ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

รายงานผลการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ (Best Practice)การจัดประสบการณ์โดยใช้กระบวนการสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย

1. ชื่อผลงาน การจัดประสบการณ์โดยใช้กระบวนการสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย

2. ชื่อผู้นำเสนอผลงาน นางสาวมาธวี นุเสน ตำแหน่ง ครู โรงเรียนบ้านปรือพวงสำราญ

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 3

3. ความสำคัญของนวัตกรรม/วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ

ความเป็นมา

การดำเนินกิจกรรมการเรียนการสอนสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ในทุกระดับการศึกษา ต้องมุ่งสร้างความรัก ความสนใจ สร้างคุณลักษณะและนิสัยให้ผู้เรียนเป็นผู้ที่มีความช่างสังเกต มีเหตุผล พัฒนาเจตคติและทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์เป็นสำคัญ เด็กควรได้รับการกระตุ้นส่งเสริมให้สนใจและกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้วิทยาศาสตร์ มีความสงสัย เกิดคำถามในสิ่งต่างๆที่เกี่ยวกับโลกธรรมชาติรอบตัว มีความมุ่งมั่นและมีความสุขที่จะศึกษาค้นคว้าสืบเสาะแสวงหาความรู้เพื่อรวบรวมข้อมูลอย่างมีเหตุผล สามารถสื่อสารคำถาม คำตอบ ข้อมูลและสิ่งที่ค้นพบจากการเรียนรู้ให้ผู้อื่นเข้าใจได้ อีกทั้งการศึกษาระดับปฐมวัย โรงเรียนบ้านปรือพวงสำราญ ได้ใช้แผนการจัดการเรียนการสอน ในรูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก Active Learning เป็นการจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยมุ่งเน้นให้เด็กปฐมวัยลงมือปฏิบัติกิจกรรมด้วยตนเอง ผ่านการไตร่ตรองจากกระบวนการสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ที่เชื่อมโยงความรู้จากประสบการณ์เดิม เด็กได้เผชิญกับสถานการณ์และหาแนวทางในการแก้ปัญหาด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อให้เด็กเกิดความสนใจและได้รับความรู้ที่สนุกสนานน่าจดจำ เด็กได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงกับแหล่งความรู้เบื้องต้น

โดยเด็กสามารถสรุปความรู้ได้ด้วยตนเอง ครูจะต้องสนับสนุนให้เด็กศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม โดยจัดแหล่งการเรียนรู้ให้ แล้วปรับปรุงความรู้ที่ได้ให้สมบูรณ์ ลักษณะสำคัญของโครงงานคือ เด็กได้เลือกเรื่องหรือประเด็นที่จะศึกษาด้วยตนเอง ระดมความคิดเห็น ได้แสดงความคิดเห็นร่วมกัน ลงมือปฏิบัติด้วยตนเองทุกขั้นตอน มีการเชื่อมโยงหรือบูรณาการระหว่างความรู้ /ทักษะ / ประสบการณ์เดิมกับสิ่งใหม่ มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้อื่น โดยเฉพาะการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบโครงงานวิทยาศาสตร์นั้น เป็นการนำความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์มาใช้ในการแสวงหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ โดยเน้นเกี่ยวกับการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ฝึกทักษะการสังเกต การตั้งสมมุติฐาน การออกแบบ การทดลอง การกำหนดและควบคุมตัวแปร การนิยามเชิงปฏิบัติการ การวิเคราะห์ข้อมูล การอภิปรายและสรุปผลการทดลอง ตลอดจนการใช้เครื่องมือพื้นฐาน เพื่อนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในการดำรงชีวิต มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีความสามารถในการตัดสินวิเคราะห์ สังเคราะห์ มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมอันพึงประสงค์

