ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

รายงานการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ เรื่อง AI ใกล้ตัว วิชาเทคโนโลยี โดย ใช้วัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น (7E) ร่วมกับรูปแบบผังกราฟิก (Graphic Organizer Instructional Model) เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิด

การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ เรื่อง AI ใกล้ตัว วิชาเทคโนโลยี โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น (7E) ร่วมกับรูปแบบผังกราฟิก (Graphic Organizer Instructional Model) เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพและความต้องการในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ เรื่อง AI ใกล้ตัว วิชาเทคโนโลยี โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น (7E) ร่วมกับรูปแบบผังกราฟิก (Graphic Organizer Instructional Model) เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ เรื่อง AI ใกล้ตัว วิชาเทคโนโลยี โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น (7E) ร่วมกับรูปแบบผังกราฟิก (Graphic Organizer Instructional Model) เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ เรื่อง AI ใกล้ตัว วิชาเทคโนโลยี โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น (7E) ร่วมกับรูปแบบผังกราฟิก (Graphic Organizer Instructional Model) เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 และ 4) เพื่อประเมินผลการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ เรื่อง AI ใกล้ตัว วิชาเทคโนโลยี โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น (7E) ร่วมกับรูปแบบผังกราฟิก (Graphic Organizer Instructional Model) เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการพัฒนาครั้งนี้ ได้แก่ 1) ผู้บริหารและหัวหน้าฝ่ายบริหาร จำนวน 8 คน 2) หัวหน้ากลุ่มสาระ จำนวน 9 คน 3) ครูผู้สอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 รายวิชาเทคโนโลยี จำนวน 2 คน และ 4) นักเรียนโรงเรียนสีชมพูศึกษา อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 จำนวน 36 คน ซึ่งได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) ตอนที่ 1 การวิจัย (การสํารวจ/ศึกษาข้อมูลพื้นฐาน) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แบบสัมภาษณ์ความคิดเห็นต่อสภาพปัญหา และความต้องการในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ 2) แบบสอบถามความคิดเห็นต่อสภาพการจัดการเรียนรู้และความต้องการในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ 3) แบบสอบถามความคิดเห็นต่อสภาพการจัดการเรียนรู้ ตอนที่ 2 การพัฒนาออกแบบและพัฒนารูปแบบนวัตกรรม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาเทคโนโลยี จำนวน 14 แผน 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ และ 3) แบบวัดความพึงพอใจที่มีต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้วิชาเทคโนโลยี จำนวน 20 ข้อ ตอนที่ 3 การนําไปใช้จริง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ รูปแบบการจัดการเรียนรู้ เรื่อง AI ใกล้ตัว วิชาเทคโนโลยี โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้ 5 ขั้น (5E) ร่วมกับรูปแบบผังกราฟิก (Graphic Organizer Instructional Model) เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ตอนที่ 4 การพัฒนา (ประเมินพัฒนาและปรับปรุง) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ 1) แบบวัดความพึงพอใจที่มีต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้วิชาเทคโนโลยี จำนวน 20 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 1) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์หาคุณภาพของเครื่องมือ ได้แก่ การหาค่าความเที่ยงตรง การหาระดับความยาก การหาค่าอำนาจจําแนก การหาค่าความเชื่อมั่น การหาค่าดัชนีความสอดคล้อง 2) สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าคะแนนเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ผลการวิจัยพบว่า

1. ผลการศึกษาสภาพและความต้องการในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ เรื่อง AI ใกล้ตัว วิชาเทคโนโลยี โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น (7E) ร่วมกับรูปแบบผังกราฟิก (Graphic Organizer Instructional Model) เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 พบว่า สภาพและความต้องการในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ในปัจจุบัน อยู่ในระดับปานกลางและมีความต้องการในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้อยู่ในระดับมาก

2. ผลการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ เรื่อง AI ใกล้ตัว วิชาเทคโนโลยี โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้ 5 ขั้น (5E) ร่วมกับรูปแบบผังกราฟิก (Graphic Organizer Instructional Model) เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ผู้วิจัยได้สังเคราะห์รูปแบบการจัดการเรียนรู้วิชาเทคโนโลยีขึ้น โดยใช้ชื่อว่า รูปแบบ 7E จี.โอ.ไอ (7E GOI Model) มีขั้นตอน การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 7 ขั้นตอน ดังนี้ 1) ขั้นทบทวนและสร้างประสบการณ์ 2) ขั้นแสวงหาความรู้ใหม่ 3) ขั้นการศึกษาทำความเข้าใจข้อมูลด้วยแผนภาพ 4. ขั้นการแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจกับกลุ่มด้วยผังกราฟิก 5) ขั้นการแสดงผลงาน 6. ขั้นการสรุปและการจัดระเบียบความรู้ด้วยผังกราฟิก และ 7) ขั้นการประยุกต์ใช้ความรู้ ผลการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ เท่ากับ E1/ E2 = 85.76/84.63 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ ที่กำหนดไว้คือ 80/80

