ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนเพื่อเสริมสร้างทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนโรงเรียนเทศบาลแหลมฉบัง 3 สังกัดเทศบาลนครแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนเพื่อเสริมสร้างทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนโรงเรียนเทศบาลแหลมฉบัง 3

สังกัดเทศบาลนครแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

ผู้วิจัย อมรรัตน์ อวยพร

สถานที่ทำงาน โรงเรียนเทศบาลแหลมฉบัง 3 สังกัดกองการศึกษา เทศบาลนครแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

ปีที่วิจัย พ.ศ. 2566

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพการดำเนินงานและแนวทางการพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนเพื่อเสริมสร้างทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนโรงเรียนเทศบาลแหลมฉบัง 3 2) เพื่อสร้างรูปแบบการบริหารจัดการระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนเพื่อเสริมสร้างทักษะในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนโรงเรียนเทศบาลแหลมฉบัง 3 3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบการบริหารจัดการระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนเพื่อเสริมสร้างทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนโรงเรียนเทศบาลแหลมฉบัง 3 และ 4) เพื่อประเมินรูปแบบการบริหารจัดการระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนเพื่อเสริมสร้างทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนโรงเรียนเทศบาลแหลมฉบัง 3 โดยใช้กระบวนการวิจัยและพัฒนา (R&D) เก็บรวบรวมข้อมูลแบบผสมผสานทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ โดยดำเนินการวิจัยใน 4 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การศึกษาสภาพการดำเนินงานและแนวทางการบริหารจัดการระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน กลุ่มผู้ให้ข้อมูลสภาพและปัญหาการดำเนินงาน เป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง จำนวน 48 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม กลุ่มผู้ให้ข้อมูลแนวทางการบริหารจัดการระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน เป็นครูที่ปรึกษาจำนวน 37 คน เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม และกลุ่มผู้ให้สัมภาษณ์แนวทางการบริหารจัดการเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 คน โดยการสัมภาษณ์ การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา ระยะที่ 2 การสร้างรูปแบบการบริหารจัดการระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนเพื่อเสริมสร้างทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนโรงเรียนเทศบาลแหลมฉบัง 3 และตรวจสอบความเหมาะสม โดยการสนทนากลุ่มกับผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 7 คน วิเคราะห์ความเหมาะสมโดยการวิเคราะห์เนื้อหา ระยะที่ 3 การทดลองใช้รูปแบบการบริหารจัดการระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนเพื่อเสริมสร้างทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนโรงเรียนเทศบาลแหลมฉบัง 3 กลุ่มผู้ให้ข้อมูลคิดเห็นเกี่ยวกับรูปแบบ เป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง จำนวน 48 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม และกลุ่มผู้ให้ข้อมูลความคิดเห็นเกี่ยวกับกระบวนการดำเนินงานของรูปแบบ เป็นครูที่ปรึกษา จำนวน 36 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระยะที่ 4 การประเมินรูปแบบการบริหารจัดการระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนเพื่อเสริมสร้างทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนโรงเรียนเทศบาลแหลมฉบัง 3 โดย 1) การประเมินคุณภาพของรูปแบบ ด้านความถูกต้อง ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์ กลุ่มผู้ให้ข้อมูลเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 7 คน เก็บข้อมูลโดยใช้แบบประเมินรูปแบบ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ 2) การประเมินคุณภาพนักเรียนด้านทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 โดยการศึกษาเปรียบเทียบทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนระหว่างปีการศึกษา 2565 กับ 2566

