ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง คำยืมภาษาต่างประเทศ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ ๕ steps ร่วมกับบทเรียนจำลองสถานการณ์รูปแบบออนไลน์ ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕/๖ โรงเรียนเตรียมอุดมศึก

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง คำยืมภาษาต่างประเทศ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ ๕ steps ร่วมกับบทเรียนจำลองสถานการณ์รูปแบบออนไลน์ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕/๖ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า สมุทรปราการ มีวัตถุประสงค์เพืื่อเพื่อพัฒนารูปแบบการสอนเรื่องคำยืมภาษาต่างประเทศให้อยู่ในรูปแบบของการจัดการเรียนรู้ ๕ steps ร่วมกับบทเรียนจำลองสถานการณ์ออนไลน์ เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องคำยืมภาษาต่างประเทศ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ ๕ steps ร่วมกับบทเรียนจำลองสถานการณ์ออนไลน์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน และเพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ส่งเสริมบรรยากาศในการเรียนให้มีความสุข มีความสามารถทางเทคโนโลยีอย่างเต็มศักยภาพ โดยผู้สอนได้ดำเนินการจัดการเรียนรู้ตามแผนการจัดการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ ๕ step ร่วมกับบทเรียนจำลองสถานการณ์ออนไลน์ ดังนี้

๑. ให้นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕/๖ ทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน เรื่อง คำยืมภาษาต่างประเทศ เป็นข้อสอบปรนัย ๔ ตัวเลือก จำนวน ๒๐ ข้อ ๒๐ คะแนน

๒. จัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในรายวิชาภาษาไทย เรื่อง คำยืมภาษาต่างประเทศ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕/๖ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้าสมุทรปราการ โดยมีรายละเอียดกิจกรรม ดังนี้

๑. ขั้นการเรียนรู้การตั้งคำถาม สงสัย ใคร่รู้ (Learning to Question: Q)

๑.๑ ครูทักทายนักเรียน และให้นักเรียนร่วมกันทายคำจากภาพที่ครูกำหนดให้ และร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับการยืมคำภาษาต่างประเทศมาใช้ในภาษาไทยว่ามีภาษาอะไรบ้าง และสาเหตุที่เราต้องยืมคำภาษาต่างประเทศมาใช้ในภาษาไทย

๒. ขั้นการเรียนรู้การแสวงหาสารสนเทศ ค้นคว้า (Learning to Search: S)

๒.๑ นักเรียนทำกิจกรรมกิจกรรม “บินลัดฟ้าเพื่อศึกษาคำ” ดังนี้

๒.๑.๑ นักเรียนรับตั๋วเครื่องบินและหนังสือเดินทาง ซึ่งตั๋วเครื่องบินของนักเรียนจะมีรหัสสนามบิน และชื่อสนามบินที่ไม่ซ้ำกัน โดยครูได้เลือกสถานที่ที่นักเรียนจะไปจากแหล่งกำเนิดภาษานั้น ๆ เช่น ประเทศอินเดียคือภาษาบาลี ประเทศอังกฤษคือภาษาอังกฤษ เป็น

๒.๑.๒ นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาคำยืมภาษาต่างประเทศตามกลุ่มที่ตนเองได้รับ ซึ่งนักเรียนสามารถศึกษาได้จากบทเรียนจำลองสถานการณ์ในรูปแบบออนไลน์ โดยครูจะทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยในการค้นคว้าความรู้และคอยให้คำอธิบายเพิ่มเติม ตามหัวข้อศึกษาตามประเด็นที่กำหนดไว้

๓. ขั้นการเรียนรู้เพื่อสร้างองค์ความรู้/สรุป (Learning to Construct: C)

๓.๑ นักเรียนบันทึกความรู้ที่ได้รับจากการศึกษาร่วมกัน และสรุปออกมาเป็นความรู้ของกลุ่มตนเอง โดยสรุปความรู้ลักษณะคำยืมภาษาต่างประเทศลงในกระดานแสดงความคิดเห็น Padlet ในรูปแบบของอินโฟกราฟิก เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการนำเสนอข้อมูลให้เพื่อนแต่ละกลุ่มได้เรียนรู้ร่วมกัน

