ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
การพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยการใช้เทคนิค KWL Plus

วิจัยชั้นเรียน

ชื่อเรื่อง การพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยการใช้เทคนิค KWL Plus

ชื่อผู้วิจัย นายวิสุทธิ์ อ่างคำ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ

โรงเรียนหล่มสักวิทยาคม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเพชรบูรณ์

ปีการศึกษา 2/2566

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

สภาพการเรียนภาษาอังกฤษของเด็กไทยในปัจจุบัน พบว่า เด็กไทยส่วนใหญ่อ่อนทักษะภาษาอังกฤษ ในทุกทักษะ ทั้งทักษะการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน เป็นสาเหตุสำคัญโดยตรงต่อผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนภาษาอังกฤษ ซึ่งปัญหาหนึ่งที่โรงเรียนส่วนใหญ่มีเหมือนกัน คือ นักเรียนรู้คำศัพท์น้อย ทำให้นักเรียนฟัง ไม่ออก พูดไม่ได้ อ่านไม่ออก และเขียนไม่เป็น (ปองภพ วิทิพย์รอด,2552 : 7) ซึ่งสอดคล้องกับ อำนวย สุนทร โชติ (2554) ได้กล่าวว่า นักเรียนส่วนใหญ่มีปัญหาการเรียนภาษาอังกฤษ คือ เรียนภาษาอังกฤษมา 16 ปี แต่ อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ฟังไม่รู้เรื่อง และพูดไม่ได้โดยมีสาเหตุมาจากการรู้คำศัพท์น้อยเกินไป จำศัพท์ผิด และรู้ ศัพท์แต่แปลไม่ได้ จากรายงานผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) วิชาภาษาอังกฤษชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนหล่มสักวิทยาคม มีคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 31.67 เมื่อวิเคราะห์ ตามรายตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลางที่ได้กำหนดไว้ในการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน(O-NET) พบว่า มาตรฐาน ต1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเห็นอย่าง มีเหตุผล พบว่า คะแนนเฉลี่ยของโรงเรียนหล่มสักวิทยาคม เท่ากับ 32.52 ซึ่งยังต่ำกว่าระดับประเทศ ที่มี คะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 33.48 มีผลต่าง เท่ากับ 0.96

จากเหตุผลดังที่กล่าวมาทั้งหมด ทั้งทางด้านความสำคัญของการอ่าน รวมถึงระดับผลสัมฤทธิ์ทางการ ทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ท าให้ผู้วิจัยเชื่อว่า การพัฒนาทักษะด้านการอ่านเป็น สิ่งจำเป็นที่ต้องได้รับการพัฒนาอย่างเร่งด่วน และจะสามารถทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรีนทั้งใน ระดับโรงเรียนและระดับชาติเพิ่มสูงขึ้นได้ และการใช้สื่อและนวัตกรรมที่สามารถดึงดูดและกระตุ้นความสนใจ ของนักเรียนประกอบกับเทคนิคการสอนอ่านที่มีประสิทธิภาพมาประกอบการเรียนการสอนนั้น จะสามารถทำ ให้นักเรียนเกิดความรู้ความเข้าใจ ต่อบทเรียนได้ดียิ่งขึ้น ผู้รายงานจึงได้ศึกษานวัตกรรมและเทคนิค การสอน อ่านที่จะสามารถพัฒนานักเรียนด้านความเข้าใจในการอ่านให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นคือ แบบฝึกเสริมทักษะ การอ่านและเทคนิคการสอนอ่าน KWL Plus

