ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการสอนภาษาอังกฤษตามแนวคิดกิจกรรมเป็นฐาน (Activity-Based Learning) ผสานหลักการเรียนรู้ผ่านเกม (Gamification)
เพื่อส่งเสริมทักษะการพูดภาษาอังกฤษและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
ผู้วิจัย นางสาวปิยวรรณ ตู้แก้ว
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนป่าตึงพิทยานุกูล
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3
ปีที่ทำวิจัย 2568
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐานสำหรับการพัฒนารูปแบบการสอนภาษาอังกฤษตามแนวคิดกิจกรรมเป็นฐาน (Activity-Based Learning) ผสานหลักการเรียนรู้ผ่านเกม (Gamification) เพื่อส่งเสริมทักษะการพูดภาษาอังกฤษและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน นักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 2) ออกแบบและพัฒนารูปแบบการสอนภาษาอังกฤษตามแนวคิดกิจกรรมเป็นฐาน (Activity-Based Learning) ผสานหลักการเรียนรู้ผ่านเกม (Gamification) เพื่อส่งเสริมทักษะ การพูดภาษาอังกฤษและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 3) ทดลองใช้รูปแบบการสอนภาษาอังกฤษตามแนวคิดกิจกรรมเป็นฐาน (Activity-Based Learning) ผสานหลักการเรียนรู้ผ่านเกม (Gamification) เพื่อส่งเสริมทักษะการพูดภาษาอังกฤษและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 และ 4) ประเมินผลรูปแบบการสอนภาษาอังกฤษตามแนวคิดกิจกรรมเป็นฐาน (Activity-Based Learning) ผสานหลักการเรียนรู้ผ่านเกม (Gamification) เพื่อส่งเสริมทักษะการพูดภาษาอังกฤษและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
กลุ่มเป้าหมาย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 โรงเรียนป่าตึงพิทยานุกูล ตำบลบ้านแซว อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3 จำนวน 16 คน ซึ่งได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Selection) การวิจัยครั้งนี้ดำเนินการตามกระบวนการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) แบ่งเป็น 4 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาข้อมูลพื้นฐานสำหรับการพัฒนารูปแบบการสอนภาษาอังกฤษตามแนวคิดกิจกรรมเป็นฐาน (Activity-Based Learning) ผสานหลักการเรียนรู้ผ่านเกม (Gamification) เพื่อส่งเสริมทักษะการพูดภาษาอังกฤษและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 โรงเรียนป่าตึงพิทยานุกูล สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3ขั้นตอนที่ 2 ออกแบบและพัฒนารูปแบบการสอนภาษาอังกฤษตามแนวคิดกิจกรรมเป็นฐาน (Activity-Based Learning) ผสานหลักการเรียนรู้ผ่านเกม (Gamification) เพื่อส่งเสริมทักษะการพูดภาษาอังกฤษและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 ท่าน และทดลองนำร่องเพื่อพิจารณาความเป็นไปได้กับนักเรียนที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 30 คน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 โรงเรียนอนุบาลเชียงของ ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 4 ขั้นตอนที่ 3 ทดลองใช้รูปแบบการสอนภาษาอังกฤษตามแนวคิดกิจกรรมเป็นฐาน (Activity-Based Learning) ผสานหลักการเรียนรู้ผ่านเกม (Gamification) เพื่อส่งเสริมทักษะการพูดภาษาอังกฤษและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 16 คน โรงเรียนป่าตึงพิทยานุกูล สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3 และขั้นตอนที่ 4 ประเมินผลรูปแบบการสอนภาษาอังกฤษตามแนวคิดกิจกรรมเป็นฐาน (Activity-Based Learning) ผสานหลักการเรียนรู้ผ่านเกม (Gamification) เพื่อส่งเสริมทักษะการพูดภาษาอังกฤษและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน จำนวน 16 คน และความพึงพอใจของครูผู้สอน จำนวน 3 คน โรงเรียนป่าตึงพิทยานุกูล สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3
ผลการวิจัยพบว่า
