ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนาแบบฝึกทักษะเพื่อการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำ สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านป่าซาง (ซางดรุณานุสาสน์) อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย

ชื่อผู้วิจัย นางสาวพิชชาพร อุดมปาละ

ตำแหน่ง ครูชำนาญการ

กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย

โรงเรียน โรงเรียนบ้านป่าซาง(ซางดรุณานุสาสน์) อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย

ปีที่วิจัย 2566

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อสร้างและพัฒนาแบบฝึกสำหรับพัฒนาการออกเสียงคำควบกล้ำของนักเรียนให้มีประสิทธิภาพตามที่ผู้วิจัยได้กำหนดไว้ คือ เกณฑ์ 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลพัฒนาการ การออกเสียงคำควบกล้ำของนักเรียนโรงเรียนบ้านป่าซาง (ซางดรุณานุสาสน์) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ทั้งก่อนการจัดกระบวนการสอน และหลังการจัดกระบวนการสอน ด้วยแบบฝึกทักษะที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ประชากรที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านป่าซาง (ซางดรุณานุสาสน์) จำนวน 29 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ประกอบไปด้วย แผนการจัดกระบวนการสอน แบบฝึกทักษะ และแบบวัดความสามารถการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำ วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าเฉลี่ย (Mean) ร้อยละ (Percentage) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) และการหาร้อยละความก้าวหน้าของคะแนนเฉลี่ย ผลการวิจัยพบว่า ประสิทธิภาพของแผนการจัดกระบวนการสอนออกเสียงคำควบกล้ำ เท่ากับ 93.32/93.50 และประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะเรื่องการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำเท่ากับ 93.32/93.50 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ประสิทธิภาพ 80/80 ที่ผู้วิจัยกำหนดไว้ การเปรียบเทียบผลพัฒนาการความสามารถการออกเสียงคำควบกล้ำของนักเรียนกลุ่มประชากร ระหว่างก่อนการจัดกระบวนการสอน และหลังการจัดกระบวนการสอนที่เรียนด้วยแบบฝึกทักษะเรื่องคำควบกล้ำ พบว่า นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 28.17 คิดเป็นร้อยละ 93.90 และมีคะแนนก่อนเรียนเท่ากับ 19.69 คิดเป็นร้อยละ 65.63 ที่แสดงให้เห็นว่านักเรียนมีผลพัฒนาการ การออกเสียงคำควบกล้ำดีขึ้นเท่ากับ 8.48 คิดเป็นร้อยละ 28.27

ผลการวิจัย

ผู้วิจัยทำการวิเคราะห์ข้อมูล ผลปรากฏได้ ดังนี้

1. แผนการจัดกระบวนการสอนออกเสียงคำควบกล้ำ จำนวน 11 แผน ซึ่งได้รับการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญทั้ง 3 ท่าน พบว่า เป็นแผนการจัดกระบวนการสอน กลุ่มสาระวิชาภาษาไทย ที่มีความเหมาะสมมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยที่ 4.76 และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานที่ 0.15 และเมื่อนำไปหาประสิทธิภาพโดยการทดลองใช้กับกลุ่มทดลอง คือ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 20 คน ที่เคยเรียนเรื่องคำควบกล้ำมาแล้ว พบว่า แผนการจัดกระบวนการสอนออกเสียงคำควบกล้ำมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ E1/E2 คือ 93.32/93.50 และเมื่อนำไปใช้กับกลุ่มประชากรมีผลประสิทธิภาพตามเกณฑ์ E1/E2 คือ 94.05/93.90