เทคนิค KWL Plus เป็นเทคนิคการสอนที่คิดค้นและนำเสนอโดย คาร์ และ โอเกิล (Carr and Ogle) อาจารย์ผู้สอนด้านการอ่านแห่งวิทยาลัยการศึกษาแห่งชาติ Evanston, Illinois ซึ่งเป็นเทคนิคการจัดกิจกรรม การสอนอ่านที่เปิดโอกาสให้ผู้อ่านได้ใช้ความรู้ความเข้าใจ จากประสบการณ์เดิมของตนที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ ช่วยตีความหรืออธิบายความหมายในเนื้อเรื่องเช่น มีการคาดคะเนเหตุการณ์ในเรื่องที่อ่าน การตรวจสอบความ ถูกต้องของการคาดคะเน และการตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน เทคนิค KWL Plus ตามแนวคิดของ คาร์ และ โอเกิล(Carr and Ogle, 1987 : 626 –631) คือ K หมายถึง Know เป็นขั้นตอนที่นักเรียนตรวจสอบหัวข้อ เรื่อง ว่าตนเองมีความรู้เกี่ยวกับหัวข้อเรื่องมากน้อยเพียงใด เป็นการนำความรู้เดิมมาใช้เพราะการเชื่อมโยง ความรู้ใหม่กับความรู้พื้นฐานและประสบการณ์ของผู้เรียนเป็นสิ่งสำคัญในการจัดกิจกรรมก่อนการอ่าน ซึ่งเป็น การเตรียมนักเรียนในการเรียนรู้เนื้อหาใหม่ การบูรณาการระหว่างความรู้พื้นฐานและเรื่องที่นักเรียนจะอ่าน เป็นสิ่งที่ช่วยให้นักเรียนสามารถสร้างความหมายของบทอ่านได้ดีและผู้อ่านควรได้รับการกระตุ้นความรู้พื้นฐาน ให้เหมาะสม ดังนั้น ในขั้นตอนนี้ ทฤษฎีประสบการณ์เดิม ซึ่งเป็นทฤษฎีว่าด้วยหลักการนำความรู้พื้นฐาน ประสบการณ์เดิมและความรู้เดิมมาใช้ในการเรียนการสอน จึงเป็นทฤษฎีที่เกี่ยวข้องและมีความสำคัญมาก W หมายถึง Want to Know เป็นขั้นตอนที่นักเรียนจะต้องถามตนเองว่า ต้องการรู้อะไรในเนื้อเรื่องที่จะอ่านบ้าง ซึ่งคำถามที่นักเรียนสร้างขึ้นก่อนการอ่าน เป็นการตั้งเป้าหมายในการอ่านและเป็นการคาดหวังว่าจะพบอะไร ในบทอ่านบ้าง L หมายถึง Learned เป็นขั้นตอนที่นักเรียนสำรวจตนเองว่า ได้เรียนรู้อะไรบ้างจากบทอ่าน โดยนักเรียนจะหาคำตอบให้กับคำถามที่ตนเองตั้งไว้ในขั้นตอน W และจดบันทึกสิ่งที่ตนเองเรียนรู้และ Plus หมายถึง การสร้างแผนภูมิรูปภาพความคิดและเขียนสรุปความหลังการอ่าน ดังนั้น เทคนิคการสอนอ่าน KWL Plus เป็นเทคนิคการสอนอ่านที่มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ผู้อ่านเป็นผู้ที่รู้จักคิด รู้จักการเรียนรู้ด้วยตนเอง และสามารถควบคุมการอ่านของตนเองโดยไม่ต้องพึ่งพาครูตลอดไป โดยการใช้ทักษะในการตั้งคำถาม การ คาดคะเน และการใช้ความรู้เดิมเพื่อช่วยพัฒนาความสามารถในการอ่านของตนเองให้ดีขึ้น

จากที่ผู้วิจัยได้ทำการศึกษาข้อมูลและงานวิจัยที่เกี่ยวกับการใช้แบบฝึกเสริมทักษะและเทคนิคการสอน อ่านแบบ KWL Plus ทั้งในและต่างประเทศ ทำให้ผู้รายงานเชื่อว่า การสอนอ่านโดยใช้วิธีทักษะการอ่าน เทคนิคการสอนอ่าน KWL Plus จะช่วยแก้ปัญหาและพัฒนาด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาอังกฤษ และ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเพิ่มความสามารถด้านการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าให้กับนักเรียนได้

วัตถุประสงค์ของการวิจัย

1. เพื่อหาประสิทธิภาพของทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยการใช้เทคนิค KWL Plus สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4

2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน

วิธีดำเนินการวิจัย

ประชากร

2.1 ประชากร ประชากรที่ใช้ในการศึกษาในครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนหล่มสักวิทยาคมสำนักงานเขต พื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเพชรบูรณ์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566

