ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนาการสอนแบบโครงงานเป็นฐานร่วมกับการเสริมแรงทางบวกเพื่อส่งเสริมสมรรถนะทางวิทยาศาสตร์สู่การประยุกต์ใช้สำหรับการประกอบอาชีพของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 รายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ

เรื่อง การพัฒนาการสอนแบบโครงงานเป็นฐานร่วมกับการเสริมแรงทางบวกเพื่อส่งเสริมสมรรถนะทางวิทยาศาสตร์สู่การประยุกต์ใช้สำหรับการประกอบอาชีพของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 รายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ

ผู้วิจัย วรรณวิมล บัวทอง

ปีการศึกษา 2567

บทคัดย่อ

การพัฒนาการสอนแบบโครงงานเป็นฐานร่วมกับการเสริมแรงทางบวกเพื่อส่งเสริมสมรรถนะทางวิทยาศาสตร์สู่การประยุกต์ใช้สำหรับการประกอบอาชีพของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 รายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ มีวัตถุประสงค์ของการวิจัย ดังนี้ 1) เพื่อสังเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาการสอนแบบโครงงานเป็นฐานร่วมกับการเสริมแรงทางบวกเพื่อส่งเสริมสมรรถนะทางวิทยาศาสตร์สู่การประยุกต์ใช้สำหรับการประกอบอาชีพของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 รายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ 2) เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพของการสอนแบบโครงงานเป็นฐานร่วมกับการเสริมแรงทางบวกเพื่อส่งเสริมสมรรถนะทางวิทยาศาสตร์สู่การประยุกต์ใช้สำหรับการประกอบอาชีพของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 รายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ตามเกณฑ์ 70/70 3) เพื่อเปรียบเทียบสมรรถนะทางวิทยาศาสตร์สู่การประยุกต์ใช้สำหรับการประกอบอาชีพของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ก่อนและหลังการใช้การสอนแบบโครงงานเป็นฐานร่วมกับการเสริมแรงทางบวกเพื่อส่งเสริมสมรรถนะทางวิทยาศาสตร์สู่การประยุกต์ใช้สำหรับการประกอบอาชีพของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 รายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพก่อนเรียนและหลังเรียน 4) เพื่อขยายผลสมรรถนะทางวิทยาศาสตร์สู่การประยุกต์ใช้สำหรับการประกอบอาชีพของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ก่อนและหลังการใช้การสอนแบบโครงงานเป็นฐานร่วมกับการเสริมแรงทางบวกเพื่อส่งเสริมสมรรถนะทางวิทยาศาสตร์สู่การประยุกต์ใช้สำหรับการประกอบอาชีพของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 รายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ

กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 โรงเรียนเทศบาล 6 (วัดตันตยาภิรม) สังกัดสำนักการศึกษา เทศบาลนครตรัง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง ที่เรียนในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 จำนวนนักเรียน 24 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบเป็นกลุ่ม (Cluster Random Sampling)

กลุ่มทดลองเครื่องมือ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเทศบาล 6 (วัดตันตยาภิรม) ที่เรียนในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 จำนวนนักเรียน 30 คน กลุ่มขยายผลรูปแบบครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 โรงเรียนเทศบาล 6 (วัดตันตยาภิรม) ที่เรียนในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 จำนวนนักเรียน 20 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบเป็นกลุ่ม (Cluster Random Sampling)

ระยะเวลาที่ใช้ในการวิจัย คือ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 - ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) การสอนแบบโครงงานเป็นฐานร่วมกับการเสริมแรงทางบวกเพื่อส่งเสริมสมรรถนะทางวิทยาศาสตร์สู่การประยุกต์ใช้สำหรับการประกอบอาชีพของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 รายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ 2) สมรรถนะทางวิทยาศาสตร์สู่การประยุกต์ใช้สำหรับการประกอบอาชีพ การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมมติฐาน ด้วยสถิติ t-test (Dependent Samples)

