ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

รูปแบบการบริหารสถานศึกษาวิถีใหม่ด้วยกระบวนการ 5P Strategy เพื่อเสริมสร้างระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในของโรงเรียนบ้านกลาง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1

ชื่อผู้รายงาน นายธราเดช มหปุญญานนท์

ปีการศึกษา 2565-2566

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาองค์ประกอบและแนวคิด เพื่อพัฒนา เพื่อทดลองใช้ และเพื่อประเมินผลรูปแบบการบริหารสถานศึกษาวิถีใหม่ด้วยกระบวนการ 5P Strategy เพื่อเสริมสร้างระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในของโรงเรียนบ้านกลาง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 วิธีดำเนินการวิจัยมี 4 ขั้นตอน ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาองค์ประกอบและแนวคิดเพื่อเสริมสร้างระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในของโรงเรียนบ้านกลาง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 โดย 1) ศึกษาและวิเคราะห์เนื้อหาเอกสารที่เกี่ยวข้อง 2) สัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ กลุ่มผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 7 คน โดยใช้ประเด็นสัมภาษณ์ เครื่องมือที่ใช้ในวิจัย คือ แบบสัมภาษณ์ สถิติที่ใช้ คือ การวิเคราะห์เนื้อหา และสรุปผล ขั้นตอนที่ 2 การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาวิถีใหม่ด้วยกระบวนการ 5P Strategy เพื่อเสริมสร้างระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในของโรงเรียนบ้านกลาง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 โดย 1) ยกร่างรูปแบบการบริหาร 2) ตรวจสอบความตรงของรูปแบบ กลุ่มผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 7 คน โดยใช้ประเด็นสนทนากลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในวิจัย คือ ประเด็นการสนทนากลุ่ม และแบบประเมินความเป็นไปได้ สถิติที่ใช้ คือ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์เนื้อหา และสรุปผล ขั้นตอนที่ 3 การทดลองใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาวิถีใหม่ด้วยกระบวนการ 5P Strategy เพื่อเสริมสร้างระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในของโรงเรียนบ้านกลาง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 กลุ่มผู้ให้ข้อมูล คือ คณะกรรมการการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 2566 จำนวน 15 คน และคณะกรรมการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษา ปีการศึกษา 2566 จำนวน 5 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหาและสรุปผล และขั้นตอนที่ 4 การประเมินรูปแบบการบริหารสถานศึกษาวิถีใหม่ด้วยกระบวนการ 5P Strategy เพื่อเสริมสร้างระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในของโรงเรียนบ้านกลาง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 กลุ่มผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ คณะกรรมการการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 15 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบประเมินรูปแบบการบริหารสถานศึกษาวิถีใหม่ด้วยกระบวนการ 5P Strategy เพื่อเสริมสร้างระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในของโรงเรียนบ้านกลาง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ คือ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ผลการวิจัยพบว่า

1. ผลการศึกษาองค์ประกอบและแนวคิดกับรูปแบบการบริหารสถานศึกษาวิถีใหม่ด้วยกระบวนการ 5P Strategy เพื่อเสริมสร้างระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในของโรงเรียนบ้านกลาง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 พบว่า จากการศึกษาองค์ประกอบและแนวคิดเกี่ยวกับรูปแบบการบริหารสถานศึกษาวิถีใหม่ด้วยกระบวนการ 5P Strategy เพื่อเสริมสร้างระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในของโรงเรียนบ้านกลาง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 โดยทำการศึกษาแนวคิด ทฤษฎี และเอกสารที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ครอบคลุมนโยบายการปฏิรูปการศึกษา การประกันคุณภาพการศึกษาภายใน กระบวนการ PDCA กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 ทฤษฎีเชิงระบบแบบเปิด แนวคิดการบริหารคุณภาพโดยรวม (TQM) และการบริหารมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ (RBM) รวมทั้งดำเนินการสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญ จากนั้นนำข้อมูลมาวิเคราะห์หาความสอดคล้องและข้อสรุปร่วมกัน ผลการศึกษาพบว่า รูปแบบการบริหารสถานศึกษาวิถีใหม่ด้วยกระบวนการ 5P Strategy เพื่อเสริมสร้างระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในของโรงเรียนบ้านกลาง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1ประกอบด้วย 6 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ 1) หลักการ 2) จุดมุ่งหมาย 3) องค์ประกอบการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ได้แก่ ด้านคุณภาพผู้เรียน ด้านกระบวนการบริหารและการจัดการ ด้านกระบวนการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ 4) การบริหารสถานศึกษาวิถีใหม่ด้วยกระบวนการ 5P Strategy มี 5 ขั้นตอน คือ (1) ขั้นปรับฐาน (Preparation) : เตรียมพร้อมทรัพยากรและโครงสร้างพื้นฐาน (2) ขั้นปักเป้า (Pursuit) : กำหนดเป้าหมายและมุ่งสู่ความสำเร็จ (3) ขั้นประสาน (Partnership) : ประสานพลังและร่วมมือกันอย่างเป็นระบบ (4) ขั้นประเมิน (Performance) : ประเมินผลและวิเคราะห์องค์รวม (5) ขั้นปรับปรุง (Progress) : ปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง 5) ผลลัพธ์ และ 6) เงื่อนไขสู่ความสำเร็จและการเติบโตอย่างยั่งยืน

2. ผลการพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาวิถีใหม่ด้วยกระบวนการ 5P Strategy เพื่อเสริมสร้างระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในของโรงเรียนบ้านกลาง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 พบว่า รูปแบบการบริหารสถานศึกษาวิถีใหม่ด้วยกระบวนการ 5P Strategy เพื่อเสริมสร้างระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในของโรงเรียนบ้านกลาง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 ประกอบด้วย 6 องค์ประกอบหลัก มีรายละเอียดดังนี้ 1) หลักการ : แนวทางการบริหารแบบองค์รวม ผ่านวัฒนธรรมการทำงานเชิงคุณภาพ “วิถีบ้านกลางวิถีคุณภาพ : รวมพลังสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน” 2) จุดมุ่งหมาย : เพื่อเสริมสร้างระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ด้านคุณภาพผู้เรียนตามหลักสูตรสถานศึกษา 3) องค์ประกอบการพัฒนาคุณภาพการศึกษา : ด้านคุณภาพผู้เรียน ด้านกระบวนการบริหารและการจัดการ ด้านกระบวนการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ 4) การบริหารสถานศึกษาวิถีใหม่ด้วยกระบวนการ 5P Strategy มี 5 ขั้นตอน คือ (1) ขั้นปรับฐาน (Preparation) : เตรียมพร้อมทรัพยากรและโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ พัฒนาบุคลากรผ่านการอบรม ประชุมในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อกำหนดบทบาทหน้าที่ให้ชัดเจน และสร้างทีมงานคุณภาพเพื่อขับเคลื่อนระบบประกันคุณภาพ วางแผนจัดสรรงบประมาณสำหรับการดำเนินงานในแต่ละกิจกรรมอย่างเพียงพอและคุ้มค่า จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่จำเป็น พร้อมทั้งสร้างระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อการสื่อสารและการเข้าถึงอย่างมีประสิทธิภาพ (2) ขั้นปักเป้า (Pursuit) : กำหนดเป้าหมายและมุ่งสู่ความสำเร็จ ได้แก่ วิเคราะห์บริบท จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคของสถานศึกษา เพื่อให้เข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันอย่างถ่องแท้ กำหนดทิศทางการดำเนินงานโดยการตั้งพันธกิจ วัตถุประสงค์ และเป้าหมายความสำเร็จที่สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของชาติ จัดทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษาที่ระบุกิจกรรม กรอบเวลา และแหล่งข้อมูลของผลการดำเนินงานไว้อย่างชัดเจน (3) ขั้นประสาน (Partnership) : ประสานพลังและร่วมมือกันอย่างเป็นระบบ ได้แก่ ขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแผนพัฒนาการจัดการศึกษาที่วางไว้ โดยอาศัยการประสานงานที่ดีระหว่างทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จัดเก็บข้อมูลและหลักฐานจากการปฏิบัติงานจริงอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการประเมินผล ติดตามความก้าวหน้าของการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและปรับปรุงการทำงานให้ราบรื่น (4) ขั้นประเมิน (Performance) : ประเมินผลและวิเคราะห์องค์รวม ได้แก่ เตรียมความพร้อมในการประเมินโดยการกำหนดผู้รับผิดชอบ วิธีการ และปฏิทินการประเมินคุณภาพภายในให้ชัดเจน ดำเนินการประเมินคุณภาพภายในตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา พร้อมทั้งรวบรวมข้อมูลและหลักฐานประกอบอย่างครบถ้วน วิเคราะห์ผลการประเมินเพื่อค้นหาสาเหตุของความสำเร็จหรือปัญหาและสรุปจุดที่ควรพัฒนาต่อไป (5) ขั้นปรับปรุง (Progress) : ปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ จัดทำรายงานผลการประเมินตนเอง (SAR) เพื่อนำเสนอต่อหน่วยงานต้นสังกัดและเผยแพร่ผลให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรับทราบ นำข้อเสนอแนะจากผลการประเมินมาจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง และส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวปฏิบัติที่ดี ปรับปรุงระบบการประกันคุณภาพให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและเตรียมความพร้อมของสถานศึกษาเพื่อรองรับการประเมินในรอบต่อไป 5) ผลลัพธ์ ได้แก่ ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียนตามหลักสูตรสถานศึกษา และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียนตามหลักสูตรสถานศึกษา 6) เงื่อนไขความสำเร็จ ได้แก่ ภาวะผู้นำเชิงการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leadership) นวัตกรรมการศึกษาดิจิทัล (Digital Educational Innovation) การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เชิงระบบ (Systematic Human Resource Development) และเครือข่ายความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Partnership Network)