2.2 กลุ่มตัวอย่าง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษ าปีที่ 4/4 โรงเรียนหล่มสักวิทยาคม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเพชรบูรณ์ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 จำนวน 40 คน ซึ่งได้มา โดยแบบเจาะจง (Purposive Sampling)

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

1. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

1.1 แบบทดสอบการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ โดยการใช้เทคนิค KWL Plus สำหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4

1.2 Reading Texts ทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยการใช้เทคนิค KWL Plus สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 2. เครื่องมือมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล 2.1 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เป็นแบบทดสอบชนิดปรนัยเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ

สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

1. สถิติพื้นฐาน

1.1 ค่าเฉลี่ย (Mean)

สูตร x̅ = ∑ x/ N

เมื่อ x̅ แทน คะแนนเฉลี่ย

∑ xแทน ผลรวมทั้งหมดของคะแนน

N แทน จำนวนคนในกลุ่ม

1.2 ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)

สูตร S.D. = √ 𝑁 ∑ 𝑥 2−(∑ 𝑥) 2 𝑁2

เมื่อ S.D. แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน x̅แทน คะแนนรวม

∑ x แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมดยกกำลังสอง

N แทน จำนวนประชากร

ขั้นตอนการวิจัย

ผู้วิจัยได้ดำเนินการวิจัยตามลำดับขั้นตอน ดังต่อไปนี้

1. ทดสอบก่อนเรียน (Pre-test) เพื่อวัดความรู้พื้นฐานของนักเรียน

2. ดำเนินการสอนทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ โดย เทคนิค KWL Plus สำหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 5 แผนการสอน รวมเวลาเรียน 15 ชั่วโมง

3. หลังจากการทดลองจัดกิจกรรมการเรียนการสอนครบตามแผนการจัดการเรียนรู้แล้ว ผู้วิจัย ทดสอบนักเรียนหลังเรียน (Posttest) ด้วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนชุดเดิมที่ใช้ทดสอบก่อน เรียน โดยสลับข้อคำถามและคำตอบ ใช้เวลา 1 ชั่วโมง

ผลการวิจัย

วิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ก่อนเรียนและหลังเรียน ตามตาราง แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสถิติทดสอบที และระดับนัยสำคัญทางสถิติ ของการทดสอบ เปรียบเทียบคะแนนสอบก่อนและหลังเรียนของนักเรียน (n = 40)

การทดสอบ N 𝑿̅ S.D. t

ก่อนเรียน 40 17.33 3.90 37.70*

หลังเรียน 40 31.25 3.14

จากตาราง แสดงให้เห็นว่า ค่าเฉลี่ยคะแนนการทดสอบก่อนเรียน เท่ากับ 17.33 และค่าเฉลี่ยคะแนน การทดสอบหลังเรียน เท่ากับ 31.25 ตามลำดับ และเมื่อเปรียบเทียบคะแนน การทดสอบก่อนเรียนและหลัง เรียน พบว่า ค่าเฉลี่ยคะแนนการทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

อภิปรายผล

การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยเชิงทดลองเพื่อเปรียบเทียบความสามารถด้านความเข้าใจในการอ่าน ภาษาอังกฤษก่อนและหลังจากที่ได้รับการสอนโดยใช้เทคนิคการสอนทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความ เข้าใจ KWL Plus สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ผลจากการศึกษาเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ คือ ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนด้านความเข้าใจในการอ่าน ภาษาอังกฤษก่อนและ หลังจากที่ได้รับการสอนการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยการใช้เทคนิค KWL Plus สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 พบว่าคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งเป็นไป วัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้

