ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การจัดการเรียนรู้ด้วยสื่อดิจิทัลและชุดฝึกกิจกรรมกล่องสุ่มปริศนาสสารเพื่อพัฒนากระบวนการสืบเสาะเชิงวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดสันมะฮกฟ้า

ชื่อนวัตกรรม การจัดการเรียนรู้ด้วยสื่อดิจิทัลและชุดฝึกกิจกรรมกล่องสุ่มปริศนาสสารเพื่อพัฒนากระบวนการสืบเสาะเชิงวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดสันมะฮกฟ้า

ประเภทของนวัตกรรม นวัตกรรมด้านการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชื่อผู้พัฒนานวัตกรรม นางสาวชมพูนุช ชัยอาม

โรงเรียน/หน่วยงาน โรงเรียนวัดสันมะฮกฟ้า อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่

สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1

1. ความเป็นมาและความสำคัญของการพัฒนานวัตกรรม

ปัจจุบันความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว มีเทคโนโลยีต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย เพื่อช่วยอำนวยความสะดวก รวมทั้งให้ความบันเทิง หรือแม้กระทั่งการเชื่อมต่อกันเป็นเครือข่าย โดยที่ทุกคนทั่วโลกสามารถเป็นเพื่อนกัน พบปะพูดคุยกันได้ตลอดเวลา เพียงแค่มีอินเตอร์เน็ต กับอุปกรณ์สำหรับเชื่อมต่อ เช่น คอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถือ ทำให้การติดต่อสื่อสารเป็นไปได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ไม่จำเป็นที่จะต้องเดินทางไปพบปะกันโดยตรง ปรัชญาในการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ดั้งเดิม ความรู้วิทยาศาสตร์ หมายถึง ความจริงหรือข้อเท็จจริงที่มีอยู่หรือเป็นอยู่ ซึ่งได้จากการตรวจสอบ การค้นคว้าทดลองอย่างเป็นระบบ โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ แต่ปรัชญาวิทยาศาสตร์แนวใหม่ ความรู้วิทยาศาสตร์ เป็นความรู้ที่เกิดจากการสรรสร้างของแต่ละบุคคล ซึ่งมีอิทธิพลมาจากความรู้หรือประสบการณ์เดิม และสิ่งแวดล้อมหรือบริบทของสังคมของแต่ละคน

การสอนในวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน สำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มุ่งเน้นให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเรื่อง กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งการเรียนการสอนในปัจจุบันเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ ทบทวนความเข้าใจได้ตลอดเวลาและเรียนรู้ได้จากสถานที่ต่างๆ ที่มีอินเทอร์เน็ตเชื่อมต่อ และด้วยบทบาทของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต ที่เป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียน การนำสื่อดิจิทัลมาใช้ในการสืบค้นข้อมูลและการนำเสนอผลงานจึงเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่ทำให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะและกระบวนการสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์ ช่วยให้นักเรียนสามารถทำงานร่วมกันเป็นทีมและเข้าถึงเทคโนโลยีได้อย่างทั่วถึง ผู้ศึกษาจึงมีความสนใจที่จะใช้การจัดการเรียนรู้ด้วยสื่อดิจิทัล เพื่อพัฒนากระบวนการสืบเสาะเชิงวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดสันมะฮกฟ้า

2. วัตถุประสงค์และเป้าหมายการพัฒนานวัตกรรม

2.1 ศึกษาสภาพปัญหาและแบ่งกลุ่มเด็กด้อยโอกาส

2.2 ออกแบบกระบวนการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนทำงานร่วมกันเป็นทีม

2.3 แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในกลุ่มเด็กด้อยโอกาส ให้มีโอกาสในการเรียนรู้ผ่านสื่อดิจิทัล

3. หลักการ ทฤษฎี แนวคิดในการพัฒนา

การสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method) กู๊ด (Good. 1973) ได้ให้ความหมายของการสอนแบบการสืบเสาะหาความรู้ว่าเป็นเทคนิคหรือกลวิธีอย่างหนึ่งในการจัดให้เกิดการเรียนรู้เนื้อหาบางอย่างของวิชาวิทยาศาสตร์ โดยกระตุ้นให้นักเรียนมีความอยากรู้อยากเห็น เสาะแสวงหาความรู้โดยการถามคำถาม และพยายามค้นหาคำตอบให้พบด้วยตนเอง นอกจากนี้ยังให้ความหมายของการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้อีกอย่างหนึ่งว่าเป็นวิธีการเรียนโดยการแก้ปัญหาจากกิจกรรมที่จัดขึ้น และใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ในการทำกิจกรรม ซึ่งปรากฏการณ์ใหม่ ๆ ที่นักเรียนเผชิญแต่ละครั้ง จะเป็นตัวกระตุ้นการคิดกับการสังเกตกับสิ่งที่สรุปพาดพิงอย่างชัดเจน ประดิษฐ์ คิดค้น ตีความหมายภายใต้สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมที่สุด การใช้วิธีการอย่างชาญฉลาดสามารถทดสอบได้ และสรุปอย่างมีเหตุผล

