ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้โดยใช้วิจัยเป็นฐาน ตามแนวคิด TLLM ร่วมกับการ เรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ ส าหรับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3

ชื่อเรื่อง

ผู้วิจัย

โรงเรียน

ปีที่วิจัย

การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้โดยใช้วิจัยเป็นฐาน ตามแนวคิด TLLM ร่วมกับการ

เรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ ส าหรับนักเรียนชั้น

มัธยมศึกษาปีที่ 3

นางวิไลลักษณ์ หลานวงศ์

โรงเรียนเทศบาลวัดกลาง ส านักการศึกษาเทศบาลนครขอนแก่น

ปีการศึกษา 2566

บทคัดย่อ

การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้โดยใช้วิจัยเป็นฐาน ตามแนวคิด TLLM ร่วมกับการเรียนรู้แบบ

ร่วมมือ เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 การวิจัยครั้งนี้

มีความมุ่งหมาย (1) เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการสร้างและพัฒนารูปแบบการเรียนรู้โดยใช้วิจัยเป็น

ฐาน ตามแนวคิด TLLM ร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ

ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 (2) เพื่อสร้างและพัฒนารูปแบบการเรียนรู้โดยใช้วิจัยเป็นฐาน

ตามแนวคิด TLLM ร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ ส าหรับ

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 (3) เพื่อศึกษาผลการทดลองใช้รูปแบบการเรียนรู้โดยใช้วิจัยเป็นฐาน

ตามแนวคิด TLLM ร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ ส าหรับ

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 (4) เพื่อประเมินผลการใช้รูปแบบการเรียนรู้โดยใช้วิจัยเป็นฐาน ตาม

แนวคิด TLLM ร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ ส าหรับ

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และ 5) เพื่อศึกษาความพึงพอใจต่อรูปแบบการเรียนรู้โดยใช้วิจัยเป็น

ฐาน ตามแนวคิด TLLM ร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ

ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/1 ปีการศึกษา

2566 โรงเรียนเทศบาลวัดกลาง อ าเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น จ านวน 33 คน ซึ ่งได้มาจากการสุ่ม

แบบกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการพัฒนาได้แก่ แบบสัมภาษณ์ แบบสังเคราะห์และแบบประเมินรูปแบบ

การเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบการเรียนรู้โดยใช้วิจัยเป็นฐาน ตามแนวคิด TLLM

ร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ ส าหรับนักเรียนชั้น

มัธยมศึกษาปีที่ 3 แบบทดสอบวัดทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์และแบบวัดความพึงพอใจต่อรูปแบบ

การเรียนรู้ ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงพัฒนา (Research & Development) 4 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1

การวิจัย (Research and analysis: R1) เป็นการศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการสร้างและพัฒนารูปแบบ

การเรียนรู้ โดยการสังเคราะห์ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ครูผู้สอนภาษาอังกฤษและผู้เชี่ยวชาญ

ขั้นตอนที่ 2 การพัฒนา (Development: D1) เป็นการสร้างและพัฒนารูปแบบการเรียนรู้โดย

พิจารณาค่าความสอดคล้องของเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยโดยผู้เชี่ยวชาญ ขั้นตอนที่ 3 การด าเนินการ

วิจัย (Research and Implementation: R2) เป็นการทดลองใช้รูปแบบเรียนรู้ ประเมินรูปแบบการ

เรียนรู้โดยผู้เชี่ยวชาญและทดลองใช้ในสถานการณ์จริง หาประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 หาดัชนี

ประสิทธิผลของรูปแบบการเรียนรู้ และขั้นตอนที่ 4 การพัฒนาและประเมินผล (Development

and evaluation: D2) เป็นการประเมินผลการใช้รูปแบบเรียนรู้ โดยเปรียบเทียบค่าคะแนนเฉลี่ย

ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน เปรียบเทียบค่าคะแนนที่วัดทักษะ

การอ่านเชิงวิเคราะห์ของผู้เรียนหลังเรียนด้วยรูปแบบที่ผู้วิจัยได้พัฒนาขึ้นกับเกณฑ์ร้อยละ 70 และ

