ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนาการด้านการอ่าน เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาภาษาไทย ของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 โดยใช้แบบฝึก ทฤษฎีสีดำ แดง น้ำเงิน

ความสำคัญของผลงาน หรือนวัตกรรมที่นำเสนอ

รูปแบบการพัฒนาศักยภาพของนักเรียน ด้านการส่งเสริมการอ่านด้วยแบบฝึกการอ่าน ทฤษฎีสีดำ แดง น้ำเงิน (เป็นนวัตกรรมที่เคยมีและเกิดขึ้นมาก่อน)

ความเป็นมาและสภาพปัญหา

จากเหตุการณ์โรคระบาดเกิดขึ้นในปัจจุบันคือ ไวรัสโคโรนา(โควิด-๑๙) ทำให้ทั่วโลกและประเทศไทยต้องมีการดำเนินการตามมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเร่งด่วน ส่งผลให้ภาคธุรกิจและกิจกรรมต่าง ๆ มีผลกระทบกันอย่างต่อเนื่องและแพร่หลาย รวมถึงการศึกษาที่ต้องมีการสั่งปิดโรงเรียนเป็นกรณีพิเศษทำให้นักเรียนขาดโอกาสในการเรียนรู้ โรงเรียนอนุบาลวังม่วง ซึ่งอยู่ในจังหวัดสระบุรี จึงได้มีนโยบายในการจัดการเรียนการสอน On Hand ,On Line และOn Demand ให้กับนักเรียนเพื่อการเรียนรู้ที่ต่อเนื่องและสร้างโอกาสในการเรียนรู้ของนักเรียน

ครูผู้สอนพบปัญหาคือผู้เรียนที่ยังขาดทักษะภาษาไทย ซึ่งเป็นปัญหาอย่างมากในการอ่านออกเสียงภาษาไทยให้ถูกต้องตามหลักการ ผู้เรียนขาดทักษะพื้นฐานสำคัญในการอ่านออกเสียง และการเขียนคำส่งผลให้ผู้เรียนไม่สามารถจับประเด็นสำคัญของเนื้อความต่าง ๆ ได้ ซึ่งแนวทางการจัดการเรียนการสอนแบบเดิมยังไม่ส่งผลให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้เท่าที่ควร เนื่องจากบริบทของสิ่งแวดล้อม การเข้าถึงสื่อเทคโนโลยีของผู้เรียน ส่งผลให้การจัดการเรียนรู้ต่อผู้เรียนยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ดังนั้น เพื่อให้เกิดการพัฒนาทักษะทาภาษาไทยดีขึ้น ครูผู้สอนจึงใช้วิธีการประยุกต์จากเทคโนโลยีด้วยบทเรียนสำเร็จรูป โดยใช้ความรู้ความเข้าใจเนื้อหาที่นักเรียนเรียนในเนื้อหาวิชา เพื่อให้กิจกรรมมีความหลากหลาย ส่งผลให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้ผู้เรียนฝึกฝนทักษะได้ทุกเวลา ซึ่งทำให้กิจกรรมน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

แนวทางแก้ปัญหาและพัฒนา

ครูผู้สอนใช้หลักการสอนที่ทำให้นักเรียนอ่านออกและเขียนได้ รักภาษาไทย คือการสอนให้ตรงกับธรรมชาติและความต้องการที่เหมาะสมกับวัยของนักเรียน จึงหาวิธีแก้ไขปัญหาจากการอ่านที่ทำให้นักเรียนสามารถจดจำได้ง่ายขึ้น นำไปสู่ นวัตกรรมการใช้แบบฝึกการอ่านด้วยทฤษฏีสีดำ แดง น้ำเงิน เพื่อให้ง่ายต่อการสังเกต มีความเข้าใจ และเกิดการจดจำแบบถาวร การแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่องในขณะทำการสอน จนค้นพบ “เทคนิคและวิธีการสอนอ่านด้วยอักษร 3 สี ที่กำหนดให้ใช้สี 3 สีอะไรก็ได้ และใช้สีที่เลือกนั้น กำหนดลงบนตัวอักษรที่เป็นส่วนประกอบของคำแบบตายตัวตลอดการเรียนรู้ คือที่มาของวิธีการแก้ปัญหาการอ่านหนังสือไม่ออกของนักเรียน การพัฒนาการสอนอ่านด้วยการใช้อักษร 3 สี ของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ จำนวน 25 คน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 โรงเรียนบ้านกฤษณา

