ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนาทักษะการสร้างคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ด้วยนวัตกรรมสมุดเล่มเล็ก “นักสืบตัวน้อย กับภารกิจค้นหาวัสดุสุดเจ๋ง” เรื่อง สมบัติการดูดซับน้ำของวัสดุ ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 2

๑. ชื่อผลงานที่เป็นแบบอย่างที่ดี ความเป็นมาและความสำคัญ

การพัฒนาทักษะการสร้างคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ด้วยนวัตกรรมสมุดเล่มเล็ก “นักสืบตัวน้อย กับภารกิจค้นหาวัสดุสุดเจ๋ง” เรื่อง สมบัติการดูดซับน้ำของวัสดุ ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 2

๒. วัตถุประสงค์

๒.๑ เพื่อพัฒนาความสามารถในการสร้างคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Explanation) ของผู้เรียน

๒.๒ เพื่อส่งเสริมเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ทักษะการทำงานร่วมกัน และทักษะการสื่อสารเชิงเหตุผล

๓. กระบวนการดำเนินงาน

การพัฒนาทักษะการสร้างคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ด้วยนวัตกรรมสมุดเล่มเล็ก “นักสืบตัวน้อย กับภารกิจค้นหาวัสดุสุดเจ๋ง” เรื่องสมบัติการดูดซับน้ำของวัสดุ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ดำเนินงานตามกระบวนการ S-U-B-M-A-I Model ควบคู่กับวงจร PDCA อย่างเป็นระบบ ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาปัญหา (Studying Problem – Plan) เริ่มจากการวิเคราะห์สภาพปัญหาการเรียนรู้ของผู้เรียนจากการจัดการเรียนการสอนจริง พบว่านักเรียนมีข้อจำกัดในการสร้างคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะองค์ประกอบด้านการให้เหตุผล (Reasoning) ตามกรอบ CER นักเรียนยังไม่สามารถเชื่อมโยงหลักฐานจากการทดลองกับเหตุผลเชิงวิทยาศาสตร์ได้อย่างเป็นระบบ ส่งผลให้คำอธิบายขาดความสมบูรณ์

ขั้นตอนที่ 2 การรวบรวมข้อมูล (Uniting – Plan) ผู้สอนได้ศึกษาหลักสูตรแกนกลางฯ กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มาตรฐาน ว 2.1 และตัวชี้วัดระดับชั้น ป.2 ที่เกี่ยวข้องกับสมบัติของวัสดุควบคู่กับการทบทวนแนวคิดการจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) ตามแนวคิดของ Tan และกรอบการสร้างคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์แบบ CER เพื่อใช้เป็นฐานในการออกแบบนวัตกรรม

ขั้นตอนที่ 3 การสร้างนวัตกรรม (Building Innovation – Do) ผู้สอนได้ออกแบบสมุดเล่มเล็กโดยใช้แนวคิด Scaffolding ร่วมกับ PBL และ CER เพื่อพัฒนาการให้เหตุผลของผู้เรียนอย่างเป็นลำดับขั้น สมุดเล่มเล็กประกอบด้วย 4 ฐานการเรียนรู้ ได้แก่ Explore, Experiment, Analyze และ Conclusion (CER) ซึ่งทำหน้าที่เป็นทั้งสื่อการเรียนรู้ เครื่องมือบันทึกกระบวนการคิด และเครื่องมือพัฒนาการอธิบายเชิงเหตุผลอย่างเป็นระบบ

ขั้นตอนที่ 4 การลงมือปฏิบัติ (Make – Do) นำนวัตกรรมไปใช้จริงกับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 8 คน ใช้เวลา 3 ชั่วโมง โดยเริ่มจากการประเมินก่อนเรียน จากนั้นนำเสนอสถานการณ์ปัญหาน้ำรั่วในห้องน้ำโรงเรียน นักเรียนสวมบทบาทเป็น “นักสืบตัวน้อย” ทำกิจกรรมทั้ง 4 ฐาน ได้แก่ การสำรวจวัสดุและตั้งข้อกล่าวอ้าง การออกแบบและลงมือทดลอง การวิเคราะห์โครงสร้างวัสดุ และการสรุปผลด้วยคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์แบบ CER ก่อนปิดท้ายด้วยการประเมินหลังเรียน