3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาวิถีใหม่ด้วยกระบวนการ 5P Strategy เพื่อเสริมสร้างระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในของโรงเรียนบ้านกลาง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 พบว่า 1) ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียนตามหลักสูตรสถานศึกษา ปีการศึกษา 2566 พบว่า ด้านความสามารถในการอ่าน การเขียน การสื่อสาร และการคิดคำนวณ พบว่า ผู้เรียนร้อยละ 80.35 มีคุณภาพอยูในระดับดีเลิศ ด้านความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแก้ปัญหา พบว่า ผู้เรียนร้อยละ 79.98 มีคุณภาพอยู่ในระดับดี ด้านความสามารถในการสร้างนวัตกรรม พบว่า ผู้เรียนร้อยละ 79.88 มีคุณภาพอยู่ในระดับดี ด้านความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร พบว่า ผู้เรียนร้อยละ 87.00 มีคุณภาพอยู่ในระดับดีเลิศ ด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามหลักสูตรสถานศึกษา พบว่า ผู้เรียนร้อยละ 80.00 มีคุณภาพอยู่ในระดับดีเลิศ ด้านความรู้ทักษะพื้นฐานและเจตคติที่ดีต่องานอาชีพ พบว่า ผู้เรียนมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับร้อยละ 97.12 มีคุณภาพอยู่ในระดับยอดเยี่ยม 2) คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียนตามหลักสูตรสถานศึกษา ปีการศึกษา 2566 พบว่า ด้านคุณลักษณะค่านิยมที่ดีตามที่สถานศึกษากำหนด พบว่า ผู้เรียนร้อยละ 98.56 มีคุณภาพอยู่ในระดับดียอดเยี่ยม ด้านความภูมิใจในท้องถิ่นและความเป็นไทย พบว่า ผู้เรียนร้อยละ 98.45 มีคุณภาพอยู่ในระดับยอดเยี่ยม ด้านยอมรับที่จะอยู่บนความแตกต่างและหลากหลาย พบว่า ผู้เรียนร้อยละ 98.20 มีคุณภาพอยู่ในระดับยอดเยี่ยม ด้านสุขภาวะทางร่างกายและจิตสังคม พบว่า ผู้เรียนร้อยละ 98.25 มีคุณภาพอยู่ในระดับยอดเยี่ยม และ 3) ผลการประเมินระดับคุณภาพผู้เรียนตามมาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู้เรียน ปีการศึกษา 2566 พบว่า ในภาพรวมอยู่ในระดับดีเลิศ โดยด้านผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน อยู่ในระดับดีเลิศ และ

ด้านคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน อยู่ในระดับยอดเยี่ยม เป็นไปตามค่าเป้าหมายที่กำหนดไว้

4. ผลการประเมินรูปแบบการบริหารสถานศึกษาวิถีใหม่ด้วยกระบวนการ 5P Strategy เพื่อเสริมสร้างระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในของโรงเรียนบ้านกลาง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 พบว่า ในภาพรวมรูปแบบการบริหารสถานศึกษาวิถีใหม่ด้วยกระบวนการ 5P Strategy เพื่อเสริมสร้างระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในของโรงเรียนบ้านกลาง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 มีความเป็นไปได้ ความเป็นประโยชน์ ความถูกต้องครอบคลุม และความเหมาะสม อยู่ในระดับมากที่สุด