โรงเรียนบ้านปรือพวงสำราญจึงมีความสนใจและเข้าร่วม ดำเนินงานโครงการบ้านวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย ในรุ่นที่ 5 ดำเนินการอย่างต่อเนื่องและเล็งเห็นความสำคัญของการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับเด็กโดยใช้กระบวนการสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย และการจัดกิจกรรมการทดลองวิทยาศาสตร์ที่เน้นให้เด็กได้มีส่วนร่วมลงมือปฏิบัติโดยมีครู เป็นผู้กระตุ้นให้ความดูแลให้แก่เด็ก ซึ่งให้ความสำคัญเห็นว่าหากนำกิจกรรมการเรียนการสอนแบบโครงงานมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เด็กเกิดผลการพัฒนาความสามารถพื้นฐาน 4 ด้าน ได้แก่ ด้านการเรียนรู้ ด้านภาษา ด้านสังคม ด้านการเคลื่อนไหวและทักษะการรับรู้ประสาทสัมผัส

แนวทางการแก้ปัญหาและพัฒนา

ครูต้องมีความต้องการที่จะพัฒนาการจัดประสบการณ์แบบบูรณาการ ออกแบบการจัดกิจกรรมโดยเน้นเด็กเป็นสำคัญ ให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติ โดยจัดกิจกรรมที่มีความหลากหลายน่าสนใจ เปิดโอกาสในการแสดงความคิดเห็นร่วมกัน ให้เด็กได้รับการฝึกฝน จนเกิดทักษะแห่งการเรียนรู้เพราะการเรียนรู้ที่ดีเด็กต้องได้ลงมือปฏิบัติและแก้ปัญหาด้วยตนเอง

4. วัตถุประสงค์และเป้าหมายของการดำเนินงาน

4.1 วัตถุประสงค์

4.1.1 เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย

4.1.2 เพื่อให้เด็กมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ มีวิจารณญาณ มีความคิด

สร้างสรรค์ คิดไตร่ตรอง และมีวิสัยทัศน์

4.1.3 เพื่อพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ มีความสามารถในการแก้ปัญหา โดยใช้

กระบวนการทางวิทยาศาสตร์

4.1.4 เพื่อปลูกฝังให้เด็กมีเจตคติที่ดีต่อวิทยาศาสตร์ สนใจใฝ่รู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และกล้า

แสดงออกอย่างมั่นใจ

4.1.5 เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนเด็กที่มีความรู้ความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์ ด้วย

วิธีการและรูปแบบที่หลากหลาย ตามความถนัด และความสนใจของเด็ก

4.2 เป้าหมาย

เชิงปริมาณ ระดับปฐมวัย ได้แก่ นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3

เชิงคุณภาพ นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 มีทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย

5. ขั้นตอนการดำเนินการ

การจัดกระบวนการเรียนรู้

1. การเตรียมการจัดกระบวนการเรียนรู้

1.1 ศึกษาและวิเคราะห์หลักสูตรทำกำหนดการสอนเพื่อจัดทำแผนการจัดประสบการณ์

1.2 จัดทำแผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยแทรกความรู้การจัดทำโครงงาน พูดชักนำ

เกี่ยวเนื่องถึงกิจกรรมโครงงานตามลำดับ คือ

- กระตุ้นให้เด็กเห็นความสำคัญของโครงงาน

- เด็กศึกษาตัวอย่างการจัดทำโครงงาน

- ให้ความรู้เรื่องโครงงานแก่เด็ก

2. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้/การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน

การจัดประสบการณ์โดยใช้กระบวนการสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย โครงงานสมุนไพรไล่นกพิราบ

