ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนารูปแบบการบริหารเพื่อเสริมสร้างทักษะการสร้างสรรค์และนวัตกรรม ของครูโรงเรียนเทศบาล 1 (แตงอ่อนเผดิมวิทยา)

การวิจัยเรื่อง การพัฒนารูปแบบการบริหารเพื่อเสริมสร้างทักษะการสร้างสรรค์และนวัตกรรมของครูโรงเรียนเทศบาล 1 (แตงอ่อนเผดิมวิทยา) มีวัตถุประสงค์ของการวิจัย ดังนี้ 1. เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ของการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างทักษะการสร้างสรรค์และนวัตกรรมของครูโรงเรียนเทศบาล 1 (แตงอ่อนเผดิมวิทยา) 2. เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารเพื่อเสริมสร้างทักษะการสร้างสรรค์และนวัตกรรมของครู โรงเรียนเทศบาล1 (แตงอ่อนเผดิมวิทยา) 3. เพื่อศึกษาผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารเพื่อเสริมสร้างทักษะการสร้างสรรค์และนวัตกรรมของครูโรงเรียนเทศบาล 1 (แตงอ่อนเผดิมวิทยา) 4. เพื่อศึกษาผลการใช้รูปแบบการบริหารเพื่อเสริมสร้างทักษะการสร้างสรรค์และนวัตกรรมของครูโรงเรียนเทศบาล 1 (แตงอ่อนเผดิมวิทยา) โดยใช้กรอบแนวคิดการวิจัย และพัฒนา (Research and Development (R & D)) ประกอบด้วย 4 ระยะ ระยะที่ 1 การวิจัย (Research : R1) เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน (Analysis : A) การวิเคราะห์สภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ในการพัฒนาการบริหารเพื่อเสริมสร้างศักยภาพครูด้านการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างทักษะการสร้างสรรค์และนวัตกรรมของครูโดยการสอบถามผู้บริหารโรงเรียนโรงเรียนเทศบาล 1 (แตงอ่อนเผดิมวิทยา) ระยะที่ 2 การพัฒนา (Development : D1) ออกแบบและพัฒนา (Design and Develop: D&D) รูปแบบการบริหารเพื่อเสริมสร้างทักษะการสร้างสรรค์และนวัตกรรมของครูโรงเรียนเทศบาล 1 (แตงอ่อนเผดิมวิทยา) ระยะที่ 3 การวิจัย (Research : R2) ทดลองใช้ (Implement : l) รูปแบบการบริหารเพื่อเสริมสร้างศักยภาพครูด้านการจัดการเรียนรู้ เพื่อเสริมสร้างทักษะการสร้างสรรค์และนวัตกรรมของครูโรงเรียนเทศบาล 1 (แตงอ่อนเผดิมวิทยา) และระยะที่ 4 การพัฒนา (Development : D2) ประเมินผล (Evaluation : E) รูปแบบการบริหารเพื่อเสริมสร้างทักษะการสร้างสรรค์และนวัตกรรมของครูโรงเรียนเทศบาล 1 (แตงอ่อนเผดิมวิทยา) กลุ่มผู้ร่วมวิจัย ประกอบด้วย ครูประจำการในโรงเรียนเทศบาล 1 (แตงอ่อนเผดิมวิทยา) จำนวน 54 คน และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 158 คน โดยการเก็บข้อมูลทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ เครื่องที่ใช้ในการวิจัย คู่มือการใช้รูปแบบการบริหารเพื่อเสริมสร้างทักษะการสร้างสรรค์และนวัตกรรมของครูโรงเรียนเทศบาล 1 (แตงอ่อนเผดิมวิทยา) แบบประเมินความรู้ของครูในการจัดการเรียนรู้ แบบประเมินแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก แบบสังเกตการจัดการเรียนรู้เชิงรุก แบบทดสอบความรู้ของครูในการจัดการเรียนรู้ และแบบประเมินทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมของผู้เรียน สถิติที่ใช้เป็นสถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ( x̄) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)

ผลการวิจัยพบว่า

1. การศึกษาสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ของการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างทักษะการสร้างสรรค์และนวัตกรรมของครูโรงเรียนเทศบาล 1 (แตงอ่อนเผดิมวิทยา) สภาพปัจจุบันของการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างทักษะการสร้างสรรค์และนวัตกรรมของครูโรงเรียนเทศบาล 1 (แตงอ่อนเผดิมวิทยา) โดยรวมและรายด้านทุกด้าน อยู่ในระดับปานกลาง และสภาพที่พึงประสงค์ของการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างทักษะการสร้างสรรค์และนวัตกรรมของครูโรงเรียนเทศบาล 1 (แตงอ่อนเผดิมวิทยา) โดยรวมและรายด้านทุกด้าน อยู่ในระดับมากที่สุด

2. การพัฒนารูปแบบการบริหารเพื่อเสริมสร้างศักยภาพครูด้านการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างทักษะการสร้างสรรค์และนวัตกรรมของครูโรงเรียนเทศบาล 1 (แตงอ่อนเผดิมวิทยา) สรุปผลได้ ดังนี้