ผลการวิจัย พบว่า

1. ข้อมูลพื้นฐานสำหรับการพัฒนาการสอนแบบโครงงานเป็นฐานร่วมกับการเสริมแรงทางบวกเพื่อส่งเสริมสมรรถนะทางวิทยาศาสตร์สู่การประยุกต์ใช้สำหรับการประกอบอาชีพของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 รายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ พบว่า จากรายงานการประเมินคุณภาพภายนอกรอบ 3 ของโรงเรียนเทศบาล 6 (วัดตันตยาภิรม) โดยสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ได้สรุปผลการประเมินในมาตรฐานที่ 4 พบว่า นักเรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ มีวิจารณญาณ มีความคิดสร้างสรรค์ คิดไตร่ตรองและมีวิสัยทัศน์อยู่ในระดับที่ต้องปรับปรุง โดยมีข้อเสนอแนะ ให้นักเรียนควรได้รับการพัฒนาความรู้และทักษะที่จำเป็นตามหลักสูตรและการพัฒนาทักษะในด้านการคิดวิเคราะห์ มีวิจารณญาณ มีความคิดสร้างสรรค์ ครูควรพัฒนาการจัดการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพและเน้นนักเรียนเป็นสำคัญ (สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา, 2561) รวมทั้งจากรายงานการประเมินคุณภาพภายนอกรอบ 4 ของ โรงเรียนเทศบาล 6 (วัดตันตยาภิรม) โดยสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ได้เสนอแนะในสิ่งที่ต้องพัฒนาตามตัวบ่งชี้ที่ 5 ไว้ว่า ควรมี การจัดการเรียนการสอนที่ควบคู่ทั้งในเรื่องของความรู้ ทักษะกระบวนการที่เป็นความคิดรวบยอด การจัดการเรียนการสอนด้วยรูปแบบที่หลากหลาย ส่งเสริมให้นักเรียนเกิดกระบวนการคิดที่แปลกใหม่ และสร้างสรรค์ (สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา, 2561)

2. การสอนแบบโครงงานเป็นฐานร่วมกับการเสริมแรงทางบวกเพื่อส่งเสริมสมรรถนะทางวิทยาศาสตร์สู่การประยุกต์ใช้สำหรับการประกอบอาชีพของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 รายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ พบว่า มี 5 ขั้นตอนดังนี้ 1) ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 2) ขั้นทบทวนความรู้เดิม 3) ขั้นจัดกลุ่มร่วมมือ 4) ขั้นสรุปสิ่งที่เรียนรู้ 5) ขั้นนำเสนอผลงาน ซึ่งผ่านการประเมินและรับรองรูปแบบจากผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 ท่าน ผลการประเมินและรับรองรูปแบบ อยู่ในระดับเหมาะสมมากที่สุด และรูปแบบมีประสิทธิภาพเท่ากับ 74.00/72.08

3. นักเรียนมีสมรรถนะทางวิทยาศาสตร์สู่การประยุกต์ใช้สำหรับการประกอบอาชีพหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนด้วยการสอนแบบโครงงานเป็นฐานร่วมกับการเสริมแรงทางบวกเพื่อส่งเสริมสมรรถนะทางวิทยาศาสตร์สู่การประยุกต์ใช้สำหรับการประกอบอาชีพของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 รายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

4. ผลการขยายผลการสอนแบบโครงงานเป็นฐานร่วมกับการเสริมแรงทางบวกเพื่อส่งเสริมสมรรถนะทางวิทยาศาสตร์สู่การประยุกต์ใช้สำหรับการประกอบอาชีพของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 รายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ พบว่า นักเรียนมีสมรรถนะทางวิทยาศาสตร์สู่การประยุกต์ใช้สำหรับการประกอบอาชีพหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนด้วยการสอนแบบโครงงานเป็นฐานร่วมกับการเสริมแรงทางบวกเพื่อส่งเสริมสมรรถนะทางวิทยาศาสตร์สู่การประยุกต์ใช้สำหรับการประกอบอาชีพของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 รายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

โพสต์โดย john : [18 ส.ค. 2567 (19:28 น.)]
อ่าน [100737] ไอพี : 159.192.42.26
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 4,078 ครั้ง
ไลเซนต์ Open Source ต่างกับไลเซนต์อื่นอย่างไร?
ไลเซนต์ Open Source ต่างกับไลเซนต์อื่นอย่างไร?

