ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนาการจัดการเรียนรู้รายวิชากฎหมายน่ารู้ โดยใช้แนวคิดแบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น ร่วมกับกิจกรรมกลุ่มร่วมมือ เรื่อง ความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ส

การวิจัยครั้งนี้ผู้รายงานกำหนดวัตถุประสงค์การวิจัย ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานและปัญหาความต้องการในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้รายวิชากฏหมายน่ารู้ เรื่อง ความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย โดยใช้แนวคิดแบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นร่วมกับกิจกรรมกลุ่มร่วมมือ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 2) เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้รายวิชากฏหมายน่ารู้ เรื่อง ความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย โดยใช้แนวคิดแบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นร่วมกับกิจกรรมกลุ่มร่วมมือ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 3) เพื่อศึกษาผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชากฎหมายน่ารู้ เรื่อง ความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย โดยใช้แนวคิดแบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นร่วมกับกิจกรรมกลุ่มร่วมมือ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และ4) เพื่อประเมินและปรับปรุงการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชากฎหมายน่ารู้ เรื่อง ความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย โดยใช้แนวคิดแบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นร่วมกับกิจกรรมกลุ่มร่วมมือ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีวัตถุประสงค์เฉพาะดังนี้ 4.1) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนนักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้รายวิชากฏหมายน่ารู้ เรื่อง ความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย โดยใช้แนวคิดแบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นร่วมกับกิจกรรมกลุ่มร่วมมือ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 4.2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้รายวิชากฏหมายน่ารู้ เรื่อง ความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย โดยใช้แนวคิดแบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นร่วมกับกิจกรรมกลุ่มร่วมมือ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ห้อง 3/7 จำนวน30 คนโรงเรียนราษีไศล อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 ได้มาด้วยวิธีสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) รูปแบบการวิจัยเป็นแบบแผน Pre Experimental Design ใช้แบบหนึ่งกลุ่มสอบก่อนและหลัง (The One group Pretest-Posttest Design) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชากฎหมายน่ารู้ โดยใช้แนวคิดแบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นร่วมกับกิจกรรมกลุ่มร่วมมือ เรื่อง ความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 3) แบบสอบถามความพึงพอใจในกิจกรรมการเรียนการสอนใช้เวลาในการจัดการเรียนรู้ 16 ชั่วโมง จำนวน 8 แผนการจัดการเรียนรู้ การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ ค่าร้อยละ(%)ค่าเฉลี่ย ( )ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน(S.D.)และการทดสอบค่าที( t-test)

ผลการวิจัยพบว่า 1. การพัฒนาการจัดการเรียนรู้รายวิชากฎหมายน่ารู้ โดยใช้แนวคิดแบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นร่วมกับกิจกรรมกลุ่มร่วมมือ เรื่อง ความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย ผลการประเมินความเหมาะสมของแผนการจัดการเรียนรู้ ค่าเฉลี่ยของคะแนนเท่ากับ 4.81 คุณภาพความเหมาะสมระดับมากที่สุด

มีเนื้อหาสาระการเรียนรู้เกี่ยวกับ 1) ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับกฎหมาย 2) กฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร 3) กฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร 4) กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก 5) กฎหมายว่าด้วยการศึกษา 6) กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค 7) กฎหมายว่าด้วยลิขสิทธิ์ และ8) กฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ซึ่งมีองค์ประกอบภายในแผนการการจัดการเรียนรู้ประกอบด้วย ชื่อเรื่องแผนการจัดการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ สาระสำคัญ จุดประสงค์การเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ สมรรถนะของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ กิจกรรมการเรียนรู้สืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นร่วมกับกิจกรรมกลุ่มร่วมมือ สื่อและแหล่งเรียนรู้ การวัดและประเมินผล บัตรกิจกรรม แบบทดสอบย่อยก่อนเรียน ใบความรู้ แหล่งเรียนเพิ่มเติม ใบกิจกรรม/แบบฝึกทักษะ แบบทดสอบย่อยหลังเรียน บันทึกคะแนน/เกณฑ์การให้คะแนน และแนวทางการตอบผลกิจกรรม

2. การจัดการเรียนรู้รายวิชากฎหมายน่ารู้ โดยใช้แนวคิดแบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นร่วมกับกิจกรรมกลุ่มร่วมมือ เรื่อง ความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย มีความเหมาะสมกับวัยของผู้เรียนซึ่งลักษณะของกิจกรรมที่สร้างขึ้นส่งเสริมด้านการเรียนรู้ของผู้เรียนการได้ลงมือการทำกิจกรรมด้วยตนเองและเรียนรู้บทบาทหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายตอบสนองระดับความรู้ความสามารถของผู้เรียนบนพื้นฐานความแตกต่างและสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้เกิดการเรียนรู้ผ่านกระบวนการขั้นตอนที่เหมาะสม การช่วยเหลือ พึ่งพากันและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่เกิดประโยชน์กับผู้เรียนมีลักษณะที่เข้าใจได้ง่ายมีความสอดคล้องกับชีวิตประจำวันและส่งเสริมให้ผู้เรียนได้แสดงความสามารถในการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมในกิจกรรม การแสดงความคิดเห็น การอภิปราย การสรุป และการฝึกทักษะการทำงานเป็นกลุ่มทำให้ผู้เรียนรู้สึกที่อยากจะเรียนรู้มากขึ้นเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เป็นเหตุเป็นผลในการเรียนรู้ สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ตามความเหมาะสมและปฏิบัติตนตามกฎหมายได้อย่างถูกต้อง ซึ่งผลการทดสอบระหว่างเรียน(E1) คะแนนเฉลี่ยร้อยละ 82.11 และผลการทดสอบหลังเรียน(E2) คะแนนเฉลี่ยร้อยละ81.75 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 82.11/81.75 ดัชนีประสิทธิผล(มีค่าเท่ากับ 0.6307 คิดเป็นร้อยละ 63.07 สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด 80/80