เป้าหมาย

กลุ่มนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 ปีการศึกษา 2566 จำนวน 25 คน โรงเรียนบ้านกฤษณา

การออกแบบเพื่อพัฒนาห้องเรียนให้เป็นห้องเรียนคุณภาพนั้น ครูผู้สอนได้ดำเนินการพัฒนาตามขั้นตอนการออกแบบสื่อการสอนเทคโนโลยี ซึ่งประยุกต์มาจากวิธีการที่มีการยอมรับมากที่สุดเพื่อนำไปพัฒนาเป็นขั้นตอนการออกแบบห้องเรียนคุณภาพ ซึ่งประกอบด้วย 6 ขั้นตอน ดังนี้

ขั้นที่ 1 ฝึกอ่านทุกวัน ในช่วงพักกลางวันเพื่อความต่อเนื่อง โดยใช้แบบฝึก ทฤษฎีสีดำ แดง น้ำเงิน

ขั้นที่ 2 ฝึกการอ่านควบคู่กับการเขียน โดยใช้อักษรไทย คำ เขียนตามคำบอก

ขั้นที่ 3 การฝึกคัดลายมือ นอกจากทำให้ลายมือสวยงามแล้ว ยังเป็นการช่วยในการจดจำรูปคำต่างๆ ได้มากขึ้นด้วย

ขั้นที่ 4 การวาดรูป ประกอบคำ ด้วยความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และสนุกไปกับงาน โดยมีการจำแนกคำออกมาเพื่อให้นักเรียนเข้าใจการผสมคำมากขึ้น

ขั้นที่ 5 การนำคำมาแต่งเป็นประโยคสื่อสารรูปหรือเหตุการณ์จริง เช่น ใคร + ทำอะไร, +กับใคร

ขั้นที่ 6 การเขียนคำตามภาพวาด โดยให้นักเรียนมีอิสระตามความคิดของนักเรียนเอง โดยกระบวนการ 6 ขั้นนี้ นักเรียนจะต้องผ่านไปทีละขึ้น โดยเมื่อครบ 6 ขั้นแล้ว ก็เริ่มสอนขั้นที่ 1 - 6 ใหม่ ทำอย่างนี้ทำให้เห็นผลงานที่ออกมามองเห็นนักเรียนมีความภูมิใจในตัวเองเพราะการอ่านออกเขียนได้

การดำเนินงานตามกิจกรรม

กำหนดขั้นตอนเป็น 3 ระยะ 7 ขั้นตอน

ระยะที่ 1 การวิเคราะห์ ปัญหาความ ต้องการและความจำเป็นในการพัฒนาการอ่าน

ขั้นตอนที่ 1 การวิเคราะห์สภาพปัญหาความต้องการและ ความจำเป็นในพัฒนาการอ่าน

ขั้นตอนที่ 2 การกำหนดปัญหาในการสร้างนวัตกรรม

ขั้นตอนที่ 3 การกำหนดกรอบกิจกรรมในการพัฒนาทักษะ การอ่าน การเขียน ของนักเรียน

เมื่อนักเรียนอ่านหนังสือแทบจะต้องถามถึงพยัญชนะ สระ ปรากฏว่า นักเรียนสะกดไม่ได้ จึงต้องหาวิธีการสอนทำอย่างไรให้นักเรียนเรียนภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง ซึ่งพบว่า หลักการสอนที่ทำให้นักเรียนอ่านออก เขียนได้และรักภาษาไทย คือการสอนให้ตรงกับธรรมชาติ และความต้องการที่เหมาะสมกับวัยของนักเรียน จึงหาวิธีแก้ไขปัญหาจากการอ่านที่ทำให้นักเรียนสามารถจดจำได้ง่ายขึ้น นำไปสู่นวัตกรรมการใช้แบบฝึกการอ่านด้วยทฤษฏีสีดำ แดง น้ำเงิน เพื่อให้ง่ายต่อการสังเกต มีความเข้าใจ และเกิดการจดจำแบบถาวร