มีขั้นตอนและวิธีการดำเนินการจัดทำโครงงานวัฏจักรสืบเสาะ 2 วงรอบ ดังนี้

คำถามที่ 1 สมุนไพรอะไรบ้างที่ใช่ไล่นกพิราบได้

คำถามที่ 2 จะทำอย่างไรให้สมุนไพรไล่นกพิราบได้ดียิ่งขึ้น

ขั้นที่ 1 ตั้งคำถามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ

ขั้นที่ 2 รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน

ขั้นที่ 3 ทดลองและปฏิบัติการสืบเสาะ

ขั้นที่ 4 สังเกตและบรรยาย

ขั้นที่ 5 บันทึกผลการทดลอง

ขั้นที่ 6 สรุปและอภิปรายผล

6. ผลการดำเนินงาน/ประโยชน์ที่ได้รับ

6.1.1 เด็กมีพัฒนาทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย

6.1.2 เด็กมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ มีวิจารณญาณ มีความคิดสร้างสรรค์ คิดไตร่ตรอง และมีวิสัยทัศน์

6.1.3 เด็กมีกระบวนการคิดและจินตนาการ มีความสามารถในการแก้ปัญหา โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์

6.1.4 เด็กได้รับการปลูกฝังให้เด็กมีเจตคติที่ดีต่อวิทยาศาสตร์ สนใจใฝ่รู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และกล้าแสดงออกอย่างมั่นใจ

6.1.5 เด็กได้รับส่งเสริมและสนับสนุนเด็กที่มีความรู้ความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์ ด้วยวิธีการและรูปแบบที่หลากหลาย ตามความถนัด และความสนใจของเด็ก

7. ปัจจัยความสำเร็จ

7.1 ได้ลงมือปฏิบัติกิจกรรม แก้ปัญหาด้วยตนเอง

7.2 เด็กปฏิบัติกิจกรรมด้วยตนเองร่วมกับเพื่อน มีความสนใจ สอดคล้องกับพัฒนาการตามวัยของเด็ก

7.3 ผู้ปกครองเห็นความสำคัญของการจัดประสบการณ์โดยใช้กระบวนการสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย ได้รับความร่วมมือคณะครู ผู้ปกครอง ชุมชน

7.4 เด็กมีเจตคติที่ดีต่อวิทยาศาสตร์ สนใจใฝ่รู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และกล้าแสดงออกอย่างมั่นใจ

7.5 ผู้บริหารสถานศึกษา ให้การส่งเสริม สนับสนุน มีการนิเทศ กำกับ ติดตาม อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง

8. บทเรียนที่ได้รับ

การจัดประสบการณ์โดยใช้กระบวนการสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย เป็นกระบวนการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ ด้วยกระบวนการการทดลอง การปฏิบัติจริง ส่งผลให้นักเรียนพัฒนาด้านความรู้ เกิดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิทยาศาสตร์ เด็กเกิดการเรียนรู้อย่างมีความสุข กล้าคิด กล้าแสดงออก เกิดกระบวนการคิด การแก้ปัญหา ได้สำรวจ สังเกต สืบค้น เรียนรู้แบบกลุ่มใหญ่กลุ่มย่อย ได้มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน ครูและสิ่งแวดล้อม เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง สามารถนำผลการจัดประสบการณ์ไปแก้ปัญหาหรือปรับใช้ได้ในชีวิตจริง

9. การเผยแพร่/การได้รับการยอมรับ/รางวัลที่ได้รับ

9.1 การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน

9.2 เผยแพร่ผลงานโดยการให้ความรู้แก่คณะครูจากโรงเรียนต่าง ๆ ที่เข้ามาศึกษาดูงาน

9.3 ได้รับตราพระราชทาน “บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย” ตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี รุ่นที่ 5 ครั้งที่ 1 ปีการศึกษา 2563-2565

9.4 ได้รับตราพระราชทาน “บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย” ตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี รุ่นที่ 5 ครั้งที่ 2 ปีการศึกษา 2566-2568

โพสต์โดย มาธวี : [14 ก.พ. 2568 (11:42 น.)]
อ่าน [98251] ไอพี : 1.20.88.65
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 18,254 ครั้ง
ลายมือผู้นำระดับโลก
ลายมือผู้นำระดับโลก

เปิดอ่าน 111,149 ครั้ง
วิธีการปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ที่ถูกต้อง
วิธีการปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ที่ถูกต้อง