ศึกษาความพึงพอใจของผู้เรียนที่เรียนโดยใช้รูปแบบการเรียนรู้ที่ผู้วิจัยสังเคราะห์ขึ้น สถิติที่ใช้ในการ

วิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าดัชนีประสิทธิภาพประสิทธิผล ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบน

มาตรฐาน และค่าสถิติทดสอบที ผลการพัฒนาปรากฏ ดังนี้

1. จากการศึกษาข้อมูลพื้นฐาน ทฤษฎี หลักการ และแนวคิดที่เกี่ยวข้อง จึงสังเคราะห์และ

พัฒนาเป็นรูปแบบการเรียนรู้โดยใช้วิจัยเป็นฐาน ตามแนวคิด TLLM ร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ

เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มี 5 องค์ประกอบ คือ

1) องค์ประกอบด้านหลักการของรูปแบบการเรียนรู้ 2) องค์ประกอบด้าน จุดประสงค์ 3)

องค์ประกอบด้านสาระและเนื้อหา 4) องค์ประกอบด้านกิจกรรมและขั้นตอนการเรียนรู้ตามรูปแบบ

IP-CIAS model มี 6 ขั้นการเรียนรู้ ดังนี้ ขั้นที่ 1 ขั้นการระบุปัญหาและตั้งค าถามวิจัย (I:

Identifying problems and research questions) ขั้นที่ 2 ขั้นการวางแผนและออกแบบแนว

ทางการวิจัย (P: Planning and designing the research) ขั้นที่ 3 ขั้นการเรียนรู้แบบร่วมมือ (C:

Collaborative learning) ขั้นที่ 4 ขั้นด าเนินการและเก็บข้อมูล (I: Implementing and

collecting data) ขั้นที่ 5 ขั้นการวิเคราะห์ข้อมูล (A: analyzing data) และขั้นที่ 6 ขั้นการสรุปผล

และการน าเสนอ (S: Summarizing and sharing) และ5) องค์ประกอบด้านการวัดและประเมินผล

2. รูปแบบการเรียนรู้เชิงทฤษฎี มีความเหมาะสมและมีค่าดัชนีความสอดคล้องของ

องค์ประกอบแผนการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาตามรูปแบบการเรียนรู้อยู่ระหว่าง 0.80-1.00 และมีค่า

ประสิทธิภาพของรูปแบบการเรียนรู้เมื่อทดลองใช้กับกลุ่มภาคสนาม เท่ากับ 92.32/75.33 ซึ่งเหมาะ

ส าหรับน าไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้บรรลุผล

3. ประสิทธิภาพของรูปแบบการเรียนรู้เท่ากับ 93.75/80.00 และมีดัชนีประสิทธิผลของ

รูปแบบการเรียนรู้เท่ากับ .63 นอกจากนี้ผู้เรียนมีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนด้วย

รูปแบบการเรียนรู้สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และผู้เรียนมีคะแนนการวัด

ทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์หลังการเรียนด้วยรูปแบบการเรียนรู้สูงกว่าเกณฑ์ที่ก าหนด คิดเป็นร้อยละ

87.87 รวมถึงมีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจต่อรูปแบบการเรียนรู้เท่ากับ 4.57 ซึ่งอยู่ในระดับมากที่สุด

โพสต์โดย เก๋ : [30 มี.ค. 2568 (21:11 น.)]
อ่าน [97213] ไอพี : 223.206.232.160
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 22,892 ครั้ง
ทายนิสัยจากการอาบน้ำ
ทายนิสัยจากการอาบน้ำ

เปิดอ่าน 10,277 ครั้ง
กว่าจะเป็นลี กวน ยิว และกว่าจะเป็นสิงคโปร์ในปัจจุบัน
กว่าจะเป็นลี กวน ยิว และกว่าจะเป็นสิงคโปร์ในปัจจุบัน

เปิดอ่าน 28,341 ครั้ง
คำขอมับัตรประจำตัวหรือขอบัตรประจำตัวใหม่ ตาม พ.ร.บ.บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ.2542
คำขอมับัตรประจำตัวหรือขอบัตรประจำตัวใหม่ ตาม พ.ร.บ.บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ.2542

เปิดอ่าน 9,327 ครั้ง
ผักตำลึง ผักข้างรั้วอินทรีย์ที่แท้จริง
ผักตำลึง ผักข้างรั้วอินทรีย์ที่แท้จริง

