การจัดการเรียนการสอน Active learning โดยใช้กระบวนการบันได 5 ขั้น (QSCCS) ของการพัฒนาทักษะความเข้าใจต่างวัฒนธรรมในการเรียนรายวิชานาฏศิลป์ เป็นไปตามวัตถุประสงค์ โดยมีข้อมูลประกอบ ดังนี้
1.จุดประสงค์และเป้าหมายของผลงานนวัตกรรม
1.1 จุดประสงค์
1) เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้สูงสุด โดยใช้กระบวนการบันได 5 ขั้น (QSCCS)
2) เพื่อพัฒนาทักษะความเข้าใจต่างวัฒนธรรมในการเรียนรายวิชานาฏศิลป์
3) เพื่อให้ผู้เรียนเห็นถึงความสำคัญของวัฒนธรรมข้ามชาติที่มีต่อวิถีชีวิต ระบบสังคม ค่านิยม รวมทั้งวิธีคิด
1.2 เป้าหมาย
เชิงปริมาณ
1) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 149 คน ได้ผ่านกระบวนการจัดการเรียนรู้ ผ่านการลงมือทำและการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) โดยใช้กระบวนการบันได 5 ขั้น (QSCCS) ของการพัฒนาทักษะความเข้าใจต่างวัฒนธรรมในการเรียนรายวิชานาฏศิลป์
เชิงคุณภาพ
1) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ร้อยละ 80 ทักษะกระบวนการเรียนรู้ทางนาฏศิลป์ และทักษะในศตวรรษที่ 21 ในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ สามารถแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ สามารถตัดสินใจ โดยใช้ข้อมูลหลากหลายและประจักษ์พยานที่ตรวจสอบ
2. จุดเด่นนวัตกรรม
การจัดการเรียนการสอน Active learning โดยใช้กระบวนการบันได 5 ขั้น (QSCCS) ของการพัฒนาทักษะความเข้าใจต่างวัฒนธรรมในการเรียนรายวิชานาฏศิลป์ ผู้เรียนเกิดทักษะกระบวนการเรียนรู้ทางนาฏศิลป์ และทักษะในศตวรรษที่ 21 ในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ สามารถแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ สามารถตัดสินใจ โดยใช้ข้อมูลหลากหลายและประจักษ์พยานที่ตรวจสอบได้ สามารถนำวิธีการเรียนรู้ที่ใช้กระบวนการบันได 5 ขั้น (QSCCS) ของการพัฒนาผู้เรียนด้านทักษะความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ในการดำเนินงานไปใช้เป็นแหล่งข้อมูลในการศึกษา และใช้เป็นแนวทางการพัฒนาหรือเป็นฐานข้อมูลสำหรับการศึกษาเพิ่มเติมที่จะนำไปสู่การพัฒนา การต่อยอด และการแสวงหาองค์ความรู้ใหม่เพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง
3. ผลที่เกิดตามจุดประสงค์
1) ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงขึ้น จากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้กระบวนการบันได 5 ขั้น (QSCCS)
2) ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะกระบวนการเรียนรู้ทางนาฏศิลป์ และทักษะในศตวรรษที่ 21 ในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ สามารถแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ สามารถตัดสินใจ โดยใช้ข้อมูลหลากหลายและประจักษ์พยานที่ตรวจสอบได้
3) ผู้เรียนเห็นถึงความสำคัญของวัฒนธรรมที่มีต่อวิถีชีวิต สังคม ค่านิยม และสามารถรวบรวม วิเคราะห์ข้อมูลอย่างครบถ้วนและเป็นระบบ นำองค์ความรู้ที่ได้มาสังเคราะห์ และเผยแพร่ในวงกว้าง ทั้งภายในสถานศึกษาและชุมชนภายนอก
4. ผลสัมฤทธิ์ของงาน
1) นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเกณฑ์ร้อยละ 80 จำนวน 137 คน จากจำนวนนักเรียนทั้งหมด 149 คน คิดเป็นร้อยละ 91.94 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ แสดงว่า การสอนด้วยกระบวนการบันได 5 ขั้น จะช่วยกระตุ้นให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ มีความรับผิดชอบ และมีระเบียบวินัย เพราะโดยธรรมชาติแล้ว เมื่อบุคคลได้เผชิญปัญหาหรือสถานการณ์ที่เป็นปัญหาก็จะมีความอยากรู้ อยากเห็น มีความกระตือรือร้นที่จะสืบเสาะหาคำตอบหรือแก้ปัญหานั้นให้ได้ จึงทำให้เกิดการสืบเสาะหาความรู้เพื่อได้มาซึ่งคำตอบ โดยผู้สอนได้จัดสิ่งแวดล้อมทางการเรียนที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่ ซึ่งเริ่มจากขั้นสร้างความสนใจ ผู้สอนได้จัดกิจกรรมที่กระตุ้น ยั่วยุหรือท้าทายให้ผู้เรียนสนใจ สงสัยใคร่อยากรู้ อยากเห็น ทำให้ผู้เรียนต้องการศึกษาค้นคว้าด้วยตัวเอง ซึ่งนำไปสู่การสำรวจตรวจสอบ ในขั้นการสำรวจและค้นหา ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริงเพื่อรวบรวมข้อมูลที่ได้ไปใช้ในขั้นอธิบายและลงข้อสรุป ซึ่งในขั้นนี้ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจตรวจสอบ หรือข้อมูลที่ได้จากการทดลองจะถูกนำมาวิเคราะห์ แปลผล สรุปและอภิปรายผล โดยใช้กระบวนการกลุ่มเพื่อให้ได้ข้อสรุปในเรื่องที่เรียนและนำเสนอข้อมูลที่ได้ในความรู้ได้ด้วยตนเอง ส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น
2) นักเรียนมีผลงาน/ชิ้นงานเชิงประจักษ์จากการทำกิจกรรมการเรียนรู้ทุกกลุ่ม และเปิดโอกาส ให้นักเรียนทุกกลุ่มได้ออกมานำเสนอผลงานเพื่อร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูล การตัดสินใจเลือกใช้ข้อมูล และการลงข้อสรุปอย่างสมเหตุสมผล จากผลงานที่ร่วมกันนำเสนออีกครั้ง
3) ผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประการ ด้านคุณธรรม จริยธรรม นักเรียนแสดงพฤติกรรมต่อเนื่อง ซึ่งประกอบด้วย 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2. ซื่อสัตย์สุจริต 3. มีวินัย 4. ใฝ่เรียนรู้ 5. อยู่อย่างพอเพียง 6. มุ่งมั่นในการทำงาน 7. รักความเป็นไทย และ 8. มีจิตสาธารณะ ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 80 จำนวน 137 คน จากจำนวนผู้เรียนทั้งหมด 149 คน คิดเป็นร้อยละ 98.66 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้
4) ผู้เรียนมีความคิดเห็นต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการบันได 5 ขั้น (QSCCS) โดยภาพรวมมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.63 และค่า S.D. เท่ากับ 0.58 ซึ่งแปลความหมายได้ว่าผู้เรียนเห็นด้วยในระดับมากที่สุด และเมื่อวิเคราะห์ค่าเฉลี่ยรายด้าน พบว่า ด้านการจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอน โดยภาพรวมผู้เรียน เห็นด้วยในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.53 และเมื่อวิเคราะห์ค่าเฉลี่ยรายข้อ พบว่า ครูเป็นที่ปรึกษาและอำนวยความสะดวกในการทำกิจกรรม ผู้เรียนเห็นด้วยในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด เท่ากับ 4.74 ด้านผู้เรียนเกี่ยวกับกิจกรรมการเรียนรู้ สื่อและแหล่งเรียนรู้ ตลอดจนการวัดและประเมินผล โดยภาพรวมผู้เรียนเห็นด้วยในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.68 และเมื่อวิเคราะห์ค่าเฉลี่ยรายข้อ พบว่า ผู้เรียนได้เรียนรู้ และทำกิจกรรมร่วมกันเป็นกลุ่ม ผู้เรียนเห็นด้วยในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด เท่ากับ 4.96 ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยกระบวนการบันได 5 ขั้น (QSCCS) ผู้เรียนและครูมีบทบาทร่วมกันในการทำกิจกรรมการเรียนรู้ ผู้เรียนได้เรียนรู้และทำกิจกรรม ร่วมกันเป็นกลุ่มโดยมีครูเป็นที่ปรึกษาและอำนวยความสะดวกในการทำกิจกรรม ทำให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อเพื่อนและครู ส่งผลให้ผู้เรียนเห็นด้วยในระดับมากที่สุดกับการสอนด้วยกระบวนการบันได 5 ขั้น (QSCCS)
5) ครูมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยใช้กระบวนการ PLC ทั้งระดับช่วงชั้น และระดับสถานศึกษา แบ่งปันประสบการณ์ในการจัดการเรียนรู้ให้ความช่วยเหลือในการปฏิบัติงานต่าง ๆ ให้การยอมรับซึ่งกันและกัน ให้ความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการจัดการเรียนรู้ ก่อให้เกิดบรรยากาศเอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ ซึ่งชี้ให้เห็นข้อดี ข้อควรปรับปรุงในการจัดการเรียนรู้ทำให้ได้กระบวนการจัดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น