2.1 ผลการพัฒนารูปแบบการบริหารเพื่อเสริมสร้างศักยภาพครูด้านการจัดการเรียนรู้ เพื่อเสริมสร้างทักษะการสร้างสรรค์และนวัตกรรมของครูโรงเรียนเทศบาล 1 (แตงอ่อนเผดิมวิทยา) จากการศึกษาแนวคิด ทฤษฎี สามารถสรุปได้ว่า การพัฒนารูปแบบต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบ มีการตรวจสอบคุณภาพของรูปแบบในทุกขั้นตอนของการพัฒนารูปแบบ องค์ประกอบสำคัญของรูปแบบประกอบด้วย 6 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) หลักการของรูปแบบ 2) ความมุ่งหมายของรูปแบบ 3) เนื้อหาสาระของรูปแบบ 4) กิจกรรมของรูปแบบ 5) การวัดและประเมินผล และ 6) เอกสารประกอบรูปแบบ (คู่มือการใช้รูปแบบ) และทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมของผู้เรียน ประกอบด้วย 1) ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหา 2) ทักษะการคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม และ 3) ทักษะการสื่อสารและการร่วมมือกัน

2.2 ผลการประเมินรูปแบบการบริหารเพื่อเสริมสร้างศักยภาพครูด้านการจัดการเรียนรู้ เพื่อเสริมสร้างทักษะการสร้างสรรค์และนวัตกรรมของครูโรงเรียนเทศบาล 1 (แตงอ่อนเผดิมวิทยา) พบว่า โดยรวม รูปแบบการบริหารงานวิชาการเพื่อเสริมสร้างทักษะการสร้างสรรค์และนวัตกรรมของครูโรงเรียนเทศบาล 1 (แตงอ่อนเผดิมวิทยา) มีความเหมาะสม อยู่ในระดับมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ ( x̄= 4.59, S.D. = 0.49) สามารถนำไปใช้ได้

3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารเพื่อเสริมสร้างทักษะการสร้างสรรค์และนวัตกรรมของครูโรงเรียนเทศบาล 1 (แตงอ่อนเผดิมวิทยา) พบว่า ภายหลังการเข้ารับการทดลองใช้รูปแบบการบริหารเพื่อเสริมสร้างทักษะการสร้างสรรค์และนวัตกรรมของครูโรงเรียนเทศบาล 1 (แตงอ่อนเผดิมวิทยา) กลุ่มตัวอย่างมีความรู้ในการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างทักษะการสร้างสรรค์และนวัตกรรมของครู ผ่านเกณฑ์ที่ตั้งไว้ที่ร้อยละ 80 ของคะแนนเต็ม และความรู้ของครูในการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างทักษะการสร้างสรรค์และนวัตกรรมของครู หลังการทดลองใช้หลักสูตร สูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบความสามารถของครูในการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างทักษะการสร้างสรรค์และนวัตกรรมของครูกับเกณฑ์ที่ตั้งไว้ พบว่า โดยรวมมีคะแนนเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 88.67 ซึ่งผ่านเกณฑ์ร้อยละ 80 ที่ตั้งไว้

4. ศึกษาผลการใช้รูปแบบการบริหารเพื่อเสริมสร้างทักษะการสร้างสรรค์และนวัตกรรมของครูโรงเรียนเทศบาล 1 (แตงอ่อนเผดิมวิทยา) พบว่า

4.1 ผลการพัฒนาหลังการเข้ารับการทดลองใช้รูปแบบการบริหารเพื่อเสริมสร้างทักษะการสร้างสรรค์และนวัตกรรมของครูโรงเรียนเทศบาล 1 (แตงอ่อนเผดิมวิทยา) กลุ่มตัวอย่างมีความรู้ในการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างทักษะการสร้างสรรค์และนวัตกรรมของครู ผ่านเกณฑ์ที่ตั้งไว้ที่ ร้อยละ 80 ของคะแนนเต็ม โดยภาพรวมมีคะแนนเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 88.81

4.2 ผลการเปรียบเทียบความรู้ของครูในการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างทักษะการสร้างสรรค์และนวัตกรรมของครู ระหว่าง ก่อน และหลังการทดลองใช้รูปแบบการบริหารเพื่อเสริมสร้างทักษะการสร้างสรรค์และนวัตกรรมของครูโรงเรียนเทศบาล 1 (แตงอ่อนเผดิมวิทยา) พบว่า ความรู้ของครูในการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างทักษะการสร้างสรรค์และนวัตกรรมของครู หลังการใช้หลักสูตรสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

4.3 ผลการเปรียบเทียบความสามารถของครูในด้านการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างทักษะการสร้างสรรค์และนวัตกรรมของครู กับเกณฑ์ที่ตั้งไว้ พบว่า โดยรวมมีคะแนนเฉลี่ยคิดเป็น ร้อยละ 87.33 ซึ่งผ่านเกณฑ์ร้อยละ 80 ที่ตั้งไว้

4.4 ผลการเปรียบเทียบทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมของผู้เรียน หลังการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบการบริหารเพื่อเสริมสร้างทักษะการสร้างสรรค์และนวัตกรรมของครูกับเกณฑ์ที่ตั้งไว้ พบว่า โดยรวมมีคะแนนเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 86.87 ซึ่งผ่านเกณฑ์ร้อยละ 80 ที่ตั้งไว้

โพสต์โดย นายไกรศร แก้วหอด : [7 ส.ค. 2568 (15:40 น.)]
อ่าน [97249] ไอพี : 171.97.244.114
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 26,409 ครั้ง
แก่นขนุน
แก่นขนุน

เปิดอ่าน 10,965 ครั้ง
วันปิยมหาราช
วันปิยมหาราช

เปิดอ่าน 13,176 ครั้ง
เผยรายได้เฉลี่ย-สูงสุด บัณฑิตจุฬาฯ รุ่นรับปริญญา ปี 2557
เผยรายได้เฉลี่ย-สูงสุด บัณฑิตจุฬาฯ รุ่นรับปริญญา ปี 2557

เปิดอ่าน 20,871 ครั้ง
(ก.ค.ศ.)การศึกษาตัวแปรที่สัมพันธ์กับความสำเร็จในการประกอบวิชาชีพครู
(ก.ค.ศ.)การศึกษาตัวแปรที่สัมพันธ์กับความสำเร็จในการประกอบวิชาชีพครู

เปิดอ่าน 30,381 ครั้ง
หนังสือดีเด่น 2559 ที่พ่อแม่ควรให้ "ลูก" อ่าน
หนังสือดีเด่น 2559 ที่พ่อแม่ควรให้ "ลูก" อ่าน

เปิดอ่าน 12,078 ครั้ง
จับตาอนาคตทีวีไทย กับการเปลี่ยนแปลงจากระบบอนาล็อกสู่ดิจิตอล
จับตาอนาคตทีวีไทย กับการเปลี่ยนแปลงจากระบบอนาล็อกสู่ดิจิตอล

เปิดอ่าน 31,440 ครั้ง
"หอยนางรม" บำรุง "ตับ-ไต-สุขภาพ-เพศ"
"หอยนางรม" บำรุง "ตับ-ไต-สุขภาพ-เพศ"

เปิดอ่าน 12,630 ครั้ง
หนังสือ 108 คำถาม พนักงานราชการ 2
หนังสือ 108 คำถาม พนักงานราชการ 2

เปิดอ่าน 23,564 ครั้ง
เกมส์ทําอาหาร
เกมส์ทําอาหาร

เปิดอ่าน 10,025 ครั้ง
ตอนนี้สามารถรับประทานเนื้อหมู ได้อย่างปลอดภัยหรือไม่
ตอนนี้สามารถรับประทานเนื้อหมู ได้อย่างปลอดภัยหรือไม่

เปิดอ่าน 15,926 ครั้ง
กินผักตามฤดู 12 เดือน
กินผักตามฤดู 12 เดือน

เปิดอ่าน 14,392 ครั้ง
6 ประการ สู่การเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ทำงานดีและมีความสุข
6 ประการ สู่การเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ทำงานดีและมีความสุข

เปิดอ่าน 15,594 ครั้ง
LCD (Liquid Crystal Display)
LCD (Liquid Crystal Display)

เปิดอ่าน 20,508 ครั้ง
คู่แข่ง 4.0 คือการศึกษาและคุณภาพชีวิต : โดย สุกรี เจริญสุข
คู่แข่ง 4.0 คือการศึกษาและคุณภาพชีวิต : โดย สุกรี เจริญสุข

เปิดอ่าน 15,747 ครั้ง
เสาวรสบำรุงสายตาและแก้อาการนอนไม่หลับ
เสาวรสบำรุงสายตาและแก้อาการนอนไม่หลับ

เปิดอ่าน 7,166 ครั้ง
แนวทางปฏิบัติสำหรับการจัดซื้อวงเงินไม่เกิน 50,000 บาท (มีผลบังคับใช้ 1 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป)
แนวทางปฏิบัติสำหรับการจัดซื้อวงเงินไม่เกิน 50,000 บาท (มีผลบังคับใช้ 1 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป)
เปิดอ่าน 18,711 ครั้ง
วันที่
วันที่ ''ไมโครซอฟท์'' ไร้บิลล์ เกตส์
เปิดอ่าน 14,759 ครั้ง
กระโดดเชือกแบบทีมเจ๋งๆ ลีลาเทพโคตร! ขอบอก
กระโดดเชือกแบบทีมเจ๋งๆ ลีลาเทพโคตร! ขอบอก
เปิดอ่าน 13,192 ครั้ง
แบคทีเรียกินเนื้อคน แพทย์แนะล้างแผลฆ่าเชื้อโรคทันที หากถูกก้างปลาตำ
แบคทีเรียกินเนื้อคน แพทย์แนะล้างแผลฆ่าเชื้อโรคทันที หากถูกก้างปลาตำ
เปิดอ่าน 24,758 ครั้ง
อ่านกันชัดๆ ที่นี่ "อยากเป็นครู ทำอย่างไร?"
อ่านกันชัดๆ ที่นี่ "อยากเป็นครู ทำอย่างไร?"

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