3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ เรื่อง AI ใกล้ตัว วิชาเทคโนโลยี โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น (7E) ร่วมกับรูปแบบผังกราฟิก (Graphic Organizer Instructional Model) เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนนักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ ที่ระดับ .01

4. ผลการประเมินการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ เรื่อง AI ใกล้ตัว วิชาเทคโนโลยี โดยใช้ วัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น (7E) ร่วมกับรูปแบบผังกราฟิก (Graphic Organizer Instructional Model) เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 พบว่า

4.1 นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ โดยรูปแบบการจัดการเรียนรู้ เรื่อง AI ใกล้ตัว วิชาเทคโนโลยี โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น (7E) ร่วมกับรูปแบบผังกราฟิก (Graphic Organizer Instructional Model) เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด

โพสต์โดย นพ : [23 ก.ย. 2567 (14:28 น.)]
อ่าน [99433] ไอพี : 171.97.70.48
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 12,486 ครั้ง
หนังสือ 108 คำถาม พนักงานราชการ 2
หนังสือ 108 คำถาม พนักงานราชการ 2

เปิดอ่าน 16,128 ครั้ง
ออกรถใหม่...วันไหนดี?
ออกรถใหม่...วันไหนดี?

เปิดอ่าน 113,042 ครั้ง
ละครสังคีต
ละครสังคีต

เปิดอ่าน 14,267 ครั้ง
เตาอบไมโครเวฟ ทำให้เกิดโรคมะเร็งได้ไหม
เตาอบไมโครเวฟ ทำให้เกิดโรคมะเร็งได้ไหม

เปิดอ่าน 14,192 ครั้ง
ความลับของกลดึงกระต่ายออกมาจากหมวก
ความลับของกลดึงกระต่ายออกมาจากหมวก

เปิดอ่าน 40,912 ครั้ง
ศัพท์สถิติทางการศึกษา
ศัพท์สถิติทางการศึกษา

เปิดอ่าน 23,080 ครั้ง
ประโยชน์และโทษของเครื่องดื่มเกลือแร่
ประโยชน์และโทษของเครื่องดื่มเกลือแร่

เปิดอ่าน 1,473 ครั้ง
5 ไอเดียตกแต่งภายในด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ลายหินอ่อน
5 ไอเดียตกแต่งภายในด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ลายหินอ่อน

เปิดอ่าน 10,074 ครั้ง
ปิดตำนาน Geocities ผู้แพ้ในโลกอินเตอร์เน็ต
ปิดตำนาน Geocities ผู้แพ้ในโลกอินเตอร์เน็ต

เปิดอ่าน 15,492 ครั้ง
น้ำนมถั่วเหลือง ช่วยผิวสวย-หุ่นดี จายภายใน
น้ำนมถั่วเหลือง ช่วยผิวสวย-หุ่นดี จายภายใน

เปิดอ่าน 14,445 ครั้ง
"แป้งพับ"ก๊อปปี้แบรนด์ดังสุดน่ากลัว
"แป้งพับ"ก๊อปปี้แบรนด์ดังสุดน่ากลัว

เปิดอ่าน 57,534 ครั้ง
1 กรกฎาคม วันสถาปนาลูกเสือแห่งชาติ
1 กรกฎาคม วันสถาปนาลูกเสือแห่งชาติ

เปิดอ่าน 18,932 ครั้ง
เตือนภัย ระวังไวรัสบน Facebook กำลังระบาด
เตือนภัย ระวังไวรัสบน Facebook กำลังระบาด

เปิดอ่าน 17,566 ครั้ง
บันไดเลื่อนตัวแรกของไทย
บันไดเลื่อนตัวแรกของไทย

เปิดอ่าน 21,023 ครั้ง
ตู้เก็บเอกสาร ในห้องเรียนมีประโยชน์อย่างไร
ตู้เก็บเอกสาร ในห้องเรียนมีประโยชน์อย่างไร

เปิดอ่าน 106,310 ครั้ง
ทำไมหิงห้อยจึงมีแสง
ทำไมหิงห้อยจึงมีแสง
เปิดอ่าน 11,813 ครั้ง
ความลับ ทำไมคนญี่ปุ่นถึงอายุยืนที่สุดในโลก
ความลับ ทำไมคนญี่ปุ่นถึงอายุยืนที่สุดในโลก
เปิดอ่าน 10,707 ครั้ง
7 วิธี น.ศ.จบใหม่ฝ่าวิกฤต หางานอย่างไรให้ ได้งาน !!
7 วิธี น.ศ.จบใหม่ฝ่าวิกฤต หางานอย่างไรให้ ได้งาน !!
เปิดอ่าน 11,929 ครั้ง
บัตรประชาชนทายรัก
บัตรประชาชนทายรัก
เปิดอ่าน 31,821 ครั้ง
ลอยกระทง วันลอยกระทง ประเพณีลอยกระทง
ลอยกระทง วันลอยกระทง ประเพณีลอยกระทง

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