ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนารูปแบบการสอนพลศึกษาตามทฤษฎีการใช้สมองเป็นฐาน เรื่อง การฝึกทักษะกีฬาฟุตซอล เพื่อส่งเสริมความสามารถทางด้านทักษะกีฬาฟุตซอล สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4

การพัฒนารูปแบบการสอนพลศึกษาตามทฤษฎีการใช้สมองเป็นฐาน เรื่อง การฝึกทักษะกีฬาฟุตซอล เพื่อส่งเสริมความสามารถทางด้านทักษะกีฬาฟุตซอล สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานสำหรับการพัฒนารูปแบบการสอนพลศึกษาตามทฤษฎีการใช้สมองเป็นฐาน เรื่อง การฝึกทักษะกีฬาฟุตซอล เพื่อส่งเสริมความสามารถทางด้านทักษะกีฬาฟุตซอล สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 2) เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของการรูปแบบการสอนพลศึกษาตามทฤษฎีการใช้สมองเป็นฐาน เรื่อง การฝึกทักษะกีฬาฟุตซอล เพื่อส่งเสริมความสามารถทางด้านทักษะกีฬาฟุตซอล สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 3) เพื่อศึกษาผลการใช้รูปแบบการสอนพลศึกษาตามทฤษฎีการใช้สมองเป็นฐาน เรื่อง การฝึกทักษะกีฬาฟุตซอล เพื่อส่งเสริมความสามารถทางด้านทักษะกีฬาฟุตซอล สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 4) เพื่อประเมินรูปแบบการสอนพลศึกษาตามทฤษฎีการใช้สมองเป็นฐาน เรื่อง การฝึกทักษะกีฬาฟุตซอล เพื่อส่งเสริมความสามารถทางด้านทักษะกีฬาฟุตซอล สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 แหล่งข้อมูลที่ใช้ในการศึกษาผลการทดลองใช้และประเมินการจัดการเรียนรู้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/14 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนนนทบุรีวิทยาลัยจำนวน 28 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ 1) รูปแบบการสอนพลศึกษาตามทฤษฎีการใช้สมองเป็นฐาน เรื่อง การฝึกทักษะกีฬาฟุตซอล เพื่อส่งเสริมความสามารถทางด้านทักษะกีฬาฟุตซอล สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 2) คู่มือการใช้รูปแบบการสอนพลศึกษาตามทฤษฎีการใช้สมองเป็นฐาน เรื่อง การฝึกทักษะกีฬาฟุตซอล เพื่อส่งเสริมความสามารถทางด้านทักษะกีฬาฟุตซอล สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 4) แบบวัดความสามารถทางด้านทักษะกีฬาฟุตซอล 5) แบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการใช้รูปแบบการสอนพลศึกษาตามทฤษฎีการใช้สมองเป็นฐาน เรื่อง การฝึกทักษะกีฬาฟุตซอล เพื่อส่งเสริมความสามารถทางด้านทักษะกีฬาฟุตซอล สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 6) แบบประเมินรูปแบบการสอนพลศึกษาตามทฤษฎีการใช้สมองเป็นฐาน เรื่อง การฝึกทักษะกีฬาฟุตซอล เพื่อส่งเสริมความสามารถทางด้านทักษะกีฬาฟุตซอล สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ การทดสอบค่าที (t-test) และการวิเคราะห์เนื้อหา

สรุปผลการวิจัย

1. ข้อมูลพื้นฐานสำหรับการพัฒนารูปแบบการสอนพลศึกษาตาม เพื่อส่งเสริมความสามารถทางด้านทักษะกีฬาฟุตซอล สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ดังนี้

1.1 สภาพการจัดการเรียนการสอนพลศึกษา ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 อยู่ในระดับปานกลาง ซึ่งมีค่าเฉลี่ย (x̄) เท่ากับ 3.39 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เท่ากับ 0.66