4. ขั้นตอนหรือวิธีการสร้าง/พัฒนานวัตกรรม

การจัดการเรียนรู้ด้วยสื่อดิจิทัลและชุดฝึกกิจกรรมกล่องสุ่มปริศนาสถานะของสาร เพื่อพัฒนากระบวนการสืบเสาะเชิงวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดสันมะฮกฟ้า มีการสร้างและพัฒนานวัตกรรมตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายการพัฒนานวัตกรรม

5. กระบวนการหาคุณภาพของนวัตกรรม

การสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ด้านทักษะด้านการสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์ เรื่องปฏิกิริยารอบตัว สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ผ่านการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะด้วยสื่อดิจิทัล ซึ่งแบบทดสอบที่สร้างขึ้น เพื่อนำมาใช้วัดทักษะด้านการสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์ หลังจากเรียน เป็นแบบทดสอบปรนัยชนิดเลือกตอบ (Multiple Choise) 4 ตัวเลือก ผู้จัดทำได้ดำเนินการสร้างแบบทดสอบโดยศึกษาเนื้อหา และทำการออกแบบทดสอบตามจุดประสงค์การเรียนรู้ที่กำหนดไว้ เพื่อใช้ทดสอบนักเรียนหลังเรียน จำนวน 30 ข้อ

6. ผลที่เกิดจากการใช้หรือพัฒนานวัตกรรม

6.1 ผลที่เกิดจากการใช้หรือพัฒนานวัตกรรม ในการพัฒนาทักษะกระบวนการสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดสันมะฮกฟ้า โดยใช้สื่อดิจิทัลได้ผล ดังนี้

6.1.1 จากการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ ของนักเรียน ก่อนเรียนและหลังเรียน จากการจัดเรียนรู้โดยใช้สื่อดิจิทัลก่อนเรียนมีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 46.67 และหลังเรียนมีคะแนนเฉลี่ยร้อย 73.33 แสดงให้ว่าหลังการพัฒนาทักษะกระบวนการสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ของโรงเรียนวัดสันมะฮกฟ้า โดยใช้สื่อดิจิทัลนักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ที่เพิ่มสูงขึ้นกว่าร้อย 26.66

6.1.2 ผลการพัฒนาทักษะกระบวนการสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์ เรื่องการละลาย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดสันมะฮกฟ้า โดยใช้สื่อดิจิทัลพบว่า ร้อยละการเบี่ยงเบนมาตรฐาน ก่อนเรียนเท่ากับ 1.65 หลังเรียนเท่ากับ 1.53 แสดงให้เห็นว่า ภายหลังการเรียนโดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะด้วยสื่อสื่อดิจิทัลนักเรียนสามารถทำแบบทดสอบได้ดีขึ้น ความผิดพลาดดลดลง ทำให้ร้อยละการเบี่ยงเบนมาตรฐานของผู้เรียนลดลงร้อยละ 0.12 แสดงให้เห็นว่า ภายหลังการเรียนโดยใช้สื่อดิจิทัล ผู้เรียนทำแบบทดสอบได้ดีกว่า

7. ประโยชน์ของนวัตกรรม

นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่อดิจิทัลร่วมกับชุดฝึกกิจกรรมกล่องสุ่มปริศนาสถานะของสาร ได้รับการออกแบบมาเพื่อเสมสร้างกระบวนการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยมีประโยชน์ที่สำคัญ ดังนี้

7.1 พัฒนากระบวนการสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์ นวัตกรรมนี้ส่งเสริมให้นักเรียนเกิดความสงสัยใคร่รู้ ฝึกทักษะการตั้งคำถาม การสังเกต การวางแผนการทดลอง การเก็บข้อมูล การแปลผล และการสรุปผลอย่างมีเหตุผลตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

7.2 เสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหา ผ่านกิจกรรมที่นักเรียนต้องลงมือปฏิบัติจริงกับกล่องสุ่มปริศนา ทำให้นักเรียนเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง มีการคิดเชิงระบบ และสามารถประยุกต์ความรู้ไปใช้ในสถานการณ์ใหม่ๆได้

7.3 สร้างแรงจูงใจและความสนุกในการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ลักษณะของกิจกรรมที่ใช้ การสุ่ม การค้นหา และการเล่นบทบาทในรูปแบบของเกมการศึกษา ช่วยกระตุ้นความสนใจของนักเรียน ทำให้เกิดทัศนคติที่ดีต่อวิชาวิทยาศาสตร์และใฝ่เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