2. แบบฝึกทักษะการออกเสียงคำควบกล้ำ จำนวน 11 แบบฝึก เป็นแบบฝึกที่ได้รับการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญทั้ง 3 ท่าน พบว่า เป็นแบบฝึกทักษะการออกเสียงคำควบกล้ำ กลุ่มสาระวิชาภาษาไทย ที่มีความเหมาะสมมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยที่ 4.72 และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานที่ 0.12 และเมื่อนำไปหาประสิทธิภาพโดยการทดลองใช้กับกลุ่มทดลอง คือ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 20 คน ที่เคยเรียนเรื่องคำควบกล้ำมาแล้ว พบว่า แบบฝึกทักษะการออกเสียงคำควบกล้ำที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นนั้น มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ E1/E2 คือ 93.32/93.50 และเมื่อนำไปใช้กับกลุ่มประชากรมีผลประสิทธิภาพตามเกณฑ์ E1/E2 คือ 94.05/93.90 ซึ่งกล่าวได้ว่าประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะ ทั้งการทดลองจากกลุ่มทดลองนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 20 คน และกลุ่มประชากรนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 29 คน สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 ที่กำหนดไว้

3. แบบทดสอบวัดความสามารถการออกเสียงคำควบกล้ำ ผู้วิจัยใช้เป็นทั้งแบบทดสอบก่อนการจัดกระบวนการสอน และแบบทดสอบหลังการจัดกระบวนการสอนของนักเรียน มีจำนวน 1 ชุด ผู้วิจัยได้สร้างขึ้นมาจากคำควบกล้ำตัว ร ล ว ทั้ง 14 ชนิด ที่ประกอบไปด้วยคำควบกล้ำตัว กร, ขร, คร, ปร, พร, ตร, กล, ขล, คล, ปล, พล, กว, ขว, คว โดยคัดเลือกคำควบกล้ำ ชนิดละ 2 คำ และเพิ่มคำควบกล้ำ กร อีก 2 คำ รวมจำนวนคำทั้งสิ้น 30 คำ และแบบวัดความสามารถการออกเสียงคำควบกล้ำฉบับนี้ ได้รับการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ พบว่า คำในแบบทดสอบวัดความสามารถการออกเสียงคำควบกล้ำมีค่า IOC ที่ 1.00 ทุกคำ และมีค่าสัมประสิทธิ์ความเชื่อมั่นของแบบทดสอบวัดความสามารถการออกเสียงคำควบกล้ำทั้งฉบับเท่ากับ 0.80

4. ผลการเปรียบเทียบพัฒนาการ การออกเสียงคำควบกล้ำของนักเรียน ก่อนการจัดกระบวนการสอน และหลังการจัดกระบวนการสอนโดยใช้แบบฝึกทักษะการออกเสียงคำควบกล้ำ คะแนนหลังการจัดกระบวนการสอนของนักเรียนมีค่ามากกว่าคะแนนก่อนการจัดกระบวนการสอน กล่าวคือ นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยก่อนการจัดกระบวนการสอน เท่ากับ 19.69 คิดเป็นร้อยละ 65.63 และนักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยหลังการจัดกระบวนการสอน เท่ากับ 28.17 คิดเป็นร้อยละ 93.90 ที่สามารถแสดงให้เห็นได้ว่า นักเรียนมีพัฒนาการทางการเรียนที่ดีขึ้น เท่ากับ 8.48 คิดเป็นร้อยละ 28.27

โพสต์โดย ครูเฟมมี่ : [17 ธ.ค. 2568 (11:58 น.)]
อ่าน [10559] ไอพี : 61.91.63.198
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 40,130 ครั้ง
การวิเคราะห์และการตีความหมายข้อมูล (Analysis and Interpretation of Data)
การวิเคราะห์และการตีความหมายข้อมูล (Analysis and Interpretation of Data)

เปิดอ่าน 1,901 ครั้ง
5 ไอเดียตกแต่งภายในด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ลายหินอ่อน
5 ไอเดียตกแต่งภายในด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ลายหินอ่อน

เปิดอ่าน 22,053 ครั้ง
แค่กินน้อย ๆ แต่ไม่ออกกำลัง แล้วน้ำหนักจะลดได้ไหมนะ?
แค่กินน้อย ๆ แต่ไม่ออกกำลัง แล้วน้ำหนักจะลดได้ไหมนะ?

