ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การแก้ปัญหาพฤติกรรมการไม่ส่งงานและพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โดยจัดการเรียนรู้แบบใช้โครงงานเป็นฐาน (Project based learning) ร่วมกับ แบบจำลองเป็นฐาน (Model based Learning) ในสาระภูมิศาสตร์ ร

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้นักเรียนเรียนรู้ภูมิศาสตร์ภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศไทยผ่านแบบจำลองที่นักเรียนทำขึ้นเองด้วยกระบวนการกลุ่ม ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนที่เรียนวิชาสังคมศึกษา สาระภูมิศาสตร์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนเทศบาล ๖ (อนุบาลในฝัน) จำนวน 755 คน ส่วนกลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนที่เรียนวิชาสังคมศึกษา สาระภูมิศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนเทศบาล ๖ (อนุบาลในฝัน) จำนวน 124 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม : สาระภูมิศาสตร์ จำนวน 1 แผน 2) กิจกรรมการพัฒนาพฤติกรรมการไม่ส่งงาน โดยใช้วิธีการเรียนแบบกระบวนการกลุ่มผ่านแบบจำลองทางภูมิศาสตร์ภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศไทย 3) แบบประเมินผลงานกลุ่ม ก่อนและหลังทำกิจกรรมการพัฒนาพฤติกรรมการไม่ส่งงาน โดยใช้วิธีการเรียนแบบกระบวนการกลุ่มผ่านแบบจำลองทางภูมิศาสตร์ภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศไทย และ 4) แบบสังเกตพฤติกรรมกระบวนการกลุ่มการวิเคราะห์ข้อมูล ทำได้โดยการวิเคราะห์หาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้

1. จำนวนนักเรียนที่ไม่ส่งชิ้นงานก่อนใช้นวัตกรรมมี 44 คน คิดเป็นร้อยละ 35.5 ส่วนหลังใช้นวัตกรรมนักเรียนทุกคนส่งชิ้นงานครบทุกคนทุกกลุ่ม โดยพฤติกรรมการไม่ส่งชิ้นงานของนักเรียนหลังใช้นวัตกรรมมีจำนวนลดน้อยลงมาก

2. หลังเรียนด้วยวิธีการเรียนแบบกระบวนการกลุ่มผ่านแบบจำลองทางภูมิศาสตร์ภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศไทย นักเรียนทำคะแนนสูงสุดได้ 29 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 97 เทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 65 ผ่านเกณฑ์ ส่วนคะแนนต่ำสุด 0 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 0 เทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 65 ไม่ผ่านเกณฑ์ สำหรับคะแนนเฉลี่ย (x̄) คือ 23 คะแนน แสดงให้เห็นว่า หลังเรียนด้วยวิธีการเรียนแบบกระบวนการกลุ่มผ่านแบบจำลองทางภูมิศาสตร์ภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศไทยนักเรียนผ่านเกณฑ์ จำนวน 123 คน คิดเป็นร้อยละ 99.2 เมื่อเทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 65

3. ก่อนเรียนโดยใช้วิธีการเรียนแบบกระบวนการกลุ่มผ่านแบบจำลองทางภูมิศาสตร์ภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศไทย นักเรียนทำคะแนนสูงสุดได้ 29 คะแนน คะแนนต่ำสุด 0 คะแนน คะแนนเฉลี่ย (x̄) 24 คะแนน และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) 3.77 และหลังเรียนด้วยวิธีการเรียนแบบกระบวนการกลุ่มนำเสนอชิ้นงานหน้าชั้นเรียน นักเรียนทำคะแนนสูงสุดได้ คะแนน 29 คะแนนต่ำสุด 0 คะแนน คะแนนเฉลี่ย (x̄) 27 คะแนน และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) 2.58 แสดงให้เห็นว่า หลังเรียนโดยใช้วิธีการเรียนแบบกระบวนการกลุ่มผ่านแบบจำลองทางภูมิศาสตร์ภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศไทย นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าก่อนเรียน

โพสต์โดย สเก็ต : [29 เม.ย. 2567 (14:48 น.)]
อ่าน [105683] ไอพี : 110.164.168.242
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 24,141 ครั้ง
ตรรกะ ในแบบของ "ไอน์สไตน์"
ตรรกะ ในแบบของ "ไอน์สไตน์"

เปิดอ่าน 11,160 ครั้ง
บททดสอบก่อนเกษียณ
บททดสอบก่อนเกษียณ

เปิดอ่าน 32,067 ครั้ง
พยาธิใบไม้ในตับ
พยาธิใบไม้ในตับ

เปิดอ่าน 20,585 ครั้ง
เปิดตัวแสตมป์ ในหลวงฉลองพระองค์สูทสีชมพู 12 ธ.ค.
เปิดตัวแสตมป์ ในหลวงฉลองพระองค์สูทสีชมพู 12 ธ.ค.