จากผลดังกล่าวข้างต้นแสดงให้เห็นว่า นักเรียนที่ได้รับการสอนการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ โดยการใช้เทคนิค KWL Plus มีความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษสูงขึ้น ทั้งนี้ จากการสังเกตพฤติกรรมของ นักเรียน พบว่า นักเรียนมีส่วนร่วมในการอ่านอย่างกระตือรือร้น มีการฝึกฝนตนเองและการใช้ความคิดในเรื่อง ที่อ่าน มีเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ในการอ่าน มีการสรุปสาระสำคัญจากเรื่องที่อ่าน จัดการกับความรู้ตาม ความเข้าใจของตนเองโดยการใช้แผนผังมโนทัศน์หรือแผนผังความคิดและพูดหรือเขียนสรุปความจากเรื่องที่ อ่านในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งสอดคล้องกับผลงานการวิจัยของหลาย ๆ คน ที่ได้ทำการทดลองเกี่ยวกับการใช้ เทคนิคการสอน KWL Plus ดังนี้

เดือนฉาย จินดา (2559) ได้ศึกษาการพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับท้องถิ่นบ้านถ้ำ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนถ้ำปิ่นวิทยา พบว่า 1) ประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับท้องถิ่นบ้านถ้ำมีค่าเท่ากับ 80.26/84.22 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ประสิทธิภาพ 80/80 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 มลทิชา เกตุมณี (2557) ได้ศึกษาการพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจ จากนิตยสารภาษาอังกฤษ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดหนองเสือ จังหวัดราชบุรี พบว่า 1) ประสิทธิภาพของแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจจากนิตยสารภาษาอังกฤษ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 80.60/82.42 2) คะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนเรียนสูงขึ้นกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 3) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อ แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจจากนิตยสารภาษาอังกฤษอยู่ในระดับ มาก

พิรุฬคณา พิเชียรเสถียร (2553) ได้ศึกษาประสิทธิภาพของการใช้เทคนิค KWL Plus ที่มีต่อการอ่าน จับใจความภาษาอังกฤษ พบว่า 1) ผลสัมฤทธิ์ทางด้านการเรียนด้านการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษของ นักเรียนที่ได้รับการอสนแบบ KWL Plus แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 2) ความคิดเห็นของ นักเรียนที่มีต่อการเรียนการสอนด้วยเทคนิค KWL Plus อยู่ในระดับเห็นด้วยอย่างยิ่ง และ 3) นักเรียนมี พัฒนาการการเรียนรู้จากการได้รับการเรียนด้วยเทคนิค KWL Plus ด้านการอ่านอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ด้านการ เชื่อมโยงความคิดจากการอ่านด้วยการเขียนสรุปความอยู่ในระดับ ดีมาก

ศศิธร ชวาลไชย (2554 : 77) ได้ทำการวิจัย เรื่อง การพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความ ภาษาอังกฤษ โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ KWL Plus ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 พบว่าแผนการจัดการ เรียนรู้วิชาภาษาอังกฤษแบบ KWL Plus ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีค่าเท่ากับ 0.5792 แสดงว่า นักเรียนมี ความก้าวหน้าทางการเรียน คิดเป็นร้อยละ 57.92

คาร์ และ โอเกิล (Carr and Ogle, 1987 : 626 – 631) ได้พัฒนาการสอนอ่านด้วยเทคนิค KWL Plus และทำการทดลองกับนักเรียนเกรด 9 ที่เรียนอ่านและอยู่ในคลินิกซ่อมเสริมจากการสังเกตแบบไม่เป็น ทางการและจากการพูดคุยกับนักเรียนปรากฏว่า นักเรียนสามารถถ่ายโอนทักษะการอ่านด้วยเทคนิค KWL Plus ไปสู่สถานการณ์อื่น ๆ ได้ และนักเรียนสามารถย่อความและมีความเข้าใจในการอ่านดีขึ้น ซึ่งสอดคล้อง กับ ควีออโช (Quiocho, 1997 : 450 – 454)ได้ศึกษากลวิธีการพัฒนาในการเรียนเกี่ยวกับความเข้าใจเนื้อหา ประเภทวิชาการของนักเรียนเกรด 6และ เกรด 8 โรงเรียนระดับกลางในประเทศสหรัฐอเมริกา 1 ห้องเรียน มี จำนวน 90 คน ผลปรากฏว่าการสอนอ่านด้วยเทคนิค KWL Plus สามารถพัฒนาความเข้าใจในการอ่านเรื่อง ของนักเรียนได้ดีขึ้น จากผลการทดลองและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องที่ได้กล่าวอ้างข้างต้น ชี้ให้เห็นว่า นักเรียนที่ได้รับ การสอนโดยใช้เทคนิคการสอน KWL Plus สามารถส่งเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจได้เป็น อย่างดีจึงเหมาะสำหรับการจัดกิจกรรมการสอนอ่านภาษาอังกฤษและสามารถแก้ปัญหาการอ่านภาษาอังกฤษ เพื่อความเข้าใจได้เป็นอย่างดี

