤติกรรมการสอนของครูอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ คู่มือการใช้รูปแบบที่พัฒนาขึ้นมีโครงสร้าง

ชัดเจน ครอบคลุมขั้นตอนการดำเนินงานทุกระยะ และได้รับการประเมินคุณภาพจากผู้เชี่ยวชาญใน

ระดับมากที่สุดทุกองค์ประกอบ

ผลการวิจัยระยะที่ 3 ซึ่งเป็นการทดลองใช้รูปแบบ พบว่า การนำรูปแบบไปใช้ในสถานศึกษา

สามารถดำเนินการได้อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ครูมีความเข้าใจในหลักการ ขั้นตอน และบทบาทของ

ตนเองอย่างชัดเจน เกิดการทำงานร่วมกันภายใต้กระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC)

อย่างมีพลัง ส่งผลให้ครูมีความสามารถในการออกแบบและจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านได้ของผู้เรียน

สูงขึ้นอย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน ผู้เรียนมีพัฒนาการด้านความสามารถในการอ่านได้และผลสัมฤทธิ์

ทางการอ่านสูงกว่าก่อนการใช้รูปแบบอย่างมีนัยสำคัญ ผลการสะท้อนจากครูและผู้เกี่ยวข้องยังชี้ให้เห็น

ว่า รูปแบบช่วยเปลี่ยนมุมมองการทำงานของครูจากการทำงานแบบแยกส่วนไปสู่การทำงานร่วมกันเชิง

ระบบ ครูกล้าทดลอง ปรับเปลี่ยน และใช้ข้อมูลผลการอ่านของผู้เรียนเป็นฐานในการพัฒนาการจัดการ

เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

ผลการวิจัยระยะที่ 4 ซึ่งเป็นการประเมินคุณภาพของรูปแบบ พบว่า รูปแบบการพัฒนาครูผ่าน

กระบวนการหนุนเสริมด้วยชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาการอ่านได้ของผู้เรียน โรงเรียน

เทศบาลเมืองขลุง ๑ (บุรวิทยาคาร) สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองขลุง มีคุณภาพอยู่ในระดับมาก

ที่สุดทุกด้าน ทั้งด้านความถูกต้องและครอบคลุม ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความเป็น

ประโยชน์ต่อครู ผู้เรียน และสถานศึกษา นอกจากนี้ ครูผู้ใช้รูปแบบมีความพึงพอใจต่อรูปแบบในระดับ

มากที่สุดทุกด้าน สะท้อนถึงการยอมรับรูปแบบในเชิงวิชาชีพ ความเชื่อมั่นในประสิทธิผล และความ

พร้อมในการนำรูปแบบไปใช้ต่อเนื่องหรือขยายผลในระดับที่กว้างขึ้น

ดังนั้น งานวิจัยฉบับนี้แสดงให้เห็นว่า รูปแบบการพัฒนาครูผ่านกระบวนการหนุนเสริมด้วย

ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาการอ่านได้ของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองขลุง ๑

(บุรวิทยาคาร) สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองขลุง เป็นรูปแบบที่มีความเหมาะสม มีคุณภาพ และมี

ประสิทธิผลในการพัฒนาครูและยกระดับความสามารถในการอ่านได้ของผู้เรียน สามารถนำไปใช้เป็น

แนวทางในการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรู้ และเป็นต้นแบบในการขยายผลสู่สถานศึกษาอื่นได้

อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

โพสต์โดย ต้น ตะวัน : [2 ก.พ. 2569 (13:16 น.)]
อ่าน [379] ไอพี : 1.20.174.125
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 17,878 ครั้ง
กระเทียม....เปี่ยมคุณค่า
กระเทียม....เปี่ยมคุณค่า

เปิดอ่าน 34,465 ครั้ง
ดาวน์โหลด! นโยบายด้านการศึกษาของนายกรัฐมนตรี (พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา)
ดาวน์โหลด! นโยบายด้านการศึกษาของนายกรัฐมนตรี (พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา)