โพสต์โดย ธราเดช มหปุญญานนท์ : [8 ก.ย. 2568 (22:13 น.)]
อ่าน [97135] ไอพี : 110.168.164.162
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 213,102 ครั้ง
ระบบย่อยอาหาร
ระบบย่อยอาหาร

เปิดอ่าน 19,496 ครั้ง
เทคนิคเจ๋งๆที่โรงเรียนไม่เคยสอน
เทคนิคเจ๋งๆที่โรงเรียนไม่เคยสอน

เปิดอ่าน 22,734 ครั้ง
มีครบหมดทุกป้าย..ยกเว้น......????
มีครบหมดทุกป้าย..ยกเว้น......????

เปิดอ่าน 2,770 ครั้ง
การเรียนการสอนแบบ e-Learning
การเรียนการสอนแบบ e-Learning

เปิดอ่าน 5,977 ครั้ง
เปิดรายชื่อ 203 แอพอันตราย เตือนประชาชน อย่าโหลด!
เปิดรายชื่อ 203 แอพอันตราย เตือนประชาชน อย่าโหลด!

เปิดอ่าน 3,861 ครั้ง
ความหมายดีๆ ของการตกแต่งต้นคริสต์มาส?
ความหมายดีๆ ของการตกแต่งต้นคริสต์มาส?

เปิดอ่าน 14,183 ครั้ง
ทริคเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับน้ำ ที่คุณครูเอาไปสอนเด็กได้
ทริคเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับน้ำ ที่คุณครูเอาไปสอนเด็กได้

เปิดอ่าน 24,189 ครั้ง
เผด็จการคืออะไร
เผด็จการคืออะไร

เปิดอ่าน 17,912 ครั้ง
8 เทคนิครักษาดอกกุหลาบให้อยู่ได้นานขึ้น
8 เทคนิครักษาดอกกุหลาบให้อยู่ได้นานขึ้น

เปิดอ่าน 9,734 ครั้ง
อังกฤษเตรียมเปลี่ยนชื่อ "บิ๊กเบน" ตามพระนามควีน
อังกฤษเตรียมเปลี่ยนชื่อ "บิ๊กเบน" ตามพระนามควีน

เปิดอ่าน 147,660 ครั้ง
จำนวนครูเกษียณอายุราชการ และความต้องการครู แยกตามสาขาวิชา
จำนวนครูเกษียณอายุราชการ และความต้องการครู แยกตามสาขาวิชา

เปิดอ่าน 12,416 ครั้ง
มะเร็งปากมดลูก
มะเร็งปากมดลูก

เปิดอ่าน 382 ครั้ง
ระบบปฏิบัติการยูนิกซ์ (UNIX)
ระบบปฏิบัติการยูนิกซ์ (UNIX)

เปิดอ่าน 22,683 ครั้ง
มวลอะตอม : เคมี
มวลอะตอม : เคมี

เปิดอ่าน 13,732 ครั้ง
เช้าควบเที่ยง เสี่ยงโรคอ้วน
เช้าควบเที่ยง เสี่ยงโรคอ้วน

เปิดอ่าน 1,247 ครั้ง
อะไรทำให้ Huawei Watch 5 โดดเด่นในปี 2025?
อะไรทำให้ Huawei Watch 5 โดดเด่นในปี 2025?
เปิดอ่าน 14,532 ครั้ง
การกระตุ้นพัฒนาการลูกในครรภ์
การกระตุ้นพัฒนาการลูกในครรภ์
เปิดอ่าน 13,628 ครั้ง
รู้ไว้ไม่เสียหาย! ตัวเลข "เฮง-ชง" ประจำปีวอก
รู้ไว้ไม่เสียหาย! ตัวเลข "เฮง-ชง" ประจำปีวอก
เปิดอ่าน 11,233 ครั้ง
วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ไขข้อสงสัยทุกคำถามที่อยากรู้
วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ไขข้อสงสัยทุกคำถามที่อยากรู้
เปิดอ่าน 35,899 ครั้ง
6 ประโยชน์ของการอาบน้ำที่คุณอาจยังไม่รู้
6 ประโยชน์ของการอาบน้ำที่คุณอาจยังไม่รู้

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