ข้อเสนอแนะ จากการวิจัยในครั้งนี้ผู้รายงานพบข้อสังเกตหลายอย่างและมีข้อเสนอแนะ ดังนี้

1. ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้

1.1 การสร้างแบบทดสอบทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจไปใช้กับนักเรียนควรคำนึง ระดับของภาษา และความเหมาะสมของเนื้อหากับวัยของผู้เรียน

1.2 การสอนโดยเทคนิค KWL Plus เป็นเทคนิคการสอนอ่านที่สามารถตรวจสอบระดับความเข้าใจ ในการอ่านของนักเรียนได้ ดังนั้นผู้ที่จะนำเทคนิคนี้ไปใช้ ควรศึกษาขั้นตอนและกระบวนการสอนให้เข้าใจอย่าง ถูกต้อง

2. ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครั้งต่อไป

2.1 ในการสอนคำศัพท์ยากประจำหน่วย ควรเพิ่มเทคนิคการสอนที่หลากหลายให้มากขึ้น เพื่อให้นักเรียนเกิดการจดจำที่คงทน และควรใช้เวลาในการสอนให้มากขึ้น เช่น ใน 1 ชั่วโมงเรียน อาจจะสอนเพียงแค่คำศัพท์ยากเพียงอย่างเดียว แล้วค่อยเข้าสู่บทอ่านในชั่วโมงเรียนถัดไป

2.2 ในการแบ่งกลุ่มทำงาน ควรแบ่งเป็นกลุ่มไม่เกินกลุ่มละ 4 คน เนื่องจากผู้วิจัยสังเกต พบว่า การ ที่มีนักเรียนมากเกินไปใน 1 กลุ่ม ทำให้นักเรียนมีภาระ ความรับผิดชอบต่อกิจกรรมกลุ่มที่น้อย อาจส่งผลต่อ ความรู้ที่นักเรียนจะได้รับ

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2552). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

เดือนฉาย จินดา. (2559). การพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ ท้องถิ่นบ้านถ้ำ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). พะเยา: มหาวิทยาลัยพะเยา.

ปองภพ วิทิพย์รอด. (2552, 30 สิงหาคม). เด็กไทยอ่อนภาษาอังกฤษ ปัญหาอยู่ตรงไหน. มติชน รายวัน, น. 7. พิรุฬคณา พิเชียรเสถึยร. ประสิทธิภาพของการใช้เทคนิคการสอน KWL Plus ที่มีต่อการอ่านเพื่อความ เข้าใจภาษาอังกฤษ (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). เชียงราย: มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง.

มลทิชา เกตุมณี. (2557). การพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจจากนิตยสาร ภาษาอังกฤษ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต).นครปฐม: มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม. 2557.

ศศิธร ชวาลไชย. (2554). การพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยการจัดกิจกรรม การเรียนรู้แบบ KWL Plus ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 (การศึกษาค้นคว้าอิสระมหาบัณฑิต). มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

อำนวย สุนทรโชติ. (2554, 21 มีนาคม). อนาคตการศึกษาอยู่ในมือคุณ. มติชนรายวัน, น. 7.

Carr, E, and Ogle. (1987, April). K-W-L Plus : A Strategies for Comprehension and Summarization. Journal of Reading, 626 – 631.

