ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
ชื่อเรื่อง การพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กสำหรับเด็กปฐมวัย โดยใช้สื่อหม้อห้อมไทยพวนแสนสนุก ผู้รายงาน นางศุภลักษณ์ บุตรชา ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลทุ่งโฮ้ง ปี พ.ศ. 2567

บทคัดย่อ

การพัฒนานวัตกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์การวิจัย จำนวน 2 ข้อ ได้แก่ 1)เพื่อพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กสำหรับเด็กปฐมวัย โดยใช้สื่อหม้อห้อมไทยพวนแสนสนุก 2) เพื่อเปรียบเทียบพัฒนาการด้านร่างกายกล้ามเนื้อมัดเล็กการจัดประสบการณ์ระหว่างก่อนและหลังการจัดกิจกรรมศึกษาข้อมูลกับประชากรของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลทุ่งโฮ้ง กล่าวคือกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้มีจำนวน 10 คน โดยใช้วิธีสุ่มแบบเจาะจงเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย ๑)แผนการจัดประสบการณ์ การพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กสำหรับเด็กเด็กปฐมวัย โดยใช้สื่อหม้อห้อมไทยพวนแสนสนุก ๒)แบบประเมินความเหมาะสมของ แผนการจัดประสบการณ์ การพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กสำหรับเด็กปฐมวัย โดยใช้สื่อหม้อห้อมไทยพวนแสนสนุก ๓)แบบประเมินพัฒนาการด้านร่างกาย การพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กสำหรับเด็กปฐมวัย(ก่อน-หลัง) การจัดประสบการณ์วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ 1.สถิติที่ใช้ในการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือได้แก่ 1) IOC 2) ประสิทธิภาพของนวัตกรรม E1 3) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ตามวัตถุประสงค์การวิจัย ได้แก่T - test dependent ในการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยก่อน-หลังเรียน

สรุปผล

สรุปผลการพัฒนานวัตกรรม

ผลการพัฒนานวัตกรรมสามารถสรุปได้ดังนี้การพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กโดยใช้สื่อหม้อห้อมไทยพวนแสนสนุก พบว่า มี ค่าเฉลี่ย(X) = ๔๕.๓๓ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน(S.D) = ๐.๕๗๗ ในภาพรวมค่าเฉลี่ยความเหมาะสมอยู่ในระดับ มากที่สุด และมี E1 = 80.5 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ 80/80 ที่กำหนด

อภิปรายผล

การพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กสำหรับเด็กปฐมวัย โดยใช้สื่อหม้อห้อมไทยพวนแสนสนุก พบว่า มี ค่าเฉลี่ย(X) = ๔๕.๓๓ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน(S.D) = ๐.๕๗๗ ในภาพรวมค่าเฉลี่ยความเหมาะสมอยู่ในระดับ มากที่สุด และมี E1 = 80.5 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ 80/80 ที่กำหนด เพราะการพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กมีความสำคัญและจำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวัน โดยกล้ามเนื้อมัดเล็กเป็นอวัยวะหนึ่งในการประกอบกิจวัตรประจำวันของตนเอง เช่น การใส่–ถอด กระดุม รูดซิป การแปรงฟัน ผูกเชือกรองเท้า งานศิลปะ รวมทั้งการขีดเขียน ถ้าเด็กใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กได้คล่องแคล่วจะช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านต่าง ๆ การเล่น และการจัดกิจกรรมศิลปะต่าง ๆ จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เด็กได้พัฒนาความพร้อมทางมือและตามากที่สุดเด็กจะเรียนรู้อย่างสนุกสนาน เด็กจะใช้มือในการหยิบจับวัสดุต่างๆทำให้เข้าใจวิธีการใช้นิ้วจับดินสอได้อย่างถูกวิธี (พัฒนา ชัชพงษ์, 2561 :122)กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เป็นกิจกรรมที่สามารถส่งเสริมและพัฒนาการทำงานที่ประสานสัมพันธ์กันระหว่างการใช้กล้ามเนื้อมือนิ้วมือ และประสาทตา ซึ่งเด็กจะได้พัฒนาทั้งกล้ามเนื้อนิ้วมือ ฝ่ามือ ข้อมือ และนิ้วมือ ซึ่งจะส่งผลให้อวัยวะต่าง ๆ มีความแข็งแรง และทำงานได้คล่องตัวขึ้นและมีทักษะในการใช้มือได้อย่างคล่องแคล่วต่อไป