3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนรายวิชากฎหมายน่ารู้โดยใช้แนวคิดแบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นร่วมกับกิจกรรมกลุ่มร่วมมือ ก่อนเรียนและหลังเรียนแตกต่างกัน หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

4. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้รายวิชากฎหมายน่ารู้ โดยใช้แนวคิดแบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นร่วมกับกิจกรรมกลุ่มร่วมมือ โดยรวมความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย ( = 4.43,S.D. = 0.71)

โพสต์โดย มิก : [25 ก.ค. 2567 (08:51 น.)]
อ่าน [100879] ไอพี : 1.1.224.161
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 13,211 ครั้ง
ทำไมขนมโดนัทจึงมีรู
ทำไมขนมโดนัทจึงมีรู

เปิดอ่าน 40,476 ครั้ง
เคยรู้บ้างมั้ยว่า GNU/GPL คืออะไร
เคยรู้บ้างมั้ยว่า GNU/GPL คืออะไร

เปิดอ่าน 23,375 ครั้ง
การวัดความเร็วและทิศทางของลม
การวัดความเร็วและทิศทางของลม

เปิดอ่าน 16,770 ครั้ง
แสงแดดช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน
แสงแดดช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน

เปิดอ่าน 32,116 ครั้ง
การ์ตูนเป็ดโดนัลด์ดั๊ก อายุ 75 ปีแล้วนะ
การ์ตูนเป็ดโดนัลด์ดั๊ก อายุ 75 ปีแล้วนะ

เปิดอ่าน 18,671 ครั้ง
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์

เปิดอ่าน 13,040 ครั้ง
8 ข้อปฏิบัติอยู่อย่างเป็นสุข
8 ข้อปฏิบัติอยู่อย่างเป็นสุข

เปิดอ่าน 3,802 ครั้ง
ปัญหาการศึกษาไทย ....แก้ไขง่าย ใช้ทุนน้อยมาก(ถ้าจริงใจ) โดย รัชชัยย์ ศรสุวรรณ
ปัญหาการศึกษาไทย ....แก้ไขง่าย ใช้ทุนน้อยมาก(ถ้าจริงใจ) โดย รัชชัยย์ ศรสุวรรณ

เปิดอ่าน 32,693 ครั้ง
รับชมย้อนหลัง รายการ บ่ายนี้มีคำตอบ : ปฏิรูประบบบริหารการศึกษาใหม่หมด เด็กได้อะไร ?
รับชมย้อนหลัง รายการ บ่ายนี้มีคำตอบ : ปฏิรูประบบบริหารการศึกษาใหม่หมด เด็กได้อะไร ?

เปิดอ่าน 22,517 ครั้ง
ร่าง พรฎ.ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ....
ร่าง พรฎ.ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ....

เปิดอ่าน 16,380 ครั้ง
PowerPoint ชี้แจงตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลางสาระภูมิศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)
PowerPoint ชี้แจงตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลางสาระภูมิศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)

เปิดอ่าน 16,832 ครั้ง
รู้ไหมว่า...ทำไมหัวใจเต้นผิดจังหวะ?
รู้ไหมว่า...ทำไมหัวใจเต้นผิดจังหวะ?

เปิดอ่าน 17,093 ครั้ง
29 ก.ค. วันภาษาไทยแห่งชาติ
29 ก.ค. วันภาษาไทยแห่งชาติ

เปิดอ่าน 12,908 ครั้ง
พ่อ-แม่เลี้ยงลูกให้เก่งแบบนี้ได้อย่างไร? รายการ ดูให้รู้  ตอน "เจ้าหนูยอดมนุษย์"
พ่อ-แม่เลี้ยงลูกให้เก่งแบบนี้ได้อย่างไร? รายการ ดูให้รู้ ตอน "เจ้าหนูยอดมนุษย์"

เปิดอ่าน 11,675 ครั้ง
Google Wave ของเล่นใหม่จากูเกิ้ล
Google Wave ของเล่นใหม่จากูเกิ้ล

เปิดอ่าน 16,342 ครั้ง
อาชีพในฝันเด็กไทยปี 59
อาชีพในฝันเด็กไทยปี 59
เปิดอ่าน 12,770 ครั้ง
8 นิสัยการทานอาหารที่คุณสาว ๆ มักทำพลาด
8 นิสัยการทานอาหารที่คุณสาว ๆ มักทำพลาด
เปิดอ่าน 18,905 ครั้ง
การพระราชทานตราตั้งห้าง สารานุกรมไทย ฉบับกาญจนาภิเษก
การพระราชทานตราตั้งห้าง สารานุกรมไทย ฉบับกาญจนาภิเษก
เปิดอ่าน 125,710 ครั้ง
อย่างเทพ! มาดูคลิปที่ใครดูต้องอมยิ้ม เมื่อคุณแม่ชาวญี่ปุ่นเตรียมตัวไปโรงเรียนให้ลูกตอนเช้า
อย่างเทพ! มาดูคลิปที่ใครดูต้องอมยิ้ม เมื่อคุณแม่ชาวญี่ปุ่นเตรียมตัวไปโรงเรียนให้ลูกตอนเช้า
เปิดอ่าน 14,177 ครั้ง
ต้องดู! คลิปผลงานนศ. ถ่ายทอดเรื่องราวซึ้งกินใจ
ต้องดู! คลิปผลงานนศ. ถ่ายทอดเรื่องราวซึ้งกินใจ

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