ชื่อเรื่อง : การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ 3P เพื่อส่งเสริมทักษะการแก้ปัญหา
ทางคณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
ผู้วิจัย : นายประจักษ์ พัฒนพงษ์ศักดิ์
ปีที่วิจัย : 2566
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการในการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ด้านทักษะการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ 3P เพื่อส่งเสริมทักษะการ แก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 3) เพื่อทดลองใช้และศึกษาผลการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ 3P เพื่อส่งเสริมทักษะการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 4) เพื่อประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ 3P เพื่อส่งเสริมทักษะการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มตัวอย่างที่ดำเนินการศึกษาวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/2 โรงเรียนเทศบาลบ้านปากทาง สังกัดกองการศึกษาเทศบาลเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร ปีการศึกษา 2566 จำนวน 30 คนที่ได้มาจากการสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม (Cluster random sampling) การวิจัยและการพัฒนาครั้งนี้ คือ รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ 3P เพื่อส่งเสริมทักษะการ แก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 1)แผนการจัดการเรียนรู้แบบ 3P เพื่อส่งเสริมทักษะการ แก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ จำนวน 16 แผน 2) แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ 3) แบบวัดทักษะการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ 4) แบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ 3P เพื่อส่งเสริมทักษะการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การหาประสิทธิภาพ การหาประสิทธิผล การวิเคราะห์เนื้อหา การทดสอบค่าทีแบบไม่อิสระ และ การทดสอบค่าที (t-test Dependent)
ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้
1. ผลการศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการในการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ พบว่าโดยภาพรวมสภาพปัญหาในการการจัดการเรียนรู้ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาลบ้านปากทาง ด้านทักษะการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ อยู่ในระดับมาก(x̄ = 4.33) และความต้องการเนื้อหาเรื่องในการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ด้านทักษะการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ คือ เนื้อหาเรื่อง หลักการนับเบื้องต้นและความน่าจะเป็น อยู่ในระดับมากที่สุด (x̄ = 4.67) ในภาพรวมของครูผู้สอนวิชาคณิตศาสตร์ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ในจังหวัดพิจิตร มีสภาพปัญหาในการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ด้านทักษะการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ อยู่ในระดับมากที่สุด (x̄ = 4.54) และความต้องการในการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระรู้คณิตศาสตร์ ด้านทักษะการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ อยู่ในระดับมากที่สุด (x̄ = 4.59)
2. ผลการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ 3P เพื่อส่งเสริมทักษะการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 พบว่า รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ 3P เพื่อส่งเสริมทักษะการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ มีขั้นการสอน 3 ขั้นการสอน (3P Model) ได้แก่ ขั้นที่ 1 ขั้นเตรียม (Prepartion) ขั้นที่ 2. ขั้นสอน (Persentation) 3.ขั้นนำความรู้ไปใช้ (Production) และมีประสิทธิภาพเท่ากับ 82.33/81.67 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้
3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ 3P เพื่อส่งเสริมทักษะการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 พบว่ามีประสิทธิภาพเท่ากับ 84.14/82.50 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ 3P เพื่อส่งเสริมทักษะการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ พบว่า หลังเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และมีความสามารถในการแก้ปัญหาที่สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้คือร้อยละ 80 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
4. นักเรียนมีความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ 3P เพื่อส่งเสริมทักษะการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ในภาพรวมมีความพึงพอใจในระดับพอใจมากที่สุด (x̄ = 4.53) โดยเฉพาะในด้านประโยชน์ที่ได้รับจากการร่วมกิจกรรมมีความพึงพอใจมากที่สุด