เปิดอ่าน 15,525 ครั้ง
เหรียญศานติมาลา
เหรียญศานติมาลา

เปิดอ่าน 14,571 ครั้ง
รับชมย้อนหลัง การประชุมชี้แจงการดำเนินงานโครงการโรงเรียนประชารัฐ วันที่ 17 สิงหาคม 2559
รับชมย้อนหลัง การประชุมชี้แจงการดำเนินงานโครงการโรงเรียนประชารัฐ วันที่ 17 สิงหาคม 2559

เปิดอ่าน 14,688 ครั้ง
"เลี้ยงลูกยิ่งใหญ่" ของขวัญปีใหม่ของพ่อแม่
"เลี้ยงลูกยิ่งใหญ่" ของขวัญปีใหม่ของพ่อแม่

เปิดอ่าน 15,245 ครั้ง
อย่าละเลยอาการไหล่ติด
อย่าละเลยอาการไหล่ติด

เปิดอ่าน 12,749 ครั้ง
4 พัฒนาการที่แม่ควรส่งเสริม
4 พัฒนาการที่แม่ควรส่งเสริม

เปิดอ่าน 33,313 ครั้ง
หลักสูตรการสอบภาค ข ครูผู้ช่วย สพฐ. ตามหนังสือ ว14/2558
หลักสูตรการสอบภาค ข ครูผู้ช่วย สพฐ. ตามหนังสือ ว14/2558

เปิดอ่าน 11,931 ครั้ง
ม.44 ดัน "ศึกษาธิการจังหวัด" เดินหน้าหรือถอยหลังปฏิรูปศึกษา
ม.44 ดัน "ศึกษาธิการจังหวัด" เดินหน้าหรือถอยหลังปฏิรูปศึกษา

เปิดอ่าน 18,240 ครั้ง
คำค้นยอดนิยม กูเกิล-ยาฮู ประจำปี 2551
คำค้นยอดนิยม กูเกิล-ยาฮู ประจำปี 2551

เปิดอ่าน 11,067 ครั้ง
[คลิป] เล็กๆ เปลี่ยนโลก "การบริหารสมองด้วยพลังแห่งเสียงเพลง"
[คลิป] เล็กๆ เปลี่ยนโลก "การบริหารสมองด้วยพลังแห่งเสียงเพลง"

เปิดอ่าน 17,088 ครั้ง
การบรรจุกลับเข้ารับราชการ
การบรรจุกลับเข้ารับราชการ

เปิดอ่าน 22,071 ครั้ง
ไขปริศนา ทำไม "มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก" ชอบใส่เสื้อ"เหมือนกัน"ทุกวัน
ไขปริศนา ทำไม "มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก" ชอบใส่เสื้อ"เหมือนกัน"ทุกวัน

เปิดอ่าน 251,808 ครั้ง
ความหมายของระบบ
ความหมายของระบบ

เปิดอ่าน 10,167 ครั้ง
แผนการขับเคลื่อนกรอบคุณวุฒิแห่งชาติสู่การปฏิบัติ
แผนการขับเคลื่อนกรอบคุณวุฒิแห่งชาติสู่การปฏิบัติ
เปิดอ่าน 11,380 ครั้ง
"จ๊อบไทย" ชี้ 5 คุณสมบัติที่องค์กรต้องการจากคนทำงานรุ่นใหม่
"จ๊อบไทย" ชี้ 5 คุณสมบัติที่องค์กรต้องการจากคนทำงานรุ่นใหม่
เปิดอ่าน 20,144 ครั้ง
แหล่งกำเนิดพลังงานของดวงอาทิตย์
แหล่งกำเนิดพลังงานของดวงอาทิตย์
เปิดอ่าน 11,598 ครั้ง
พบตะกั่วในลิปสติก มีปริมาณน้อยมากต่ำกว่า ระดับเป็นอันตราย
พบตะกั่วในลิปสติก มีปริมาณน้อยมากต่ำกว่า ระดับเป็นอันตราย
เปิดอ่าน 34,083 ครั้ง
คํานาม
คํานาม

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