(เลิศ อานันทนะ, 2560 :45-46)กล้ามเนื้อมัดเล็ก เป็นอวัยวะที่สำคัญหนึ่งในการ ได้ประกอบกิจวัตรประจำวันด้วยตนเอง การใส่ถอดกระดุมหลุดซิปการแปรงฟันผูกเชือกรองเท้า งานศิลปะรวมทั้งการขีดเขียน เด็กใช้กล้ามเนื้อเล็กได้คล่องแคล่ว จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านต่างๆ เส้นด้านสติปัญญาให้ดีขึ้นเพราะกล้ามเนื้อมัดเล็กมีส่วนทำให้เด็กได้ใช้มือสำรวจ สังเกตจากการสัมผัสจับต้องในทุกๆกิจกรรม

(อธิษฐาน พูลศิลป์ศักดิ์กุล. 2561: 111) ซึ่งการใช้มือเพื่อที่จะจับของเล่นและเรียนรู้ทักษะ ในการช่วยเหลือตนเองเช่นการกินอาหารและแต่งตัว (สมศรี เมฆ ไพบูลย์วัฒนา.2561: 22; อ้างอิงจาก อแวร์เนส. 2003:Online) เป็นการฝึกความพร้อมด้านกล้ามเนื้อมือ นิ้วมือให้แข็งแรง ใช้ได้อย่างคล่องแคล่ว และการฝึกความสัมพันธ์ระหว่างตากับมือจะช่วยให้เด็กออกกำลังและพร้อมที่จะใช้ในการเขียน

(พูนสุข บุณย์สวัสดิ์.2562: 41) เด็กจะสามารถเขียนสิ่งใดก็ต่อเมื่อมีความสมารถในการใช้กล้ามเนื้อมือและสายตาประสานสัมพันธ์กันได้ดี

(เยาวพา เดชะคุปต์.2560:123) ซึ่งจะทำให้การควบคุมและการประสานงานกันของกล้ามเนื้อมัดเล็กกับสายตามีความสัมพันธ์กับพัฒนาการของการรับรู้ และสติปัญญาของเด็กปฐมวัย

(กุลยา ตันติผลาชีวะ.2562:64) พัฒนา ชัชพงศ์ (2561:122) กล่าวถึงความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กไว้คือการพัฒนากล้ามเนื้อนิ้วมือให้แข็งแรง เด็กก็พร้อมที่จะลากลีลามือ ซึ่งเป็นพื้นฐานการของการเขียน

เกียรติวรรณ อมาตยกุล (2559:9) กล่าวถึงความสำคัญของความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กไว้ดังนี้มือของคนเราคือฐานของสมองผู้ที่ได้รับการบริหารมือมาตั้งแต่เด็กๆ จะเป็นผู้ที่มีสมองดีมีความคิดฉับไว การฝึกฝนความคล่องแคล่วว่องไวของการใช้กล้ามเนื้อนิ้วมือมีความสัมพันธ์อย่างมากกับความคิดอันฉับไวขอเด็ก ในทางตรงกันข้ามเด็กที่ไม่มีความสามารถเคลื่อนไหวนิ้วมือได้คล่องแคล่วมักจะคิดอะไรชาไปด้วย

จรัล คำภารัตน์ (2551:14) กล่าวถึง ความสำคัญของความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กไว้ดังนี้คือ ในขณะที่เด็กกำลังลากเส้นในลักษณะขีดเขี่ยไปมานั้นสมองของเด็กได้จินตนาการที่ไร้ขอบเขต และทำให้กล้ามเนื้อประสาทตามีความสัมพันธ์กัน