เปิดอ่าน 13,766 ครั้ง
จดหมายฉบับที่ 51 ถึงนายกรัฐมนตรี+รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
จดหมายฉบับที่ 51 ถึงนายกรัฐมนตรี+รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

เปิดอ่าน 23,893 ครั้ง
ปฏิรูปการศึกษาส่วนภูมิภาค 6 เดือน กศจ.ไปต่ออย่างไร? โดย อดิศร เนาวนนท์
ปฏิรูปการศึกษาส่วนภูมิภาค 6 เดือน กศจ.ไปต่ออย่างไร? โดย อดิศร เนาวนนท์

เปิดอ่าน 20,725 ครั้ง
20 กันยายน วันเยาวชนแห่งชาติ
20 กันยายน วันเยาวชนแห่งชาติ

เปิดอ่าน 12,364 ครั้ง
อะโวคาโด
อะโวคาโด

เปิดอ่าน 20,114 ครั้ง
ผลวิจัยชี้ใบสาบเสือแห้งห้ามเลือดได้ดีกว่าผ้าก๊อซ
ผลวิจัยชี้ใบสาบเสือแห้งห้ามเลือดได้ดีกว่าผ้าก๊อซ

เปิดอ่าน 21,418 ครั้ง
เกมส์วันเกิด 30 ปีของ PAC-MAN
เกมส์วันเกิด 30 ปีของ PAC-MAN

เปิดอ่าน 71,419 ครั้ง
"แคดอกแดง" มีประโยชน์อย่างไร?
"แคดอกแดง" มีประโยชน์อย่างไร?

เปิดอ่าน 17,640 ครั้ง
สำเร็จครั้งแรก! นำเชื้อธรรมชาติเพาะ ‘เห็ดโคนคอนโด’
สำเร็จครั้งแรก! นำเชื้อธรรมชาติเพาะ ‘เห็ดโคนคอนโด’

เปิดอ่าน 18,642 ครั้ง
คลอด ‘เกณฑ์ย้ายเฉพาะกิจ’ แก้ปม..ร้างผู้บริหาร 7 พันตำแหน่ง ทางออกสุดท้าย..ของ ก.ค.ศ.?
คลอด ‘เกณฑ์ย้ายเฉพาะกิจ’ แก้ปม..ร้างผู้บริหาร 7 พันตำแหน่ง ทางออกสุดท้าย..ของ ก.ค.ศ.?

เปิดอ่าน 12,685 ครั้ง
มะเร็งปากมดลูก
มะเร็งปากมดลูก

เปิดอ่าน 44,346 ครั้ง
มาดูซิว่า คนญี่ปุ่นฝึกเด็กให้เป็นคนมีคุณภาพ มีมารยาทและระเบียบวินัยได้อย่างไร?
มาดูซิว่า คนญี่ปุ่นฝึกเด็กให้เป็นคนมีคุณภาพ มีมารยาทและระเบียบวินัยได้อย่างไร?

เปิดอ่าน 22,186 ครั้ง
เคล็ดเด็กเก่งวิชา เรขาคณิต-พีชคณิต
เคล็ดเด็กเก่งวิชา เรขาคณิต-พีชคณิต

เปิดอ่าน 16,282 ครั้ง
ความรักของแม่ ช่วย"สมอง"ลูกขยาย
ความรักของแม่ ช่วย"สมอง"ลูกขยาย

เปิดอ่าน 21,027 ครั้ง
ข้อเสียของการดื่มน้ำเย็นจัด
ข้อเสียของการดื่มน้ำเย็นจัด

เปิดอ่าน 149,468 ครั้ง
โปรแกรมคำนวณค่า T-Score
โปรแกรมคำนวณค่า T-Score
เปิดอ่าน 20,939 ครั้ง
สตอร์มเสิร์จ (Storm surge) คืออะไร
สตอร์มเสิร์จ (Storm surge) คืออะไร
เปิดอ่าน 23,578 ครั้ง
การ์ตูนช่วยจำลำดับพยัญชนะไทย
การ์ตูนช่วยจำลำดับพยัญชนะไทย
เปิดอ่าน 21,269 ครั้ง
ตู้เก็บเอกสาร ในห้องเรียนมีประโยชน์อย่างไร
ตู้เก็บเอกสาร ในห้องเรียนมีประโยชน์อย่างไร
เปิดอ่าน 18,041 ครั้ง
การประยุกต์ทฤษฎีการเรียนรู้ในระบบการศึกษาทางไกลอิเล็กทรอนิกส์
การประยุกต์ทฤษฎีการเรียนรู้ในระบบการศึกษาทางไกลอิเล็กทรอนิกส์

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