ระยะที่ 2 การดำเนินการการพัฒนา ทักษะการอ่าน การเขียน และ การคิดของนักเรียน

ขั้นตอนที่ 4 ดำเนินการพัฒนาทักษะการอ่านออกและการเขียนของนักเรียนโดยใช้กิจกรรม สร้างสรรค์ตามศักยภาพ 4 ลักษณะ

 กิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับนักเรียน ทุกคน (ป.1-6 )

 กิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับนักเรียน กลุ่มเก่ง

 กิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับนักเรียน กลุ่มปานกลาง

 กิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับนักเรียน กลุ่มอ่อน

ระยะที่ 3 การประเมินผล การพัฒนาการอ่านของนักเรียน

ขั้นตอนที่ 5 ประเมินผลทักษะการอ่านของนักเรียน

ขั้นตอนที่ 6 วิเคราะห์ผลการประเมิน

ขั้นตอนที่ 7 การสรุป

จากประสิทธิภาพของการนำทฤษฎีสีมาจัดการเรียนการสอนทำให้ข้าพเจ้าได้เลือกออกแบบนวัตกรรมรายวิชาภาษาไทยเพื่อใช้จัดการเรียนการสอนและแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่องในขณะทำการสอนจนค้นพบ“เทคนิคและวิธีการสอนอ่านด้วยอักษร 3 สี ที่กำหนดให้ใช้สี 3 สีอะไรก็ได้และใช้สีที่เลือกนั้นกำหนดลงบนตัวอักษรที่เป็นส่วนประกอบของคำแบบตายตัว ตลอดการเรียนรู้คือที่มาของวิธีการแก้ปัญหาการอ่านหนังสือไม่ออกของนักเรียนด้วย การพัฒนาการสอนอ่าน ด้วยการใช้อักษร 3 สี ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6โรงเรียนบบ้านกฤษณา มีประสิทธิภาพต่อไป

โพสต์โดย krukatgetgood : [23 ก.ค. 2567 (21:26 น.)]
อ่าน [98924] ไอพี : 49.230.117.8
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 11,626 ครั้ง
8 สิ่งต่อไปนี้ดีต่อผิวจริง ๆ
8 สิ่งต่อไปนี้ดีต่อผิวจริง ๆ

เปิดอ่าน 29,535 ครั้ง
เมื่องานที่ทำ ยังไม่เป็นงานที่ใช่ จะอยู่ทำก่อนหรือจากไป
เมื่องานที่ทำ ยังไม่เป็นงานที่ใช่ จะอยู่ทำก่อนหรือจากไป

เปิดอ่าน 10,993 ครั้ง
Google Wave ของเล่นใหม่จากูเกิ้ล
Google Wave ของเล่นใหม่จากูเกิ้ล

เปิดอ่าน 141,645 ครั้ง
หนู/ผม มาไม่ทันเทียบโอนความรู้ฯ ค่ะ/ครับ ป.บัณฑิตก็ไม่มีให้เรียน  หนู/ผม อยากเป็นครู มีวิธีไหนให้ได้ใบอนุญาตบ้างคะ/ครับ?
หนู/ผม มาไม่ทันเทียบโอนความรู้ฯ ค่ะ/ครับ ป.บัณฑิตก็ไม่มีให้เรียน หนู/ผม อยากเป็นครู มีวิธีไหนให้ได้ใบอนุญาตบ้างคะ/ครับ?