ชัยยงค์ พรหมวงศ์ (2551:101-102) ได้กล่าวถึงความสำคัญของความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กไว้ว่ามิได้หมายถึงเพียงการเขียนตัวอักษรตามความหมายของผู้ใหญ่แต่การเขียนของเด็กอนุบาลเพียงการขีดเขียนไปมาก็เป็นการเขียนในขั้นเริ่มต้นแล้ว ซึ่งประโยชน์ของการเขียนก็เพื่อสื่อความและแสดงออกถึงความคิดเห็นเป็นสื่อในการแสดงออกที่ตามองเห็นโดยต้องใช้ความสัมพันธ์ระหว่างตากับมือในการบังคับควบคุมการทำงานจากการศึกษาความสำคัญของความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก สรุปได้ว่าความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเด็กเล็กเป็นอย่างมากและเป็นอวัยวะที่สำคัญ ในการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อมือ นิ้วมือ แขนทำงานร่วมกันกับกล้ามเนื้อตาให้ประสานงานกันอย่างลงตัว และทำให้เด็กสามารถทำกิจวัตรประจำวันต่างๆได้อย่างคล่องแคล่ว การบริหารกล้ามเนื้อมือกับตาบ่อยๆจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาสมองที่ดีตามไปด้วย ตลอดจนการขีดเขียนของเด็กต่อไป

การพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กสำหรับเด็กปฐมวัย โดยใช้สื่อหม้อห้อมไทยพวนแสนสนุก พบว่า หลังการใช้กิจกรรมสื่อหม้อห้อมไทยพวนแสนสนุก เด็กๆมีพัฒนาการในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กสูงขึ้น โดยมีคะแนนพัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็กแตกต่างกันโดยมีคะแนนหลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองทุกคน

ข้อเสนอแนะสำหรับการนำผลการพัฒนานวัตกรรมไปใช้

1. ครูผู้สอนควรศึกษาชุดกิจกรรมการสร้างสรรค์สื่อให้เข้าใจและชัดเจนเพื่อจะได้สามารถใช้จัดกิจกรรมให้กับเด็กได้อย่างเหมาะสม เพื่อส่งเสริมพัฒนาการด้านความพร้อมในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

2.ขั้นตอนการจัดกิจกรรมสามารถปรับใช้ให้เหมาะสมกับเวลาและความสามารถของเด็ก

3.ควรเปิดโอกาสให้เด็กได้ทำกิจกรรมอย่างอิสระตามจินตนาการของตนเอง และควรเปิดโอกาสให้เด็กได้เลือกทำกิจกรรมอย่างอิสระตามความสนใจที่เด็กต้องการ

4.ครูควรนำแนวทางการจัดกิจกรรมการพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กสำหรับเด็กปฐมวัย โดยใช้สื่อหม้อห้อมไทยพวนแสนสนุก ไปประยุกต์ใช้ร่วมกับแผนการจัดประสบการณ์ระดับปฐมวัยแบบปกติเพื่อให้การจัดกิจกรรมมีความน่าสนใจมากขึ้น

ข้อเสนอแนะสำหรับผลการพัฒนานวัตกรรมครั้งต่อไป

1. ในการทำการกิจกรรม โดยใช้สื่อหม้อห้อมไทยพวนแสนสนุก ควรเปิดโอกาสให้เด็กได้คิดกิจกรรมที่เด็กอยากลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง

2. ครูควรให้เด็กมีส่วนร่วมในการจัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ ที่สามารถหาได้มาใช้ในการทำกิจกรรมโดยใช้สื่อหม้อห้อมไทยพวนแสนสนุก เพื่อให้เด็กเกิดความภาคภูมิใจในการมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม

3. ครูควรเปิดโอกาสให้เด็กในกลุ่มทดลองได้ทำกิจกรรมโดยใช้สื่อหม้อห้อมไทยพวนแสนสนุก อย่างอิสระ และไม่ควรจำกัดเวลาในการทำกิจกรรม โดยคำนึงถึงวุฒิภาวะและความพร้อมของเด็กแต่ละคนด้วย

โพสต์โดย จัน : [11 มิ.ย. 2567 (09:14 น.)]
อ่าน [78] ไอพี : 171.4.231.227
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 10,330 ครั้ง
ทานอาหารช่วยบำบัดความเครียด
ทานอาหารช่วยบำบัดความเครียด

เปิดอ่าน 13,303 ครั้ง
ในปี 2561 แมชชีนเลิร์นนิ่งจะกลายเป็นเทคโนโลยีที่สำคัญที่สุด นับตั้งแต่โลกใบนี้มีอินเทอร์เน็ต
ในปี 2561 แมชชีนเลิร์นนิ่งจะกลายเป็นเทคโนโลยีที่สำคัญที่สุด นับตั้งแต่โลกใบนี้มีอินเทอร์เน็ต