ผลการวิจัย พบว่า

1. สภาพการดำเนินงานและแนวทางการพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนเพื่อเสริมสร้างทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนโรงเรียนเทศบาลแหลมฉบัง 3 แบ่งเป็น 1) สภาพปัจจุบันการบริหารจัดการระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน โดยภาพรวม บริบทการบริหารจัดการระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน และบริบทปัจจัยที่ส่งผลต่อระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับปานกลาง แนวทางการบริหารระบบการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน ภาพรวม ควรดำเนินงานการดูแลช่วยเหลือนักเรียนโดยใช้การบริหารเชิงระบบด้วยวงจรคุณภาพ (PDCA) ร่วมกับรูปแบบการทำงานเป็นทีม การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การนิเทศ ติดตาม และประเมินผล 2) สภาพปัจจุบันกระบวนการดำเนินงานของระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง แนวทางการดำเนินการตามกระบวนการดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน คือ ครูที่ปรึกษาแต่ละชั้นเรียนจะต้องดำเนินการในกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลและการรู้จักนักเรียนแต่ละคนอย่างครบถ้วน ครูที่ปรึกษาจะต้องเข้าใจขั้นตอนวิธีการคัดกรองและนำข้อมูลจากการรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล วางแผนจัดกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนานักเรียนรอบด้านทั้งด้านความรู้ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 ครูที่ปรึกษาต้องมีความเข้าใจจิตวิทยาเด็ก มีความพร้อมสำหรับให้คำปรึกษา และครูที่ปรึกษาจะต้องติดตามผลการส่งต่อนักเรียน

2. ผลการสร้างรูปแบบการบริหารจัดการระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนเพื่อเสริมสร้างทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนโรงเรียนเทศบาลแหลมฉบัง 3 ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) หลักการ 2) วัตถุประสงค์ 3) กลไกการดำเนินงาน 4) กระบวนการดำเนินงาน แบ่งเป็น 5 ขั้นตอน คือ 4.1) การรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล 4.2) การคัดกรองนักเรียน 4.3) การส่งเสริมพัฒนานักเรียน 4.4) การป้องกันและแก้ไขปัญหานักเรียน และ 4.5) การส่งต่อ และ 5) การวัดและประเมินผล

3. ผลทดลองใช้รูปแบบการบริหารจัดการระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนเพื่อเสริมสร้างทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนโรงเรียนเทศบาลแหลมฉบัง 3 พบว่า ระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับรูปแบบการบริหารจัดการระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน และระดับการปฏิบัติตามกระบวนการดำเนินงานของระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน โดยรวมอยู่ระดับมาก

4. ผลการประเมินความถูกต้อง ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์ของรูปแบบการบริหารจัดการระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนเพื่อเสริมสร้างทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนโรงเรียนเทศบาลแหลมฉบัง 3 โดยรวม ค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด และผลการประเมินคุณภาพนักเรียนด้านทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 พบว่า ร้อยละจำนวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์การประเมินทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 ตามที่กำหนดในหลักสูตรสถานศึกษาระหว่างปีการศึกษา 2566 สูงกว่าปีการศึกษา 2565

โพสต์โดย รองอมรรัตน์ : [19 ส.ค. 2567 (14:20 น.)]
อ่าน [105031] ไอพี : 125.25.34.65
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 13,072 ครั้ง
4 พัฒนาการที่แม่ควรส่งเสริม
4 พัฒนาการที่แม่ควรส่งเสริม

เปิดอ่าน 57,258 ครั้ง
7 สัญลักษณ์ในขวดพลาสติก มีความหมายอย่างไร อันไหนรีไซเคิลได้ ที่นี่มีคำตอบ
7 สัญลักษณ์ในขวดพลาสติก มีความหมายอย่างไร อันไหนรีไซเคิลได้ ที่นี่มีคำตอบ

เปิดอ่าน 14,527 ครั้ง
โอเมก้า 3 ใน ปลา ก็มีโทษ
โอเมก้า 3 ใน ปลา ก็มีโทษ

เปิดอ่าน 12,248 ครั้ง
คลิปว่อนยูทูบ แฉทำไมเทคโนโลยี "3G"ประเทศไทยล้าหลัง"ลาว" !!
คลิปว่อนยูทูบ แฉทำไมเทคโนโลยี "3G"ประเทศไทยล้าหลัง"ลาว" !!