๔. ขั้นการเรียนรู้เพื่อการสื่อสาร สัมพันธ์ (Learning to Communicate : C)

๔.๑ นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอความรู้เรื่องคำยืมภาษาต่างประเทศ ตามกลุ่มที่นักเรียนได้รับ และตั้งข้อซักถามข้อสงสัยต่าง ๆ ตามที่ตนนั้นได้ศึกษามา โดยมีคุณครูคอยให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมและเสริมความรู้ให้ครบถ้วนมากยิ่งขึ้น

๔.๒ นักเรียนร่วมทบทวนความรู้ที่ได้จากการทำกิจกรรม “บินลัดฟ้า เพื่อศึกษาคำ” ผ่านกิจกรรม “เกมแห่งจักรวาลกับเหล่า อาโบ๊ะไฟเยอร์” ในเว็บไซต์บทเรียนออนไลน์เรื่องคำยืมภาษาต่างประเทศที่ครูได้สร้างขึ้นมา ซึ่งนักเรียนจะต้องใช้ความรู้ที่ได้ศึกษามาทำภารกิจที่เกิดขึ้นให้สำเร็จ ซึ่งรูปแบบของเกมจะเป็นเกมออนไลน์ที่มีทั้งหมด ๙ ระดับตามประเภทของคำยืมภาษาต่างประเทศซึ่งแต่ละระดับจะมีการกำหนดสถานการณ์ให้นักเรียน พร้อมทั้งชี้แจงกติกาการเล่นเกมให้กับนักเรียน

๕. ขั้นการเรียนรู้เพื่อตอบแทนสังคม/การให้บริการ (Learning to Serve: S)

๕.๑ ครูมอบหมายให้นักเรียนทำใบงานที่ ๑ เรื่อง การจำแนกคำยืมภาษาต่างประเทศและมอบหมายให้นำสื่ออินโฟกราฟิกไปเผยแพร่ลงในสื่อออนไลน์เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้แก่เพื่อน ๆ และผู้ที่สนใจ

โดยผลปรากฏว่านักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕/๖ ได้รับการพัฒนาความรู้เรื่อง คำยืมภาษาต่างประเทศโดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ ๕ steps ร่วมกับบทเรียนจำลองสถานการณ์ออนไลน์ มีผลสัมฤทธิ์ทาง การเรียนเรื่อง คำยืมภาษาต่างประเทศสูงกว่าก่อนเรียน โดยคะแนนค่าเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ ๙.๓๒ และหลังการทดลองเพิ่มขึ้นเป็น ๑๓.๔๕ ซึ่งบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้

โพสต์โดย ครูหญิงฐา : [11 ส.ค. 2567 (19:34 น.)]
อ่าน [99080] ไอพี : 49.49.224.175
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 4,290 ครั้ง
ประโยชน์ของน้ำขิง
ประโยชน์ของน้ำขิง

เปิดอ่าน 23,568 ครั้ง
รายงานการวิจัย สถานภาพการประยุกต์ใช้ ICT เพื่อการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานรองรับการปฏิรูปการศึกษ
รายงานการวิจัย สถานภาพการประยุกต์ใช้ ICT เพื่อการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานรองรับการปฏิรูปการศึกษ

เปิดอ่าน 13,279 ครั้ง
บริหารหน้าอย่างไร ให้ดูน่ามอง
บริหารหน้าอย่างไร ให้ดูน่ามอง

เปิดอ่าน 17,343 ครั้ง
11 กิจกรรมดี ๆ ช่วงปิดเทอม
11 กิจกรรมดี ๆ ช่วงปิดเทอม

เปิดอ่าน 13,047 ครั้ง
รักษารองเท้าหน้าฝน
รักษารองเท้าหน้าฝน

เปิดอ่าน 2,358 ครั้ง
ปีชง 2567 มีปีนักษัตรใดบ้าง
ปีชง 2567 มีปีนักษัตรใดบ้าง

เปิดอ่าน 8,554 ครั้ง
อะโดบีเผยผลการศึกษาชี้ นักเรียนรุ่น Gen Z และครูในไทยมองว่าความคิดสร้างสรรค์คือกุญแจสู่ความสำเร็จ
อะโดบีเผยผลการศึกษาชี้ นักเรียนรุ่น Gen Z และครูในไทยมองว่าความคิดสร้างสรรค์คือกุญแจสู่ความสำเร็จ