เปิดอ่าน 50,585 ครั้ง
พรบ.ครู(ฉบับที่2) 2551 มีผล 21 กุมภาพันธ์ 2551
พรบ.ครู(ฉบับที่2) 2551 มีผล 21 กุมภาพันธ์ 2551

เปิดอ่าน 116,278 ครั้ง
ความหมาย ความสำคัญและประโยชน์ของแผนที่
ความหมาย ความสำคัญและประโยชน์ของแผนที่

เปิดอ่าน 3,232 ครั้ง
ปลูก "อโวคาโด" พืชเศรษฐกิจ สร้างรายได้สูง
ปลูก "อโวคาโด" พืชเศรษฐกิจ สร้างรายได้สูง

เปิดอ่าน 7,246 ครั้ง
Quiet Quitting คืออะไร? เหตุใดคนรุ่นใหม่ไม่เชื่อว่าทุ่มเทแล้วจะได้ดี
Quiet Quitting คืออะไร? เหตุใดคนรุ่นใหม่ไม่เชื่อว่าทุ่มเทแล้วจะได้ดี

เปิดอ่าน 20,688 ครั้ง
"แก่นตะวัน" สุดยอดพืชมหัศจรรย์สารพัดประโยชน์
"แก่นตะวัน" สุดยอดพืชมหัศจรรย์สารพัดประโยชน์

เปิดอ่าน 13,005 ครั้ง
3 เรื่องที่ต้องรู้ "ตั้งเป้ารวยก่อนแก่"
3 เรื่องที่ต้องรู้ "ตั้งเป้ารวยก่อนแก่"

เปิดอ่าน 11,493 ครั้ง
เตือนตากแดดนาน เสี่ยงเสียชีวิต
เตือนตากแดดนาน เสี่ยงเสียชีวิต

เปิดอ่าน 56,493 ครั้ง
เทคนิคการเตรียมตัวไปสัมภาษณ์งานครั้งแรก
เทคนิคการเตรียมตัวไปสัมภาษณ์งานครั้งแรก

เปิดอ่าน 25,936 ครั้ง
วิธีลดต้นขา แบบญี่ปุ่น ง่ายๆ ไม่เสียตังค์
วิธีลดต้นขา แบบญี่ปุ่น ง่ายๆ ไม่เสียตังค์

เปิดอ่าน 18,997 ครั้ง
ร่างพระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง
ร่างพระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง

เปิดอ่าน 19,070 ครั้ง
กินแก้โรค ข้าวสมุนไพรหลากสี
กินแก้โรค ข้าวสมุนไพรหลากสี

เปิดอ่าน 9,926 ครั้ง
PSY - GANGNAM STYLE คลิปยอดฮิต "กังนัม สไตล์"
PSY - GANGNAM STYLE คลิปยอดฮิต "กังนัม สไตล์"

เปิดอ่าน 13,053 ครั้ง
อะไร? อยู่ใน Wi-Fi
อะไร? อยู่ใน Wi-Fi

เปิดอ่าน 17,066 ครั้ง
หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามาตรา 36 ค.(2)
หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามาตรา 36 ค.(2)
เปิดอ่าน 18,281 ครั้ง
โรคมะเร็งจอประสาทตา (Retinoblastoma)
โรคมะเร็งจอประสาทตา (Retinoblastoma)
เปิดอ่าน 12,384 ครั้ง
"นอสตราดามุสหญิง" เมืองไทย
"นอสตราดามุสหญิง" เมืองไทย
เปิดอ่าน 3,303 ครั้ง
กระทรวงศึกษาธิการ ปลดล็อคการศึกษาไทย พลิกฟื้นวิกฤติด้วยนโยบาย "ซ่อม สร้าง ป้องกัน"
กระทรวงศึกษาธิการ ปลดล็อคการศึกษาไทย พลิกฟื้นวิกฤติด้วยนโยบาย "ซ่อม สร้าง ป้องกัน"
เปิดอ่าน 14,999 ครั้ง
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 กรกฎาคม 2553
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 กรกฎาคม 2553

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