ขั้นตอนที่ 5 การวิเคราะห์ผล (Analysis – Check) ผลการประเมินจากสมุดเล่มเล็กและการสังเกตพฤติกรรมพบว่านักเรียนสามารถพัฒนาความสามารถในการสร้างคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ได้ชัดเจน ครบทั้ง Claim, Evidence และ Reasoning โดยเฉพาะการให้เหตุผลเชิงสาเหตุที่เชื่อมโยงกับโครงสร้างของวัสดุได้อย่างเหมาะสมกับวัย นอกจากนี้นักเรียนยังมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ ทำงานร่วมกันได้ดี และสามารถสื่อสารเชิงเหตุผลได้อย่างมีความมั่นใจ

ขั้นตอนที่ 6 การสร้างความประทับใจ (Impression – Act) ผู้สอนนำผลการประเมินมาปรับปรุงนวัตกรรม โดยปรับภาษา เพิ่มตัวอย่างประโยคเชิงเหตุผล และภาพประกอบโครงสร้างวัสดุให้ชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมทั้งขยายผลการใช้นวัตกรรมไปยังสาระเรื่องอื่น และเผยแพร่แนวทางการจัดการเรียนรู้แก่ครูในกลุ่มสาระ เพื่อพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

กรอบการดำเนินงาน

ภายใต้กรอบการดำเนินงาน (IPO)

Input (ปัจจัยนำเข้า) ได้แก่

1. การวิเคราะห์ปัญหา พบว่านักเรียน ป.2 ขาดทักษะการเชื่อมโยงหลักฐานกับการให้เหตุผล (Reasoning) ตามหลักวิทยาศาสตร์

2. แนวคิดและทฤษฎี นำแนวคิด PBL (Problem-Based Learning), กรอบแนวคิด CER (Claim-Evidence-Reasoning), ทฤษฎีพัฒนาการของ Piaget และ Vygotsky (Scaffolding), และ Gamification มาเป็นฐานในการออกแบบ

3. เครื่องมือและนวัตกรรม ชุดนวัตกรรมสมุดเล่มเล็ก (Mini Books) ที่แบ่งโครงสร้างเนื้อหาเป็นลำดับขั้น และสถานการณ์สมมติบทบาท "นักสืบตัวน้อย"

Process (กระบวนการ) ได้แก่ ดำเนินการผ่านกิจกรรมการเรียนรู้แบบ PBL ร่วมกับ Gamification ใช้เวลา 3 ชั่วโมง (180 นาที) โดยขับเคลื่อนผ่านสมุดเล่มเล็กใน 4 ฐานการเรียนรู้ ดังนี้

1. ฐานสำรวจ (Explore) นักเรียนสำรวจวัสดุ 5 ชนิดด้วยประสาทสัมผัส บันทึกลักษณะ และตั้งข้อคาดคะเน (Claim เบื้องต้น)

2. ฐานทดลอง (Experiment) ออกแบบการทดลอง กำหนดตัวแปร ทดสอบการดูดซับน้ำจริง และบันทึกผลเชิงประจักษ์ (Evidence)

3. ฐานวิเคราะห์ (Analyze) สังเกตโครงสร้างวัสดุระดับจุลภาคด้วยแว่นขยายและภาพประกอบ เชื่อมโยง "รูพรุน/เส้นใย" กับ "การดูดซับน้ำ" เพื่อสร้างเหตุผล (Reasoning)

4. ฐานสรุปผล (Conclusion) สังเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดเขียนเป็นคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ตามกรอบ CER และนำเสนอผลงาน

Output (ผลผลิต) ได้แก่

1. ชิ้นงานสมุดเล่มเล็กรายบุคคลที่บันทึกกระบวนการคิดครบถ้วน

2. คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ที่ประกอบด้วย ข้อกล่าวอ้าง (Claim), หลักฐาน (Evidence) และเหตุผล (Reasoning) ของนักเรียน

พฤติกรรมการเรียนรู้และการทำงานกลุ่มของนักเรียน

๔. การประเมินผล

ผู้จัดทำใช้วิธีการวัดและประเมินผลที่หลากหลาย (Triangulation) ดังนี้

4.1 การประเมินชิ้นงาน (สมุดเล่มเล็ก) ตรวจสอบองค์ประกอบการเขียนคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ (Claim, Evidence, Reasoning) ว่าครบถ้วนและสมเหตุสมผลหรือไม่

4.2 การทดสอบ ใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนและหลังเรียนเพื่อดูพัฒนาการ,

5.3 การสังเกตพฤติกรรม สังเกตเจตคติ ความสนใจ การทำงานร่วมกัน และการสื่อสารระหว่างทำกิจกรรม