โพสต์โดย wikky : [5 ส.ค. 2568 (14:06 น.)]
อ่าน [96663] ไอพี : 122.155.54.78
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 12,291 ครั้ง
ทบทวนระบบการประกันคุณภาพ การศึกษาของไทยเดี๋ยวนี้... ฤๅว่าจะสายเกินไป
ทบทวนระบบการประกันคุณภาพ การศึกษาของไทยเดี๋ยวนี้... ฤๅว่าจะสายเกินไป

เปิดอ่าน 13,327 ครั้ง
ว.วชิรเมธี – มาร์ค ผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น ปี 2553
ว.วชิรเมธี – มาร์ค ผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น ปี 2553

เปิดอ่าน 13,638 ครั้ง
ถอดรหัส "วิทยาการคำนวณ" วิชาแห่งโลกอนาคตที่ครูวันนี้ก็ไม่เคยได้เรียน!
ถอดรหัส "วิทยาการคำนวณ" วิชาแห่งโลกอนาคตที่ครูวันนี้ก็ไม่เคยได้เรียน!

เปิดอ่าน 23,768 ครั้ง
"ย่านาง" ตำรับยาแก้ไข้ สมุนไพรอายุวัฒนะ
"ย่านาง" ตำรับยาแก้ไข้ สมุนไพรอายุวัฒนะ

เปิดอ่าน 14,794 ครั้ง
เย็นกายเย็นใจเมื่อตั้งครรภ์
เย็นกายเย็นใจเมื่อตั้งครรภ์

เปิดอ่าน 23,486 ครั้ง
ทักษะที่จำเป็นของคนอายุ 18
ทักษะที่จำเป็นของคนอายุ 18

เปิดอ่าน 10,479 ครั้ง
เปิดม่านการศึกษา : 16 เม.ย. 58 : โดย...ครูแจ่ม
เปิดม่านการศึกษา : 16 เม.ย. 58 : โดย...ครูแจ่ม

เปิดอ่าน 17,878 ครั้ง
กรมแพทย์แผนไทยเผย 6โรคห้ามนวด
กรมแพทย์แผนไทยเผย 6โรคห้ามนวด

เปิดอ่าน 29,583 ครั้ง
ข้อสอบ O-NET รูปแบบอัตนัย ภาษาไทย ป.6 มีจำนวนกี่ข้อ กี่คะแนน และออกเนื้อหาอะไรบ้าง
ข้อสอบ O-NET รูปแบบอัตนัย ภาษาไทย ป.6 มีจำนวนกี่ข้อ กี่คะแนน และออกเนื้อหาอะไรบ้าง

เปิดอ่าน 11,638 ครั้ง
คิดยกกำลังสอง: มองแดนซามูไร…แก้ไขปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก
คิดยกกำลังสอง: มองแดนซามูไร…แก้ไขปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก

เปิดอ่าน 41,727 ครั้ง
คิ้วตกปัญหาโหงวเฮ้งที่ต้องรีบแก้
คิ้วตกปัญหาโหงวเฮ้งที่ต้องรีบแก้

เปิดอ่าน 10,818 ครั้ง
บางอ้อ : ครูพันธุ์ใหม่ หัวใจไฮเทค
บางอ้อ : ครูพันธุ์ใหม่ หัวใจไฮเทค

เปิดอ่าน 8,575 ครั้ง
ครูแท้แพ้ไม่เป็น ตอนที่6
ครูแท้แพ้ไม่เป็น ตอนที่6

เปิดอ่าน 14,754 ครั้ง
อุทาหรณ์! มัวแต่ถ่ายรูป เจอรถไฟสวน เกือบหัวขาดแล้ว
อุทาหรณ์! มัวแต่ถ่ายรูป เจอรถไฟสวน เกือบหัวขาดแล้ว

เปิดอ่าน 26,970 ครั้ง
"สธ."เตือนอย่าให้เด็กกิน "คลอโรฟิลล์"
"สธ."เตือนอย่าให้เด็กกิน "คลอโรฟิลล์"

เปิดอ่าน 3,128 ครั้ง
กินอย่างไรไม่ให้อ้วน
กินอย่างไรไม่ให้อ้วน
เปิดอ่าน 12,286 ครั้ง
ปราบกลิ่นเท้าให้อยู่หมัด
ปราบกลิ่นเท้าให้อยู่หมัด
เปิดอ่าน 4,241 ครั้ง
"ไซยาไนด์" คืออะไร อันตรายแค่ไหน
"ไซยาไนด์" คืออะไร อันตรายแค่ไหน
เปิดอ่าน 4,707 ครั้ง
ดื่มกาแฟมากไป เสี่ยงกระทบ 4 ระบบของร่างกาย
ดื่มกาแฟมากไป เสี่ยงกระทบ 4 ระบบของร่างกาย
เปิดอ่าน 25,018 ครั้ง
อาหารยอดนิยมในอาเซียน (บรูไนดารุสซาลาม)
อาหารยอดนิยมในอาเซียน (บรูไนดารุสซาลาม)

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