เปิดอ่าน 44,096 ครั้ง
30 สุดยอดอาหาร ที่เป็นยาดีต่อสุขภาพ
30 สุดยอดอาหาร ที่เป็นยาดีต่อสุขภาพ

เปิดอ่าน 20,240 ครั้ง
คู่แข่ง 4.0 คือการศึกษาและคุณภาพชีวิต : โดย สุกรี เจริญสุข
คู่แข่ง 4.0 คือการศึกษาและคุณภาพชีวิต : โดย สุกรี เจริญสุข

เปิดอ่าน 11,463 ครั้ง
คลายเครียด ด้วยการดื่มน้ำ
คลายเครียด ด้วยการดื่มน้ำ

เปิดอ่าน 12,372 ครั้ง
ทางรอดประเทศไทย : เปลี่ยนระบบการเรียนรู้
ทางรอดประเทศไทย : เปลี่ยนระบบการเรียนรู้

เปิดอ่าน 14,938 ครั้ง
สัญญาณบอกอาการ 15 โรคฮิต เช็กดูสักนิด ก่อนจิตตก
สัญญาณบอกอาการ 15 โรคฮิต เช็กดูสักนิด ก่อนจิตตก

เปิดอ่าน 11,077 ครั้ง
แปรงสีฟันในท้องตลาด1ใน4ด้อยคุณภาพ
แปรงสีฟันในท้องตลาด1ใน4ด้อยคุณภาพ

เปิดอ่าน 9,745 ครั้ง
5เทคนิคสุขภาพดีสำหรับคุณแม่ที่ยุ่งตลอดเวลา
5เทคนิคสุขภาพดีสำหรับคุณแม่ที่ยุ่งตลอดเวลา

เปิดอ่าน 10,889 ครั้ง
ขับเคลื่อนการศึกษาไทยอย่างไร จึงถูกใจประชาชน โดย ดร.ดำรงค์ ชลสุข
ขับเคลื่อนการศึกษาไทยอย่างไร จึงถูกใจประชาชน โดย ดร.ดำรงค์ ชลสุข

เปิดอ่าน 12,476 ครั้ง
เรื่องน่ารู้ สำหรับผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทุกท่าน
เรื่องน่ารู้ สำหรับผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทุกท่าน

เปิดอ่าน 31,639 ครั้ง
ศึกสายเลือด ศธ. : เกมชิงอำนาจที่มีแต่ "ผู้แพ้" ?? ผู้เขียน จุไรรัตน์ พงศาภิชาติ
ศึกสายเลือด ศธ. : เกมชิงอำนาจที่มีแต่ "ผู้แพ้" ?? ผู้เขียน จุไรรัตน์ พงศาภิชาติ

เปิดอ่าน 61,237 ครั้ง
ประวัติ....ซานตาคลอส
ประวัติ....ซานตาคลอส

เปิดอ่าน 15,619 ครั้ง
ครม.ไฟเขียว "กัญชง" ปลูกได้ครัวละไม่เกิน1ไร่ พืชเศรษฐกิจไทยตัวใหม่
ครม.ไฟเขียว "กัญชง" ปลูกได้ครัวละไม่เกิน1ไร่ พืชเศรษฐกิจไทยตัวใหม่
เปิดอ่าน 20,428 ครั้ง
รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 กับฉบับ 2549 เหมือน-ต่างกันตรงไหน
รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 กับฉบับ 2549 เหมือน-ต่างกันตรงไหน
เปิดอ่าน 15,441 ครั้ง
ตัวอย่างแนววินิจฉัยของ ก.พ.ค. 24 กรณี
ตัวอย่างแนววินิจฉัยของ ก.พ.ค. 24 กรณี
เปิดอ่าน 16,147 ครั้ง
ชาวเน็ตแห่เล่น "หิมะ" ตกในเมืองไทย
ชาวเน็ตแห่เล่น "หิมะ" ตกในเมืองไทย
เปิดอ่าน 11,288 ครั้ง
คู่มือหลักสูตรการพัฒนาฯ ก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
คู่มือหลักสูตรการพัฒนาฯ ก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