เปิดอ่าน 23,499 ครั้ง
วิธีเลือกของขวัญมีค่า-ไม่แพง
วิธีเลือกของขวัญมีค่า-ไม่แพง

เปิดอ่าน 34,893 ครั้ง
ปลาหมอไทยในบ่อเลี้ยงไม่ยาก ราคาดี
ปลาหมอไทยในบ่อเลี้ยงไม่ยาก ราคาดี

เปิดอ่าน 14,240 ครั้ง
ไทยมีสิทธิ์เจอ แผ่นดินไหวเกิน 6 ริกเตอร์
ไทยมีสิทธิ์เจอ แผ่นดินไหวเกิน 6 ริกเตอร์

เปิดอ่าน 21,314 ครั้ง
หยุดผมร่วงด้วยบรั่นดี
หยุดผมร่วงด้วยบรั่นดี

เปิดอ่าน 16,153 ครั้ง
แฉ! ภัยร้านซ่อมคอมพ์ที่คุณต้องรู้
แฉ! ภัยร้านซ่อมคอมพ์ที่คุณต้องรู้

เปิดอ่าน 16,075 ครั้ง
แนวปฏิบัติในการโอนบุคลากรด้านการศึกษาในสถานศึกษาไป อปท.
แนวปฏิบัติในการโอนบุคลากรด้านการศึกษาในสถานศึกษาไป อปท.

เปิดอ่าน 69,215 ครั้ง
มารยาทของการจับมือ (shaking Hands)
มารยาทของการจับมือ (shaking Hands)

เปิดอ่าน 24,062 ครั้ง
แนวทางในการพัฒนาระบบ
แนวทางในการพัฒนาระบบ

เปิดอ่าน 15,194 ครั้ง
การประเมินวิทยฐานะช่วงเปลี่ยนผ่านจากเกณฑ์เก่าสู่ระบบ PA (ตำแหน่งครู)
การประเมินวิทยฐานะช่วงเปลี่ยนผ่านจากเกณฑ์เก่าสู่ระบบ PA (ตำแหน่งครู)

เปิดอ่าน 11,171 ครั้ง
สร้างนวัตกรรมเพื่อคนไทย ใช้ "ปัญญา" แก้ "ปัญหา"
สร้างนวัตกรรมเพื่อคนไทย ใช้ "ปัญญา" แก้ "ปัญหา"

เปิดอ่าน 11,959 ครั้ง
สาวกเนื้อเต้น ! ภาพชุด iPad Mini ล่าสุดว่อนเน็ต
สาวกเนื้อเต้น ! ภาพชุด iPad Mini ล่าสุดว่อนเน็ต

เปิดอ่าน 120,330 ครั้ง
ฟุตซอล(Futsal): กติกาข้อ 3 จำนวนผู้เล่น(The Number Of Players)
ฟุตซอล(Futsal): กติกาข้อ 3 จำนวนผู้เล่น(The Number Of Players)
เปิดอ่าน 21,520 ครั้ง
มาทำความรู้จัก "พริกหวาน" กันเถอะ
มาทำความรู้จัก "พริกหวาน" กันเถอะ
เปิดอ่าน 58,844 ครั้ง
10 ดวงดาวที่ใหญ่ที่สุดในจักรวาลเท่าที่เคยค้นพบ
10 ดวงดาวที่ใหญ่ที่สุดในจักรวาลเท่าที่เคยค้นพบ
เปิดอ่าน 13,427 ครั้ง
ทานผลไม้ ก็ช่วยป้องกันผมร่วงก่อนวัยได้
ทานผลไม้ ก็ช่วยป้องกันผมร่วงก่อนวัยได้
เปิดอ่าน 21,261 ครั้ง
ตู้เก็บของจำเป็นต้องมีสำหรับโรงเรียนบ้านนอกหรือไม่
ตู้เก็บของจำเป็นต้องมีสำหรับโรงเรียนบ้านนอกหรือไม่

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