ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การประเมินโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โรงเรียนเทศบาล ๖ มิ่งเมือง โดยใช้รูปแบบซิปป์ (CIPP Model)

ชื่อเรื่องการประเมิน การประเมินโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โรงเรียนเทศบาล ๖ มิ่งเมือง โดยใช้รูปแบบซิปป์ (CIPP Model)

ชื่อผู้ประเมิน นางวราภรณ์ มโนรัตน์ ตำแหน่ง ผู้อำนวยการสถานศึกษา

วิทยฐานะ ผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ

ปีที่ประเมิน 2564

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร

การประเมินโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โรงเรียนเทศบาล ๖ มิ่งเมือง มีวัตถุประสงค์ของการประเมิน ดังนี้ 1. เพื่อประเมินสภาวะแวดล้อมของโครงการ 2. เพื่อประเมินปัจจัยการดำเนินงานของโครงการ 3. เพื่อประเมินกระบวนการดำเนินงานของโครงการ และ 4. เพื่อประเมินผลผลิตของโครงการ ผู้ประเมินใช้รูปแบบการประเมินซิปป์ (CIPP Model) ของสตัฟเฟิลบีม (Stufflebeam) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการประเมินครั้งนี้ เป็นกลุ่มบุคคลของโรงเรียนเทศบาล ๖ มิ่งเมือง จำนวน 72 คน ประกอบด้วย 1) คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 7 คน 2) ครูผู้สอน จำนวน 11 คน ซึ่งได้มาโดยการเทียบตารางของเครจซี่และมอร์แกน (Krejcie and Morgan, 1970: 608) 3) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 จำนวน 27 คน และ 4) ผู้ปกครองนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 จำนวน 27 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Selecting) เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินโครงการ ประกอบด้วย แบบสอบถามเพื่อประเมินโครงการ จำนวน 10 ฉบับและแบบสัมภาษณ์ จำนวน 1 ฉบับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าร้อยละ

ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา (Content Analysis) ผลการประเมินโดยสรุป ดังนี้

ผลการประเมินโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โรงเรียนเทศบาล ๖ มิ่งเมือง สรุปได้ดังนี้

1. ผลการประเมินด้านสภาวะแวดล้อม (Context Evaluation) ของโครงการเกี่ยวกับการประเมินความต้องการจำเป็นของโครงการ ความเป็นไปได้ของโครงการและวัตถุประสงค์ของโครงการ พบว่า ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ผ่านเกณฑ์การประเมิน เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านวัตถุประสงค์ของโครงการ อยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมาคือ ความเป็นไปได้ของโครงการ และด้านความต้องการจำเป็นของโครงการ สอดคล้องกับผลจากการสัมภาษณ์ของครูผู้สอนและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีความต้องการให้มีการจัดทำโครงการในระดับมากที่สุด เนื่องจากสภาพสังคม ปัญหาและความสำคัญของปัญหาที่เกิดขึ้น สอดคล้องกับหลักการและเหตุของการจัดทำโครงการ นอกจากนี้ผู้บริหารสถานศึกษา และครูมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเป็นอย่างดี บุคลากรได้รับการส่งเสริม สนับสนุนให้มีศักยภาพในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จึงมีความเป็นไปได้สูงว่าจะส่งผลให้โครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนสามารถดำเนินงานต่อไปและสามารถจะบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้

2. ผลการประเมินด้านปัจจัยการดำเนินงาน (Input Evaluation) ของโครงการเกี่ยวกับความพร้อมของบุคลากรที่เกี่ยวข้องและความเพียงพอของงบประมาณ สื่อ วัสดุอุปกรณ์ในการดำเนินโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โรงเรียนเทศบาล ๖ มิ่งเมือง พบว่า ในภาพรวมมีความเหมาะสมและความเพียงพอของปัจจัยการดำเนินงานของโครงการอยู่ในระดับมาก ผ่านเกณฑ์การประเมิน

3. ผลการประเมินด้านกระบวนการดำเนินงาน (Process Evaluation) ของโครงการเกี่ยวกับการวางแผน การดำเนินงานตามแผน การตรวจสอบประเมินผลของโครงการ และการปรับปรุง และพัฒนาโครงการของ 5 กิจกรรมตามโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียน ตามความคิดเห็นของครูผู้สอน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และนักเรียนอยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด ผ่านเกณฑ์การประเมิน

4. ผลการประเมินด้านผลผลิต (Product Evaluation) ของโครงการสรุปได้ ดังนี้

4.1 ผลการดำเนินการจัดระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของสถานศึกษา ได้ครอบคลุมทั้ง 5 กิจกรรมอย่างชัดเจนและมีประสิทธิภาพ นักเรียนได้รับการช่วยเหลือดูแลอย่างทั่วถึงทุกคน และบุคลากรในสถานศึกษา ผู้ปกครอง ชุมชนและภาคีเครือข่ายการดูแลช่วยเหลือนักเรียน มีส่วนร่วมในการดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างต่อเนื่อง ในระดับการปฏิบัติมากที่สุด เมื่อพิจารณาแยกตามกลุ่มผู้ให้ข้อมูล พบว่า นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 มีการปฏิบัติอยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมาคือ ผู้ปกครองนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 ครูผู้สอนและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ลำดับสุดท้าย