๕. ผลการดำเนินงานที่ส่งผลที่ดีต่อผู้เรียน

จากการจัดการเรียนรู้โดยใช้นวัตกรรมพบว่าผู้เรียนมีพัฒนาการอย่างเห็นได้ชัดทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ

ในด้านปริมาณ พบว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเพิ่มขึ้นเป็น 82.75 (จากเดิม 46.20) อีกทั้งนักเรียนร้อยละ 87.50 สามารถเขียนคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ได้ครบทั้ง 3 องค์ประกอบ และร้อยละ 75.00 สามารถเชื่อมโยงลักษณะโครงสร้างของวัสดุเข้ากับเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างถูกต้อง

ในด้านคุณภาพ พบการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเรียนรู้ที่น่าสนใจ กล่าวคือ นักเรียนมีทักษะการคิดที่เป็นเหตุเป็นผลมากขึ้น เปลี่ยนจากการตอบคำถามแบบกำปั้นทุบดิน เช่น "ผ้าดูดน้ำเพราะมันดูดน้ำ" มาเป็นการอธิบายเชิงสาเหตุที่ชัดเจน เช่น "มีเส้นใยพันกันเป็นช่องว่างทำให้น้ำซึมเข้าได้" นอกจากนี้ยังเกิดการถ่ายโอนการเรียนรู้ (Transfer of Learning) โดยนักเรียนสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้ เช่น การเลือกวัสดุเช็ดโต๊ะหรือห่ออาหาร พร้อมอธิบายเหตุผลประกอบได้อย่างเป็นระบบ ซึ่งผลการดำเนินงานดังกล่าวยังส่งผลให้ผู้เรียนมีเจตคติที่ดี มีความสุขกับการสวมบทบาทนักสืบ และมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้อยู่ในระดับมากที่สุด

๖. ปัจจัยหรือสิ่งสนับสนุนที่ให้เกิดความสำเร็จ

๖.๑ ปัจจัยภายใน

1. การออกแบบนวัตกรรม (Scaffolding): สมุดเล่มเล็กถูกออกแบบให้เป็น "นั่งร้าน" ทางความคิด ช่วยพยุงให้นักเรียนคิดจากง่ายไปยาก เป็นลำดับขั้น (สำรวจ -> ทดลอง -> วิเคราะห์ -> สรุป) เหมาะสมกับพัฒนาการเด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ 2

2. กระบวนการเรียนรู้ (PBL & Gamification): การใช้ปัญหาน้ำรั่วในชีวิตจริงและการสวมบทบาทนักสืบ ช่วยกระตุ้นความสนใจและ Active Engagement ตลอดเวลา

3. บทบาทครู (Facilitator): ครูทำหน้าที่อำนวยความสะดวก ตั้งคำถามกระตุ้น และดูแลรายบุคคลได้อย่างทั่วถึงเนื่องจากเป็นกลุ่มเล็ก (8 คน)

๖.๒ ปัจจัยภายนอก

1. การสนับสนุนจากผู้บริหาร: มีนโยบายส่งเสริม Active Learning และเปิดโอกาสให้ครูสร้างนวัตกรรม

2. ระบบ PLC (ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ): มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนครู ทำให้ได้รับคำแนะนำ (Feedback) มาปรับปรุงนวัตกรรมให้สมบูรณ์ขึ้น

3. ความพร้อมของสื่อและแหล่งเรียนรู้: มีอุปกรณ์การทดลองที่หาง่ายและสื่อประกอบ (ภาพโครงสร้างวัสดุ) ที่ชัดเจน เอื้อต่อการเรียนรู้เชิงประจักษ์

๗. ชื่อบุคคลหรือหน่วยงานภายนอกที่ให้การยอมรับ

- ได้รับคัดเลือกเป็นครูผู้สร้างแรงบันดาลใจแห่งปี จากการคัดเลือกให้เป็น ๑ ใน ๑๐๐ แผนการจัดการเรียนรู้ “โครงการ "ร่วมแชร์ 100 แผนฯ สร้างแรงบันดาลใจ" ปีที่ 3”

หน่วยงานที่จัด : บริษัทอักษร เอ็ดดูเคชั่น จำกัด (มหาชน)

โพสต์โดย kearea : [8 ธ.ค. 2568 (15:03 น.)]
อ่าน [33586] ไอพี : 110.168.242.104
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 22,599 ครั้ง
มวลอะตอม : เคมี
มวลอะตอม : เคมี

เปิดอ่าน 16,706 ครั้ง
ตักขี้ควายขายรายได้เดือนละ 2 หมื่น
ตักขี้ควายขายรายได้เดือนละ 2 หมื่น