1. ข้อมูลพื้นฐานสำหรับการพัฒนารูปแบบการสอนภาษาอังกฤษตามแนวคิดกิจกรรมเป็นฐาน (Activity-Based Learning) ผสานหลักการเรียนรู้ผ่านเกม (Gamification) เพื่อส่งเสริมทักษะการพูดภาษาอังกฤษและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 พบว่า 1) ด้านนักเรียน นักเรียนมีความกังวลเกี่ยวกับการออกเสียงและการใช้คำศัพท์ที่ไม่ถูกต้อง ส่งผลให้ขาดความมั่นใจและไม่กล้าพูดในชั้นเรียน นักเรียนฟังไม่เข้าใจคำศัพท์หรือประโยคภาษาอังกฤษ ทำให้ไม่สามารถโต้ตอบหรือสนทนาได้อย่างเหมาะสม กิจกรรมการเรียนรู้ไม่หลากหลายหรือไม่สอดคล้องกับความสนใจของนักเรียน ทำให้นักเรียนไม่เห็นความสำคัญของการฝึกทักษะการพูด การรู้คำศัพท์และรูปแบบประโยคที่ใช้ในชีวิตประจำวันมีน้อย ทำให้นักเรียนไม่สามารถนำไปใช้ในการสื่อสารจริงได้ การเรียนการสอนยังไม่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ฝึกพูดผ่านบทบาทสมมติ เกม หรือกิจกรรมสื่อสาร ส่งผลให้ทักษะการพูดไม่พัฒนาเท่าที่ควร 2) ด้านครูผู้สอน ภาระงานด้านอื่นของครูทำให้มีเวลาจำกัดในการออกแบบและจัดกิจกรรมที่มุ่งเน้นการฝึกพูดภาษาอังกฤษอย่างสม่ำเสมอ ครูมักเน้นการสอนคำศัพท์ ไวยากรณ์ และการทำแบบฝึกหัด ส่งผลให้นักเรียนขาดโอกาสฝึกใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารจริง สื่อการสอนที่ใช้ยังไม่หลากหลายหรือไม่สอดคล้องกับระดับความสามารถของผู้เรียน ทำให้กิจกรรมฝึกพูดไม่น่าสนใจ ครูบางส่วนไม่มั่นใจในการออกเสียงหรือการใช้ภาษาอังกฤษในห้องเรียน ส่งผลให้ไม่กล้าใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักในการจัดการเรียนการสอน และครูขาดเกณฑ์หรือเครื่องมือประเมินทักษะการพูดที่เหมาะสม ทำให้ไม่สามารถติดตามและพัฒนาความสามารถด้านการพูดของนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. รูปแบบการสอนภาษาอังกฤษตามแนวคิดกิจกรรมเป็นฐาน (Activity-Based Learning) ผสานหลักการเรียนรู้ผ่านเกม (Gamification) เพื่อส่งเสริมทักษะการพูดภาษาอังกฤษและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีองค์ประกอบ 5 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) หลักการ 2) วัตถุประสงค์ 3) เนื้อหา 4) กระบวนการจัดการเรียนรู้ มี 6 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 ขั้นทบทวนประสบการณ์ (Review Experience) ขั้นตอนที่ 2 ขั้นศึกษาและอภิปราย (Explore & Discuss) ขั้นตอนที่ 3 ขั้นปฏิบัติกิจกรรม (Hands-on Activity) ขั้นตอนที่ 4 ขั้นสะท้อนผลจากกิจกรรม (Reflect & Learn) ขั้นตอนที่ 5 ขั้นแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Share & Collaborate) และ ขั้นตอนที่ 6 ขั้นการประเมินผล (Evaluate & Reward) และ 5) การวัดและประเมินผล การตรวจสอบคุณภาพของรูปแบบการสอนโดยผู้เชี่ยวชาญ พบว่ามีความเหมาะสมโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (µ = 4.60 , = 0.52) ผลการทดลองนำร่องเพื่อศึกษาความเป็นไปได้พบว่า รูปแบบการสอนมีประสิทธิภาพเท่ากับ 82.68/83.24 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด
3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการสอนภาษาอังกฤษตามแนวคิดกิจกรรมเป็นฐาน (Activity-Based Learning) ผสานหลักการเรียนรู้ผ่านเกม (Gamification) เพื่อส่งเสริมทักษะการพูดภาษาอังกฤษและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 หลังเรียนด้วยรูปแบบ การสอนสูงกว่าก่อนเรียนด้วยรูปแบบการสอน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
4. ผลการประเมินผลรูปแบบการสอนภาษาอังกฤษตามแนวคิดกิจกรรมเป็นฐาน (Activity-Based Learning) ผสานหลักการเรียนรู้ผ่านเกม (Gamification) เพื่อส่งเสริมทักษะการพูดภาษาอังกฤษและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยรูปแบบการสอนโดยรวมอยู่ในระดับพึงพอใจมากที่สุด (µ = 4.60 , = 0.51) และครูผู้สอนมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการสอนโดยรวมอยู่ในระดับพึงพอใจมากที่สุด (µ = 4.62 , = 0.54)