เปิดอ่าน 2,128 ครั้ง
ถอดความสำเร็จโครงการ Chevron Enjoy Science  ที่ต่อเติมพื้นที่ให้สะเต็มศึกษาเป็นเรื่องสนุก พร้อมปูทางสู่อนาคตประเทศ
ถอดความสำเร็จโครงการ Chevron Enjoy Science ที่ต่อเติมพื้นที่ให้สะเต็มศึกษาเป็นเรื่องสนุก พร้อมปูทางสู่อนาคตประเทศ

เปิดอ่าน 9,367 ครั้ง
บิดซ้ายยืดขวา หยุดปวดจากคอมพิวเตอร์
บิดซ้ายยืดขวา หยุดปวดจากคอมพิวเตอร์

เปิดอ่าน 34,366 ครั้ง
ประวัติ วัน คริสต์มาส
ประวัติ วัน คริสต์มาส

เปิดอ่าน 11,201 ครั้ง
กระแสแอนตี้ "เด็กแสบ"...ผู้ใหญ่ใจร้ายหรือพ่อแม่รังแกฉัน?
กระแสแอนตี้ "เด็กแสบ"...ผู้ใหญ่ใจร้ายหรือพ่อแม่รังแกฉัน?

เปิดอ่าน 33,454 ครั้ง
ที่ไปและที่มาของการชู 2 นิ้ว (สู้ตายค่ะ)
ที่ไปและที่มาของการชู 2 นิ้ว (สู้ตายค่ะ)

เปิดอ่าน 11,110 ครั้ง
เพนต์หน้าพิลึก! กระแสฮิตโจ๋ยุ่น
เพนต์หน้าพิลึก! กระแสฮิตโจ๋ยุ่น

เปิดอ่าน 49,842 ครั้ง
อะโดบีชี้ คนทำงานออฟฟิศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มองว่าเทคโนโลยีสำคัญกว่าสวัสดิการอื่นๆ ในที่ทำงาน
อะโดบีชี้ คนทำงานออฟฟิศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มองว่าเทคโนโลยีสำคัญกว่าสวัสดิการอื่นๆ ในที่ทำงาน

เปิดอ่าน 1,146 ครั้ง
ศิลปะแห่งกลิ่นหอม ทำไมน้ำหอมสุดเอ็กซ์คลูซีฟถึงกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งสถานะ
ศิลปะแห่งกลิ่นหอม ทำไมน้ำหอมสุดเอ็กซ์คลูซีฟถึงกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งสถานะ

เปิดอ่าน 344,694 ครั้ง
Adjectives การเปรียบเทียบคำคุณศัพท์ ( Comparison of Adjectives )
Adjectives การเปรียบเทียบคำคุณศัพท์ ( Comparison of Adjectives )
เปิดอ่าน 12,129 ครั้ง
โซเชียลทำพิษ... 5 โรคฮิตของคนติดจอ
โซเชียลทำพิษ... 5 โรคฮิตของคนติดจอ
เปิดอ่าน 1,356 ครั้ง
หาที่อยู่ใหม่ ! อพาร์ทเมนท์ให้เช่าย่านรัชดามีข้อดีอะไรบ้าง ?
หาที่อยู่ใหม่ ! อพาร์ทเมนท์ให้เช่าย่านรัชดามีข้อดีอะไรบ้าง ?
เปิดอ่าน 23,828 ครั้ง
"นอนห้อยหัว" วันละ 10 นาที ช่วยสมองดี แก่ช้า หน้าใส ไกลอัมพาต
"นอนห้อยหัว" วันละ 10 นาที ช่วยสมองดี แก่ช้า หน้าใส ไกลอัมพาต
เปิดอ่าน 20,401 ครั้ง
VTR การพัฒนาครูในรูปแบบใหม่ โดยการใช้การพัฒนาอย่างครบวงจร
VTR การพัฒนาครูในรูปแบบใหม่ โดยการใช้การพัฒนาอย่างครบวงจร

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