1.2 ความต้องการในการจัดการเรียนรู้พลศึกษา ของครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ของคณะกรรมการบริหารวิชาการ พบว่า ครูมีความต้องการในการจัดการเรียนรู้ เน้นการฝึกกระบวนการเรียนรู้และสร้างองค์ความรู้ โดยผ่านกระบวนการฝึกทักษะการปฏิบัติกิจกรรม เพื่อค้นพบองค์ความรู้ที่มีคุณภาพ นำไปสู่การปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ จึงต้องการ สร้างและพัฒนาการ จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นให้นักเรียนฝึกทักษะและการปฏิบัติผ่านการแสวงหาความรู้ ทั้งรายบุคคลและรายกลุ่มเพื่อให้เกิดความเข้าใจ และฝึกปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง ส่งเสริมความสามารถทางด้านทักษะกีฬา ซึ่งเป็นการส่งผลให้ผู้เรียนเป็นผู้ที่มีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21

1.3 หลักการพัฒนารูปแบบการสอนพลศึกษา เพื่อส่งเสริมความสามารถทางด้านทักษะกีฬาฟุตซอล สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จากผู้เชี่ยวชาญ พบว่า ควรจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เกิดจากการเกิดความคิดรวบยอด เข้าใจและปฏิบัติกิจกรรมจนเกิดความชำนาญและนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน โดยเน้นส่งเสริมความสามารถทางด้านทักษะกีฬา โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้ ที่ฝึกจากสถานการณ์จำลองหรือเหตุการณ์จริง เรียนรู้ ปฏิบัติและการนำไปใช้ โดยในขั้นตอนการฝึกนี้ต้องสอดคล้องกับสิ่งที่ต้องการพัฒนาคือ ความสามารถทางด้านทักษะกีฬา คือ 1. ทักษะการเคลื่อนที่ 2. ทักษะการครอบครองลูกฟุตซอล 3. ทักษะการรับและส่งลูกฟุตบอล 4. ทักษะการยิงประตู

1.4 การศึกษาแนวคิดทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนารูปแบบการสอนพลศึกษา เพื่อส่งเสริมความสามารถทางด้านทักษะกีฬาฟุตซอล สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่สำคัญคือ แนวคิดเกี่ยวกับการการพัฒนารูปแบบการสอน แนวคิดและทฤษฎีการใช้สมองเป็นฐาน และแนวคิดเกี่ยวกับความสามารถทางด้านทักษะกีฬา วิเคราะห์โดยใช้วิธีสอนตามทฤษฎีการใช้สมองเป็นฐาน และแนวคิดเกี่ยวกับความสามารถทางด้านทักษะกีฬา พบว่า องค์ประกอบของรูปแบบการสอน มีองค์ประกอบ 6 ประเด็น ได้แก่ องค์ประกอบที่ 1 แนวคิดและทฤษฎีพื้นฐาน องค์ประกอบที่ 2 วัตถุประสงค์ องค์ประกอบที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนรู้ องค์ประกอบที่ 4 ระบบสังคม องค์ประกอบที่ 5 การวัดประเมินผล และองค์ประกอบที่ 6 สิ่งสนับสนุนอำนวยความสะดวก ซึ่งมีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วย รูปแบบการสอน 6 Step of BBL Model มีกระบวนการจัดการเรียนรู้ 6 ขั้น คือ ขั้นที่ 1 ขั้นการทำความเข้าใจกับสถานการณ์ (Concept Exploration) ขั้นที่ 2 ขั้นการระดมสมอง (Brainstorming) ขั้นที่ 3 ขั้นการสร้างองค์ความรู้ (Construct Knowledge) ขั้นที่ 4 ขั้นการปฏิบัติกิจกรรม (Practice) ขั้นที่ 5 ขั้นการอภิปรายสรุปผล และประเมินผล (Discussion And Assessment) ขั้นที่ 6 การประยุกต์ใช้ความรู้ (Apply Knowledge)

2. ผลการสร้างและหาประสิทธิภาพของรูปแบบการสอนพลศึกษาตามทฤษฎีการใช้สมองเป็นฐาน เรื่อง การฝึกทักษะกีฬาฟุตซอล เพื่อส่งเสริมความสามารถทางด้านทักษะกีฬาฟุตซอล สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ดังนี้