เปิดอ่าน 11,021 ครั้ง
เตือนภัยพลาสติกบรรจุอาหารต้นตอโรคเบาหวาน หัวใจ ตับ
เตือนภัยพลาสติกบรรจุอาหารต้นตอโรคเบาหวาน หัวใจ ตับ

เปิดอ่าน 19,828 ครั้ง
อ.เจษฎา ชี้พระนั่งในน้ำเดือด เป็นแค่กลทางวิทยาศาสตร์
อ.เจษฎา ชี้พระนั่งในน้ำเดือด เป็นแค่กลทางวิทยาศาสตร์

เปิดอ่าน 15,412 ครั้ง
ชีวิตหลังเกษียณ (1)
ชีวิตหลังเกษียณ (1)

เปิดอ่าน 11,337 ครั้ง
จัดสิ่งแวดล้อมหน้าจอคอมพ์ ช่วยสุขภาพดี-ทำงาน มีสุข
จัดสิ่งแวดล้อมหน้าจอคอมพ์ ช่วยสุขภาพดี-ทำงาน มีสุข

เปิดอ่าน 34,781 ครั้ง
อาหรับ มาจากไหน?
อาหรับ มาจากไหน?

เปิดอ่าน 34,100 ครั้ง
ประเภทและอัตราเงินบำรุงการศึกษาและค่าเล่าเรียน
ประเภทและอัตราเงินบำรุงการศึกษาและค่าเล่าเรียน

เปิดอ่าน 31,412 ครั้ง
7 ยี่ห้อน้ำดื่มไฮโซ แพงที่สุดในโลก
7 ยี่ห้อน้ำดื่มไฮโซ แพงที่สุดในโลก

เปิดอ่าน 239,015 ครั้ง
รูปแบบจำลอง S M C R Model
รูปแบบจำลอง S M C R Model

เปิดอ่าน 4,217 ครั้ง
อนุญาต หรือ อนุญาติ
อนุญาต หรือ อนุญาติ

เปิดอ่าน 8,197 ครั้ง
โครงการ DifferSheet ออกฟีเจอร์ใหม่ WorkSheet (สื่อการเรียนการสอนดิจิทัล) ให้ครูใช้ฟรีช่วงโควิด
โครงการ DifferSheet ออกฟีเจอร์ใหม่ WorkSheet (สื่อการเรียนการสอนดิจิทัล) ให้ครูใช้ฟรีช่วงโควิด

เปิดอ่าน 16,119 ครั้ง
โกรธบ่อยโรคเพียบแน่ สุขภาพแย่ชัวร์ !
โกรธบ่อยโรคเพียบแน่ สุขภาพแย่ชัวร์ !

เปิดอ่าน 11,364 ครั้ง
เขาห้ามผมทำ แต่ไม่ห้ามผมคิด ตอนที่ 10 : เมื่อโรงเรียนเป็นนิติบุคคลแล้วประชาชนได้อะไร
เขาห้ามผมทำ แต่ไม่ห้ามผมคิด ตอนที่ 10 : เมื่อโรงเรียนเป็นนิติบุคคลแล้วประชาชนได้อะไร

เปิดอ่าน 104,959 ครั้ง
การเรียนการสอนรายบุคคล (Individualized Instruction)
การเรียนการสอนรายบุคคล (Individualized Instruction)

เปิดอ่าน 17,713 ครั้ง
แตงกวามีดีกว่าที่คุณคิด
แตงกวามีดีกว่าที่คุณคิด
เปิดอ่าน 17,073 ครั้ง
ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องกำหนดรายชื่อคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการที่มีสิทธิได้รับเบี้ยประชุมฯ
ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องกำหนดรายชื่อคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการที่มีสิทธิได้รับเบี้ยประชุมฯ
เปิดอ่าน 14,010 ครั้ง
ดูชัดๆ ฟ้าผ่าสุดโหด
ดูชัดๆ ฟ้าผ่าสุดโหด
เปิดอ่าน 38,220 ครั้ง
รู้จัก "อีบิดดิ้ง-อีมาร์เก็ต" ระบบจัดซื้อ "พันธุ์ใหม่"
รู้จัก "อีบิดดิ้ง-อีมาร์เก็ต" ระบบจัดซื้อ "พันธุ์ใหม่"
เปิดอ่าน 770 ครั้ง
นิยายวาย แฟนตาซี ความมหัศจรรย์ที่รอให้สาววายค้นพบ
นิยายวาย แฟนตาซี ความมหัศจรรย์ที่รอให้สาววายค้นพบ

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