4.2 ผลการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 พบว่า มีคะแนนรวมเฉลี่ยระดับ 3 ขึ้นไป ทั้ง 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ คิดเป็นร้อยละ 62.50 และเมื่อพิจารณารายกลุ่มสาระการเรียนรู้ พบว่า ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้มีคะแนนรวมเฉลี่ยของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนสูงกว่าเกณฑ์เป้าหมายที่กำหนด

4.3 ผลการประเมินความพึงพอใจของครูผู้สอน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 และผู้ปกครองนักเรียนชั้นประถมศึกษา

ปีที่ 4-6 ที่มีต่อโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนเทศบาล ๖ มิ่งเมือง พบว่า ในภาพรวมมีความพึงพอใจ อยู่ในระดับมากที่สุด

4.4 ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อนักเรียนและครูผู้สอน จากการดำเนินโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โรงเรียนเทศบาล ๖ มิ่งเมือง ในปีการศึกษา 2564 พบว่า ได้รับรางวัลตั้งแต่ระดับจังหวัดขึ้นไป จำนวน 12 รายการ เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด คือ ไม่น้อยกว่า 5 รายการ ผ่านเกณฑ์ตามกำหนดบรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ

โพสต์โดย ภา : [14 มี.ค. 2567 (11:42 น.)]
อ่าน [101557] ไอพี : 27.145.113.43
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 12,682 ครั้ง
แชร์สนั่น!คลิปสาวนักพากย์คนใหม่
แชร์สนั่น!คลิปสาวนักพากย์คนใหม่

เปิดอ่าน 15,113 ครั้ง
ปรากฏการณ์ในโฟโตสเฟียร์
ปรากฏการณ์ในโฟโตสเฟียร์

เปิดอ่าน 13,953 ครั้ง
6 วิธีแก้เครียด
6 วิธีแก้เครียด

เปิดอ่าน 33,830 ครั้ง
โลกธรรม 8
โลกธรรม 8

เปิดอ่าน 30,353 ครั้ง
บุญบั้งไฟ
บุญบั้งไฟ

เปิดอ่าน 34,973 ครั้ง
คู่มือประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนฯ ตามหลักสูตรแกนกลางฯ 2551 ชั้นม. 6
คู่มือประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนฯ ตามหลักสูตรแกนกลางฯ 2551 ชั้นม. 6

เปิดอ่าน 9,774 ครั้ง
ธปท. ยันไม่มีปลอม แบงก์เอทีเอ็ม
ธปท. ยันไม่มีปลอม แบงก์เอทีเอ็ม

เปิดอ่าน 77,584 ครั้ง
แบบคำขอให้มีหรือเลื่อนวิทยฐานะ
แบบคำขอให้มีหรือเลื่อนวิทยฐานะ

เปิดอ่าน 178,063 ครั้ง
สาระดีๆ สำหรับครูที่ต้องการจัดทำผลงาน(คศ.3)
สาระดีๆ สำหรับครูที่ต้องการจัดทำผลงาน(คศ.3)

เปิดอ่าน 29,404 ครั้ง
ช่วยครูสอนเลขให้เด็กสนุก ด้วยสื่อดิจิตอลคณิตศาสตร์ระดับประถม
ช่วยครูสอนเลขให้เด็กสนุก ด้วยสื่อดิจิตอลคณิตศาสตร์ระดับประถม

เปิดอ่าน 108,209 ครั้ง
ประเภทของระบบสารสนเทศ
ประเภทของระบบสารสนเทศ

เปิดอ่าน 16,783 ครั้ง
วันปิยมหาราช 23 ตุลาคม
วันปิยมหาราช 23 ตุลาคม

เปิดอ่าน 21,212 ครั้ง
5 วิธีจัดฮวงจุ้ยโต๊ะทำงานรับปีไก่ 2017
5 วิธีจัดฮวงจุ้ยโต๊ะทำงานรับปีไก่ 2017

เปิดอ่าน 2,487 ครั้ง
การตลาดออนไลน์ 2024 มีอะไรบ้างที่ต้องอัปเดต
การตลาดออนไลน์ 2024 มีอะไรบ้างที่ต้องอัปเดต

เปิดอ่าน 10,857 ครั้ง
องค์กรของคุณใช้เครื่องมืออัตโนมัติด้านไอทีที่เหมาะสมหรือไม่
องค์กรของคุณใช้เครื่องมืออัตโนมัติด้านไอทีที่เหมาะสมหรือไม่

เปิดอ่าน 17,501 ครั้ง
รายงานพัฒนาคุณภาพการศึกษา
รายงานพัฒนาคุณภาพการศึกษา
เปิดอ่าน 1,925 ครั้ง
บัตรกดเงินสด ตัวช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินของมนุษย์เงินเดือน
บัตรกดเงินสด ตัวช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินของมนุษย์เงินเดือน
เปิดอ่าน 23,950 ครั้ง
4 เรื่องฝากครรภ์ที่แม่ต้องรู้
4 เรื่องฝากครรภ์ที่แม่ต้องรู้
เปิดอ่าน 16,376 ครั้ง
เทคนิคการนำเสนอเรื่องในที่ประชุม
เทคนิคการนำเสนอเรื่องในที่ประชุม
เปิดอ่าน 54,442 ครั้ง
วิธีเขียนอีเมล์เป็นภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
วิธีเขียนอีเมล์เป็นภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