|
Advertisement
|
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบันและความต้องการของการบริหารระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้โดยใช้พลัง 5 มิติ ที่ส่งผลต่อคุณภาพการศึกษาโรงเรียนบ้านยางโทน
สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรี เขต 2 2) พัฒนารูปแบบบริหารระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้โดยใช้พลัง 5 มิติ ที่ส่งผลต่อคุณภาพการศึกษาโรงเรียนบ้านยางโทน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรี เขต 2 3) ศึกษาผลการใช้รูปแบบบริหารระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้โดยใช้พลัง 5 มิติ ที่ส่งผลต่อคุณภาพการศึกษาโรงเรียนบ้านยางโทน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรี เขต 2 และ 4) ประเมินรูปแบบบริหารระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้โดยใช้พลัง 5 มิติ ที่ส่งผลต่อคุณภาพการศึกษาโรงเรียนบ้านยางโทน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรี เขต 2
วิธีดำเนินการวิจัย แบ่งเป็น 4 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ศึกษาสภาพปัจจุบันและความต้องการ โดยสังเคราะห์เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ประชุมรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง 11 คน ประกอบด้วยครูประจำสายช่วงชั้น 3 คน กรรมการสถานศึกษา 3 คน ผู้ปกครอง 3 คน และผู้นำชุมชน 2 คน และสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ 9 คน ประกอบด้วยตัวแทนครู 2 คน ศึกษานิเทศก์ 1 คน อาจารย์มหาวิทยาลัย 2 คน ผู้บริหารสถานศึกษา 2 คน ตัวแทนผู้นำชุมชน 2 คน ระยะที่ 2 พัฒนารูปแบบ โดยร่างรูปแบบจากการประชุมระดมสมองกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง 17 คนประกอบด้วย ตัวแทนครูผู้สอน 11 คน กรรมการสถานศึกษา 3 คน และผู้ปกครองนักเรียน 3 คน และตรวจสอบความเหมาะสมของรูปแบบและคู่มือโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 9 คนประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 1 คน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา 1 คน ประธานกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 1 คน นายกองค์การบริหารส่วนตำบล 1 คน ผู้บริหารสถานศึกษา 2 คน ศึกษานิเทศก์ 1 คน และตัวแทนครูผู้สอน 2 คน ระยะที่ 3 ใช้รูปแบบ เป็นระยะเวลา 1 ปีการศึกษา กับครูทั้งหมด 14 คน โดยศึกษาประสิทธิภาพกระบวนการใช้รูปแบบ และผลการดำเนินงานใน 4 ด้าน คือ คุณภาพผู้เรียน คุณภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา คุณภาพโรงเรียน และคุณภาพชุมชน ระยะที่ 4 ประเมินรูปแบบ โดยประเมินความเป็นประโยชน์และความพึงพอใจจากครู รวม 14 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบบันทึกข้อมูล แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ และแบบประเมิน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัย พบว่า 1) ผลการศึกษาสภาพปัจจุบันและความต้องการ พบว่ารูปแบบควรประกอบด้วย 5 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ ทิศทาง ระบบและกลไก กระบวนการ ผลการดำเนินงาน และเงื่อนไขความสำเร็จ โดยมีพลังนักเรียนเป็นแกนกลาง รองรับด้วยพลังครอบครัวและพลังเพื่อนเป็นสภาพแวดล้อมใกล้ตัว พลังครูเป็นสภาพแวดล้อมการเรียนรู้โดยตรง และพลังชุมชนเป็นสภาพแวดล้อมรองรับ 2) ผลการพัฒนารูปแบบ พบว่ารูปแบบที่พัฒนาขึ้นมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด ประกอบด้วยคู่มือที่มีบทนำ รูปแบบ แนวทางการดำเนินงาน และเครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินงาน 3) ผลการใช้รูปแบบ พบว่าโรงเรียนสามารถบูรณาการพลัง 5 มิติผ่าน 8 กระบวนการหลัก ได้แก่ การวิเคราะห์บริบทโรงเรียน การร่วมออกแบบหลักสูตรกับชุมชน ทีมครูเพื่อการเรียนรู้อย่างมืออาชีพ การลงมือเรียนรู้ในพื้นที่จริง กิจกรรมชีวิตประจำวัน พลังเพื่อนช่วยเพื่อน การพัฒนาเครือข่ายครอบครัว และการประเมินร่วม ส่งผลให้นักเรียนมีพัฒนาการที่ดีขึ้นทุกด้าน โดยพฤติกรรมนักเรียนพัฒนาขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สุขภาพจิตดี ร้อยละ 96 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพิ่มขึ้น (ผลการประเมินความสามารถด้านการอ่านของผู้เรียน (RT) เพิ่มขึ้น 15.71 ผลการทดสอบความสามาถพื้นฐานของผู้เรียนระดับชาติ(NT) เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 11.07 และได้รับรางวัลการแข่งขัน 21 รางวัล ครูได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ได้รับรางวัล 18 รางวัล มีครูต้นแบบ 4 ราย เยี่ยมบ้านนักเรียนครบร้อยละ 100 โรงเรียนได้รับการประเมินคุณภาพภายในระดับดีเลิศ และได้รับการรับรองเป็นองค์กรคุณธรรมระดับต้นแบบ ชุมชนมีส่วนร่วมกับโรงเรียน 12 กิจกรรม และโรงเรียนมีส่วนร่วมกับชุมชน 18 กิจกรรม และ 4) ผลการประเมินรูปแบบ พบว่าความเป็นประโยชน์ของรูปแบบอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.67, S.D. = 0.20) และความพึงพอใจต่อรูปแบบอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.66, S.D. = 0.37)
สรุปการวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่า รูปแบบบริหารระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้โดยใช้พลัง 5 มิติ ที่พัฒนาขึ้นมีความเหมาะสมและสามารถนำไปใช้ยกระดับคุณภาพการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยการบูรณาการพลังนักเรียน พลังครอบครัว พลังเพื่อน พลังครู และพลังชุมชน ให้ทำงานเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบผ่านกระบวนการที่ชัดเจน ส่งผลให้เกิดการพัฒนาคุณภาพการศึกษาครบทั้ง 4 มิติ คือ คุณภาพผู้เรียน คุณภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา คุณภาพโรงเรียน และคุณภาพชุมชน อย่างสมดุลและยั่งยืน รูปแบบนี้ได้รับการยอมรับและมีความพึงพอใจจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง แสดงถึงความเป็นไปได้ในการนำไปขยายผลสู่โรงเรียนอื่นๆ ต่อไป
|
โพสต์โดย นิตยา : [2 ก.พ. 2569 (08:07 น.)] อ่าน [351] ไอพี : 203.172.242.13
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
|
Advertisement
|
|
| |
|
|
|
|
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2. ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป
3. สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น
7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป
** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**
|
| |
|
≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡ เปิดอ่าน 1,844 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 27,471 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 27,825 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 13,354 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 12,309 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 37,688 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 20,504 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 12,982 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 34,675 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 18,573 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 39,316 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 24,968 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 6,723 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 24,919 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 17,405 ครั้ง 
| |
|
เปิดอ่าน 38,828 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 19,625 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 13,032 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 28,452 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 21,892 ครั้ง 
|
|

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด
|