เปิดอ่าน 15,236 ครั้ง
แก้เมื่อยด้วย กะลา
แก้เมื่อยด้วย กะลา

เปิดอ่าน 18,364 ครั้ง
การกำหนดวงเงินการจัดหาพัสดุ
การกำหนดวงเงินการจัดหาพัสดุ

เปิดอ่าน 15,727 ครั้ง
ในปี 2561 แมชชีนเลิร์นนิ่งจะกลายเป็นเทคโนโลยีที่สำคัญที่สุด นับตั้งแต่โลกใบนี้มีอินเทอร์เน็ต
ในปี 2561 แมชชีนเลิร์นนิ่งจะกลายเป็นเทคโนโลยีที่สำคัญที่สุด นับตั้งแต่โลกใบนี้มีอินเทอร์เน็ต

เปิดอ่าน 12,062 ครั้ง
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 16 กรกฏาคม 2552
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 16 กรกฏาคม 2552

เปิดอ่าน 21,242 ครั้ง
ข้อเสียของการดื่มน้ำเย็นจัด
ข้อเสียของการดื่มน้ำเย็นจัด

เปิดอ่าน 17,297 ครั้ง
เมื่อ "ลาวา" ปะทะ "น้ำแข็ง" ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร ไปชมคลิปกัน
เมื่อ "ลาวา" ปะทะ "น้ำแข็ง" ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร ไปชมคลิปกัน

เปิดอ่าน 17,992 ครั้ง
กินถั่วฝักยาวเยอะๆดีต่อสุขภาพ
กินถั่วฝักยาวเยอะๆดีต่อสุขภาพ

เปิดอ่าน 10,489 ครั้ง
ภัยผิวที่แฝงมากับฤดูฝน
ภัยผิวที่แฝงมากับฤดูฝน

เปิดอ่าน 6,975 ครั้ง
จอร์จ บูล ผู้คิดค้นพีชคณิตแบบบูล
จอร์จ บูล ผู้คิดค้นพีชคณิตแบบบูล

เปิดอ่าน 18,180 ครั้ง
รู้มั้ย… คุณกำลังเสี่ยง เป็นโรคอะไรอยู่
รู้มั้ย… คุณกำลังเสี่ยง เป็นโรคอะไรอยู่

เปิดอ่าน 10,172 ครั้ง
แนะพ่อแม่เลือกเฟ้น หลีกของเล่นอันตราย
แนะพ่อแม่เลือกเฟ้น หลีกของเล่นอันตราย

เปิดอ่าน 15,727 ครั้ง
ในปี 2561 แมชชีนเลิร์นนิ่งจะกลายเป็นเทคโนโลยีที่สำคัญที่สุด นับตั้งแต่โลกใบนี้มีอินเทอร์เน็ต
ในปี 2561 แมชชีนเลิร์นนิ่งจะกลายเป็นเทคโนโลยีที่สำคัญที่สุด นับตั้งแต่โลกใบนี้มีอินเทอร์เน็ต
เปิดอ่าน 4,135 ครั้ง
ประโยชน์ของโหระพา
ประโยชน์ของโหระพา
เปิดอ่าน 12,323 ครั้ง
คลิปนี้ต้องดูคนเดียว "พนักงานร้านอาหารก็มีแม่"
คลิปนี้ต้องดูคนเดียว "พนักงานร้านอาหารก็มีแม่"
เปิดอ่าน 12,857 ครั้ง
จากปลานิลพระราชทาน
จากปลานิลพระราชทาน
เปิดอ่าน 12,192 ครั้ง
เปิดผลวิจัยคนไทยติดแชต กระทบงาน-การเรียนหนัก
เปิดผลวิจัยคนไทยติดแชต กระทบงาน-การเรียนหนัก

รายการหลัก

► หน้าแรก
► ข่าว/บทความ
► สมุดเยี่ยม
► กระดานสนทนา
► เว็บลิงค์
► ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
► ข้อมูลบุคคล
► ภาพกิจกรรม
► ผู้สนับสนุน

สมาชิก

• เข้าสู่ระบบ
• คุณครูต้องรู้ไว้
• รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

• เว็บไซต์ สพฐ.
• กระทรวงศึกษาธิการ
• ติวสอบ GED
• ติวสอบ SAT
• เครื่องมือวัด
• เครื่องมืออุตสาหกรรม
• เกมส์
• แหล่งรวมเกมส์

• แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