เปิดอ่าน 21,581 ครั้ง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 27 ของไทย
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 27 ของไทย

เปิดอ่าน 11,158 ครั้ง
สร้างนวัตกรรมเพื่อคนไทย ใช้ "ปัญญา" แก้ "ปัญหา"
สร้างนวัตกรรมเพื่อคนไทย ใช้ "ปัญญา" แก้ "ปัญหา"

เปิดอ่าน 13,147 ครั้ง
การจัดทำสัญญาอนุญาตให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาไปศึกษาต่อภายในประเทศ
การจัดทำสัญญาอนุญาตให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาไปศึกษาต่อภายในประเทศ

เปิดอ่าน 13,945 ครั้ง
โอเมก้า 3 ใน ปลา ก็มีโทษ
โอเมก้า 3 ใน ปลา ก็มีโทษ

เปิดอ่าน 1,389 ครั้ง
5 แบรนด์แก้วทัมเบลอร์ในราคาคุ้มค่า ควรเลือกมาใช้งาน
5 แบรนด์แก้วทัมเบลอร์ในราคาคุ้มค่า ควรเลือกมาใช้งาน

เปิดอ่าน 29,338 ครั้ง
ร้อยความเชื่อหลักการ
ร้อยความเชื่อหลักการ 'ตั้งชื่อ'

เปิดอ่าน 3,711 ครั้ง
อนุญาต หรือ อนุญาติ
อนุญาต หรือ อนุญาติ

เปิดอ่าน 11,404 ครั้ง
ไอ้หยา!ด.ญ.ร้องพิธีเปิดโอลิมปิกก็ลวง
ไอ้หยา!ด.ญ.ร้องพิธีเปิดโอลิมปิกก็ลวง

เปิดอ่าน 14,965 ครั้ง
ข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยการจดทะเบียนเป็นสมาชิกคุรุสภา พ.ศ.2553
ข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยการจดทะเบียนเป็นสมาชิกคุรุสภา พ.ศ.2553

เปิดอ่าน 9,962 ครั้ง
วิธีถนอมดวงตาเวลาใช้คอมพิวเตอร์
วิธีถนอมดวงตาเวลาใช้คอมพิวเตอร์

เปิดอ่าน 11,780 ครั้ง
คลิปนี้ต้องดูคนเดียว "พนักงานร้านอาหารก็มีแม่"
คลิปนี้ต้องดูคนเดียว "พนักงานร้านอาหารก็มีแม่"

เปิดอ่าน 10,876 ครั้ง
ดีเอสไอเตือนชาวเน็ต!! ระวังติดอีเมล์ไวรัสเรียกค่าไถ่
ดีเอสไอเตือนชาวเน็ต!! ระวังติดอีเมล์ไวรัสเรียกค่าไถ่

เปิดอ่าน 15,017 ครั้ง
คืนนี้ชมจันทร์เต็มดวงขนาดใหญ่ และสว่างที่สุดในรอบปี
คืนนี้ชมจันทร์เต็มดวงขนาดใหญ่ และสว่างที่สุดในรอบปี

เปิดอ่าน 19,025 ครั้ง
รู้จักเพื่อนบ้านอาเซียน
รู้จักเพื่อนบ้านอาเซียน
เปิดอ่าน 11,304 ครั้ง
เติมน้ำมันให้คุ้มที่สุด
เติมน้ำมันให้คุ้มที่สุด
เปิดอ่าน 22,716 ครั้ง
ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยบำเหน็จลูกจ้าง (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2554
ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยบำเหน็จลูกจ้าง (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2554
เปิดอ่าน 28,472 ครั้ง
9 วิธีปลดหนี้บัตรเครดิตแบบชิลๆ
9 วิธีปลดหนี้บัตรเครดิตแบบชิลๆ
เปิดอ่าน 87,383 ครั้ง
การเขียนรายงานโครงงานวิทยาศาสตร์
การเขียนรายงานโครงงานวิทยาศาสตร์

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