เปิดอ่าน 11,294 ครั้ง
สารอาหาร ที่เซลล์มะเร็งต้องการ
สารอาหาร ที่เซลล์มะเร็งต้องการ

เปิดอ่าน 485 ครั้ง
Fillstim เทคโนโลยีฟื้นฟูผิว สู่ผิวอิ่มฟู ดูสุขภาพดี
Fillstim เทคโนโลยีฟื้นฟูผิว สู่ผิวอิ่มฟู ดูสุขภาพดี

เปิดอ่าน 11,264 ครั้ง
พระสังฆราชประทานพระโอวาทวันอาสาฬหบูชา
พระสังฆราชประทานพระโอวาทวันอาสาฬหบูชา

เปิดอ่าน 35,837 ครั้ง
วิธีการเรียนรู้ค่านิยมหลักคนไทย 12 ประการ
วิธีการเรียนรู้ค่านิยมหลักคนไทย 12 ประการ

เปิดอ่าน 21,679 ครั้ง
รู้หรือไม่ว่า "ชมพู่" เป็นยาชูกำลัง บำรุงหัวใจ
รู้หรือไม่ว่า "ชมพู่" เป็นยาชูกำลัง บำรุงหัวใจ

เปิดอ่าน 15,522 ครั้ง
ลูกน้อยทานยาลดไข้หลายวัน เป็นอันตรายไหม
ลูกน้อยทานยาลดไข้หลายวัน เป็นอันตรายไหม

เปิดอ่าน 2,438 ครั้ง
ส่อง 5 อาชีพมาแรงในยุคดิจิทัล ที่น่าสนใจ และรายได้ดี
ส่อง 5 อาชีพมาแรงในยุคดิจิทัล ที่น่าสนใจ และรายได้ดี

เปิดอ่าน 30,973 ครั้ง
เอกสารแนวทางการดำเนินงานโครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีงบประมาณ พ.ศ.2559
เอกสารแนวทางการดำเนินงานโครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีงบประมาณ พ.ศ.2559

เปิดอ่าน 2,322 ครั้ง
รถ Mazda มือสอง ฟีเจอร์ตอบโจทย์ชีวิตในเมืองในราคาเป็นมิตร
รถ Mazda มือสอง ฟีเจอร์ตอบโจทย์ชีวิตในเมืองในราคาเป็นมิตร

เปิดอ่าน 48,626 ครั้ง
7-11 สาขาแรกอยู่ที่ไหน
7-11 สาขาแรกอยู่ที่ไหน

เปิดอ่าน 37,033 ครั้ง
รูปแบบการสอน 7 ประการ
รูปแบบการสอน 7 ประการ

เปิดอ่าน 18,678 ครั้ง
การตากข้าว สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 3
การตากข้าว สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 3
เปิดอ่าน 13,388 ครั้ง
มาป้องกันและลดความเสี่ยงโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่กันเถอะ
มาป้องกันและลดความเสี่ยงโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่กันเถอะ
เปิดอ่าน 48,335 ครั้ง
จิตรกรรมไทย
จิตรกรรมไทย
เปิดอ่าน 12,329 ครั้ง
ระวัง! สารฟอกขาวในตะเกียบ
ระวัง! สารฟอกขาวในตะเกียบ
เปิดอ่าน 18,614 ครั้ง
แนะนำ 5 เทคนิคดีๆ ในการฝึก
แนะนำ 5 เทคนิคดีๆ ในการฝึก 'อ่านภาษาอังกฤษ' ให้เก่งขั้นเทพ…!!

รายการหลัก

► หน้าแรก
► ข่าว/บทความ
► สมุดเยี่ยม
► กระดานสนทนา
► เว็บลิงค์
► ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
► ข้อมูลบุคคล
► ภาพกิจกรรม
► ผู้สนับสนุน

สมาชิก

• เข้าสู่ระบบ
• คุณครูต้องรู้ไว้
• รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

• เว็บไซต์ สพฐ.
• กระทรวงศึกษาธิการ
• ติวสอบ GED
• ติวสอบ SAT
• เครื่องมือวัด
• เครื่องมืออุตสาหกรรม
• เกมส์
• แหล่งรวมเกมส์

• แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