Quiocho, A. (1997, March). The quest to comprehended expository text : Applied Research. Journal of Adolescent and Adult Literacy, 40(6), 450 – 454

โพสต์โดย Wisut1 : [11 มิ.ย. 2567 (15:46 น.)]
อ่าน [89] ไอพี : 171.4.121.40
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 92,734 ครั้ง
ประวัติย่อของคณิตศาสตร์ : พีธาคอรัส (Pythagorus)
ประวัติย่อของคณิตศาสตร์ : พีธาคอรัส (Pythagorus)

เปิดอ่าน 42,054 ครั้ง
ฟังก์ชันของ exponential
ฟังก์ชันของ exponential

เปิดอ่าน 34,448 ครั้ง
7 วิชาชีพที่สามารถย้ายแรงงานฝีมืออย่างเสรีในประชาคมอาเซียน
7 วิชาชีพที่สามารถย้ายแรงงานฝีมืออย่างเสรีในประชาคมอาเซียน

เปิดอ่าน 68,865 ครั้ง
รายชื่อและที่อยู่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 175 เขต
รายชื่อและที่อยู่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 175 เขต

เปิดอ่าน 17,812 ครั้ง
วันออกพรรษา
วันออกพรรษา

เปิดอ่าน 12,785 ครั้ง
เรื่องที่คุณครูต้องอ่าน
เรื่องที่คุณครูต้องอ่าน

เปิดอ่าน 11,016 ครั้ง
การพัฒนาทักษะ EF ให้กับเด็ก
การพัฒนาทักษะ EF ให้กับเด็ก

เปิดอ่าน 33,636 ครั้ง
นิทานเคมี เรื่อง ถ่านหินมหัศจรรย์
นิทานเคมี เรื่อง ถ่านหินมหัศจรรย์

เปิดอ่าน 338,727 ครั้ง
สุภาษิตพระร่วง
สุภาษิตพระร่วง

เปิดอ่าน 11,339 ครั้ง
จดหมายฉบับที่ 52 ถึงนายกรัฐมนตรี+รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
จดหมายฉบับที่ 52 ถึงนายกรัฐมนตรี+รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

เปิดอ่าน 20,662 ครั้ง
วีดิทัศน์ประกอบการสอนคณิตศาสตร์ชั้น ป.6 โดย สสวท.
วีดิทัศน์ประกอบการสอนคณิตศาสตร์ชั้น ป.6 โดย สสวท.

เปิดอ่าน 15,093 ครั้ง
จดหมายฉบับที่ 47 ถึงนายกรัฐมนตรี+รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
จดหมายฉบับที่ 47 ถึงนายกรัฐมนตรี+รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

เปิดอ่าน 19,907 ครั้ง
ข้อกำหนดวินัย และการดำเนินการทางวินัย การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ข้อกำหนดวินัย และการดำเนินการทางวินัย การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

เปิดอ่าน 33,052 ครั้ง
ศิลปะการเห่เรือ
ศิลปะการเห่เรือ

เปิดอ่าน 82,816 ครั้ง
ที่มาของชื่อเดือนทั้ง 12 เดือนในภาษาอังกฤษ
ที่มาของชื่อเดือนทั้ง 12 เดือนในภาษาอังกฤษ

เปิดอ่าน 10,292 ครั้ง
อย่าแตกตื่น เสียงลือ! 22 ก.ค. ตะวันดับ สึนามิ ถล่มเอเชีย?
อย่าแตกตื่น เสียงลือ! 22 ก.ค. ตะวันดับ สึนามิ ถล่มเอเชีย?
เปิดอ่าน 8,777 ครั้ง
"จันผา" ไม้ประดับฟอร์มสวย เลี้ยงง่ายไว้แต่งสวน
"จันผา" ไม้ประดับฟอร์มสวย เลี้ยงง่ายไว้แต่งสวน
เปิดอ่าน 20,776 ครั้ง
การศึกษาในอนาคต
การศึกษาในอนาคต
เปิดอ่าน 11,503 ครั้ง
เปิดตัว Google Instant ค้นหาข้อมูลเร็วกว่าเดิม
เปิดตัว Google Instant ค้นหาข้อมูลเร็วกว่าเดิม
เปิดอ่าน 55,665 ครั้ง
คลิปเด็กฝรั่งท่อง ก.ไก่จนจบ น่ารักมากครับ
คลิปเด็กฝรั่งท่อง ก.ไก่จนจบ น่ารักมากครับ

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