การพัฒนาการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์
ในท้องถิ่นจังหวัดหนองคายตามหลักไตรสิกขาร่วมกับวิธีทางประวัติศาสตร์
ของครูผู้สอนวิชาประวัติศาสตร์ โดยใช้กระบวนการนิเทศแบบเสริมพลัง
วัตถุประสงค์
1.เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ในท้องถิ่นจังหวัดหนองคายตามหลักไตรสิกขาร่วมกับวิธีทางประวัติศาสตร์ของครูผู้สอนวิชาประวัติศาสตร์
โดยใช้กระบวนการนิเทศแบบเสริมพลัง
2.เพื่อศึกษาความพึงพอใจของครูผู้สอนวิชาประวัติศาสตร์ต่อกระบวนการนิเทศ
แบบเสริมพลัง
กลุ่มเป้าหมาย
ครูผู้สอน วิชาประวัติศาสตร์ จำนวน 35 คน มีนวัตกรรมวิธีปฏิบัติที่ดีในการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์
กระบวนการนิเทศ 4 ขั้น ได้แก่ วางแผน (Planning) อบรม (Training) ชี้แนะและพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring) และสะท้อนผล (Reflection)
ผลการนิเทศ
เชิงปริมาณ
1.ครูผู้สอน วิชาประวัติศาสตร์ จำนวน 29 คน จาก 31 คน มีนวัตกรรมวิธีปฏิบัติที่ดีในการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ และได้รับ
การยกย่องเชิดชูเกียรติ ร้อยละ 93.54
2.นักเรียนกลุ่มเป้าหมาย 930 คน มีทักษะทางประวัติศาสตร์ จำนวน 580 คน คิดเป็นร้อยละ 62.36 และได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรตินักประวัติศาสตร์น้อย จำนวน 100 คน คิดเป็นร้อยละ 10.75
3. โรงเรียนทั้ง 31 แห่ง มีแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ อย่างน้อยโรงเรียนละ 1 แหล่ง และ มีการใช้แหล่งเรียนรู้
เชิงคุณภาพ
1.ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โรงเรียนในสังกัด ได้รับการนิเทศ ให้คำชี้แนะ การจัดการเรียนรู้
ตามหลักไตรสิกขาร่วมกับวิธีทางประวัติศาสตร์ โดยใช้แหล่งเรียนรู้เป็นฐาน ตามบริบทและความต้องการ และได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เผยแพร่ผลงาน
และยกย่องเชิดชูเกียรติ
2.ผู้เรียนได้รับการพัฒนามีทักษะทางประวัติศาสตร์ และได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นนักประวัติศาสตร์น้อย
3. โรงเรียนได้ใช้แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ในการจัดการเรียนรู้ส่งเสริมพัฒนาทักษะทางประวัติศาสตร์
4. ผู้รับการนิเทศมีความพึงพอใจต่อกระบวนการนิเทศเสริมพลัง โดยภาพรวมอยู่ในระดับ มากที่สุด ค่าเฉลี่ย 3.74