เปิดอ่าน 17,078 ครั้ง
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับโครงงานวิทยาศาสตร์
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับโครงงานวิทยาศาสตร์

เปิดอ่าน 147,964 ครั้ง
วิธีปฐมพยาบาลบาดแผลไฟไหม้หรือน้ำร้อนลวก
วิธีปฐมพยาบาลบาดแผลไฟไหม้หรือน้ำร้อนลวก

เปิดอ่าน 19,070 ครั้ง
ขนุน 8 เดือนติดผล เร็วกว่านี้ ไม่มีอีกแล้ว!
ขนุน 8 เดือนติดผล เร็วกว่านี้ ไม่มีอีกแล้ว!

เปิดอ่าน 56,565 ครั้ง
ฟุตปาธ-บาทวิถี : ภาษาไทยน่ารู้
ฟุตปาธ-บาทวิถี : ภาษาไทยน่ารู้

เปิดอ่าน 18,421 ครั้ง
10 สรรพคุณ ประโยชน์ของหน่อไม้
10 สรรพคุณ ประโยชน์ของหน่อไม้

เปิดอ่าน 2,718 ครั้ง
7 พิกัดที่เที่ยวเชียงราย เที่ยวง่ายๆ เที่ยวได้ทั้งปี
7 พิกัดที่เที่ยวเชียงราย เที่ยวง่ายๆ เที่ยวได้ทั้งปี

เปิดอ่าน 20,244 ครั้ง
งดเหล้าเข้าพรรษา ก่อนงด ต้องลดยังไง
งดเหล้าเข้าพรรษา ก่อนงด ต้องลดยังไง

เปิดอ่าน 10,205 ครั้ง
เชื้อโควิดอยู่ในร่างกายได้กี่วัน หายป่วยแล้วยังแพร่เชื้อได้อีกหรือไม่
เชื้อโควิดอยู่ในร่างกายได้กี่วัน หายป่วยแล้วยังแพร่เชื้อได้อีกหรือไม่

เปิดอ่าน 16,975 ครั้ง
นโยบายสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีงบประมาณ พ.ศ.2558
นโยบายสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีงบประมาณ พ.ศ.2558

เปิดอ่าน 19,780 ครั้ง
นักฟิสิกส์อินเดีย ชี้มีวิธีค้นหา ‘รูหนอน’
นักฟิสิกส์อินเดีย ชี้มีวิธีค้นหา ‘รูหนอน’

เปิดอ่าน 17,162 ครั้ง
เตือนใช้ "บิททอร์เรนท์" โหลดคลิปโป๊มีโทษติดคุก
เตือนใช้ "บิททอร์เรนท์" โหลดคลิปโป๊มีโทษติดคุก

เปิดอ่าน 127,892 ครั้ง
ความเชื่อของชาวอีสาน
ความเชื่อของชาวอีสาน

เปิดอ่าน 43,530 ครั้ง
หนังตะลุง
หนังตะลุง

เปิดอ่าน 102,284 ครั้ง
ทฤษฎีพัฒนาการเชาน์ปัญญาของเพียเจต์
ทฤษฎีพัฒนาการเชาน์ปัญญาของเพียเจต์
เปิดอ่าน 15,960 ครั้ง
คีย์บอร์ดเสมือนจริงกูเกิล
คีย์บอร์ดเสมือนจริงกูเกิล
เปิดอ่าน 14,306 ครั้ง
ผลไม้ล้างพิษ
ผลไม้ล้างพิษ
เปิดอ่าน 9,512 ครั้ง
หนุ่มดวงแข็งที่สุดในสามโลก รถตกตึก ยังลุกขึ้นมาเดินเฉย
หนุ่มดวงแข็งที่สุดในสามโลก รถตกตึก ยังลุกขึ้นมาเดินเฉย
เปิดอ่าน 29,817 ครั้ง
ตัวถ่วงความเจริญการศึกษาไทย
ตัวถ่วงความเจริญการศึกษาไทย

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