2.1 รูปแบบการสอนพลศึกษาตามทฤษฎีการใช้สมองเป็นฐาน เรื่อง การฝึกทักษะกีฬาฟุตซอล เพื่อส่งเสริมความสามารถทางด้านทักษะกีฬาฟุตซอล สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 คือ รูปแบบการสอน 6 Step of BBL Model ผ่านการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ มีความเหมาะสมในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย (x̄) เท่ากับ 4.89 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เท่ากับ 0.19

2.2 ผลการประเมินแผนการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบการสอนพลศึกษาตามทฤษฎีการใช้สมองเป็นฐาน เรื่อง การฝึกทักษะกีฬาฟุตซอล เพื่อส่งเสริมความสามารถทางด้านทักษะกีฬาฟุตซอล สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ผ่านการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ มีความเหมาะสม อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย (x̄) เท่ากับ 4.79 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เท่ากับ 0.27

2.3 ผลการหาประสิทธิภาพของรูปแบบการสอนพลศึกษาตามทฤษฎีการใช้สมองเป็นฐาน เรื่อง การฝึกทักษะกีฬาฟุตซอล เพื่อส่งเสริมความสามารถทางด้านทักษะกีฬาฟุตซอล สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ทดลองใช้กับนักเรียนแบบเดี่ยว (1:1) จำนวน 3 คน มีค่าเท่ากับ 78.89/77.78 แบบกลุ่ม (1:10) จำนวน 9 คน มีค่าเท่ากับ 81.11/80.74 แบบภาคสนาม 1:100 จำนวน 30 คน มีค่าเท่ากับมีค่าเท่ากับ 82.11/81.00

3. ผลการใช้รูปแบบการสอนพลศึกษาตามทฤษฎีการใช้สมองเป็นฐาน เรื่อง การฝึกทักษะกีฬาฟุตซอล เพื่อส่งเสริมความสามารถทางด้านทักษะกีฬาฟุตซอล สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ดังนี้

3.1 ประสิทธิภาพของรูปแบบการสอนพลศึกษาตามทฤษฎีการใช้สมองเป็นฐาน เรื่อง การฝึกทักษะกีฬาฟุตซอล เพื่อส่งเสริมความสามารถทางด้านทักษะกีฬาฟุตซอล สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มีค่าเท่ากับ 82.74/81.90

3.2 ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ได้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการสอนพลศึกษาตามทฤษฎีการใช้สมองเป็นฐาน เรื่อง การฝึกทักษะกีฬาฟุตซอล เพื่อส่งเสริมความสามารถทางด้านทักษะกีฬาฟุตซอล สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

3.3 ผลการเปรียบเทียบความสามารถทางด้านทักษะกีฬาฟุตซอล ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ได้รับจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนพลศึกษาตามทฤษฎีการใช้สมองเป็นฐาน เรื่อง การฝึกทักษะกีฬาฟุตซอล เพื่อส่งเสริมความสามารถทางด้านทักษะกีฬาฟุตซอล สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 สูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

3.4 นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการรู้ตามรูปแบบการสอนพลศึกษาตามทฤษฎีการใช้สมองเป็นฐาน เรื่อง การฝึกทักษะกีฬาฟุตซอล เพื่อส่งเสริมความสามารถทางด้านทักษะกีฬาฟุตซอล สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย (x̄) เท่ากับ 4.85 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เท่ากับ 0.34

4. ผลการประเมินรูปแบบการสอนพลศึกษาตามทฤษฎีการใช้สมองเป็นฐาน เรื่อง การฝึกทักษะกีฬาฟุตซอล เพื่อส่งเสริมความสามารถทางด้านทักษะกีฬาฟุตซอล สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย (x̄) 4.85 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เท่ากับ 0.41 ซึ่งผลการประเมินเมื่อเทียบกับเกณฑ์ โดยรวม ผ่าน

โพสต์โดย pigg1234 : [5 ก.พ. 2567 (12:55 น.)]
อ่าน [101315] ไอพี : 147.50.221.82
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 307,752 ครั้ง
ภาษาอังกฤษ เริ่มได้ที่บ้าน กับ 30 ประโยคคุยกับลูกเป็นภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน
ภาษาอังกฤษ เริ่มได้ที่บ้าน กับ 30 ประโยคคุยกับลูกเป็นภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน

เปิดอ่าน 31,006 ครั้ง
สัมภาษณ์ ดร.พิษณุ ตุลสุข เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. "ปัญหาหนี้สินครู"
สัมภาษณ์ ดร.พิษณุ ตุลสุข เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. "ปัญหาหนี้สินครู"

เปิดอ่าน 13,799 ครั้ง
สังเกตมะเร็งชนิดต่างๆ ก่อนชีวิตจะเสี่ยง
สังเกตมะเร็งชนิดต่างๆ ก่อนชีวิตจะเสี่ยง

เปิดอ่าน 6,213 ครั้ง
8 โรงเรียนนวัตกรรมโลกตามหลัก Education 4.0 : สรุปให้รู้ตามทันโลกการศึกษา EP.3
8 โรงเรียนนวัตกรรมโลกตามหลัก Education 4.0 : สรุปให้รู้ตามทันโลกการศึกษา EP.3

เปิดอ่าน 15,712 ครั้ง
ตัวอย่างแนววินิจฉัยของ ก.พ.ค. 24 กรณี
ตัวอย่างแนววินิจฉัยของ ก.พ.ค. 24 กรณี

เปิดอ่าน 16,202 ครั้ง
ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ อันตรายที่อย่ามองข้าม
ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ อันตรายที่อย่ามองข้าม

เปิดอ่าน 25,308 ครั้ง
นักวิชาการแจงข้อสอบเด็ก ป.3 สุดยาก เป็นการคัดเลือกเด็กเข้าเรียนในห้องพิเศษ
นักวิชาการแจงข้อสอบเด็ก ป.3 สุดยาก เป็นการคัดเลือกเด็กเข้าเรียนในห้องพิเศษ

เปิดอ่าน 36,017 ครั้ง
วิธีทำกระทง
วิธีทำกระทง

เปิดอ่าน 16,121 ครั้ง
"5 บ่วงอันตราย" เตือนคนทำงานมือใหม่ อย่าตกหล่ม !!
"5 บ่วงอันตราย" เตือนคนทำงานมือใหม่ อย่าตกหล่ม !!

เปิดอ่าน 27,140 ครั้ง
อาหารยอดนิยมในอาเซียน (ลาว)
อาหารยอดนิยมในอาเซียน (ลาว)

เปิดอ่าน 12,215 ครั้ง
ตกแต่งบ้าน ตามราศีเกิด
ตกแต่งบ้าน ตามราศีเกิด

เปิดอ่าน 13,761 ครั้ง
7 เคล็ดลับ รักษาความจำยืนยาว
7 เคล็ดลับ รักษาความจำยืนยาว

เปิดอ่าน 2,664 ครั้ง
เก่งอย่างเดียวไม่พอ ต้องเพิ่ม Multi-skill ให้ตัวเองด้วย
เก่งอย่างเดียวไม่พอ ต้องเพิ่ม Multi-skill ให้ตัวเองด้วย

เปิดอ่าน 10,175 ครั้ง
5เทคนิคสุขภาพดีสำหรับคุณแม่ที่ยุ่งตลอดเวลา
5เทคนิคสุขภาพดีสำหรับคุณแม่ที่ยุ่งตลอดเวลา

เปิดอ่าน 20,570 ครั้ง
เราจะรู้อายุของโลกและสิ่งมีชีวิตต่างๆได้อย่างไร
เราจะรู้อายุของโลกและสิ่งมีชีวิตต่างๆได้อย่างไร

เปิดอ่าน 10,478 ครั้ง
กังนัมสไตล์ ฮิตขนาดน้องหมาเลียนแบบ
กังนัมสไตล์ ฮิตขนาดน้องหมาเลียนแบบ
เปิดอ่าน 32,071 ครั้ง
ลอยกระทง วันลอยกระทง ประเพณีลอยกระทง
ลอยกระทง วันลอยกระทง ประเพณีลอยกระทง
เปิดอ่าน 21,529 ครั้ง
บทบาทของการสื่อสารและเครือข่ายฯ
บทบาทของการสื่อสารและเครือข่ายฯ
เปิดอ่าน 13,263 ครั้ง
รักษารองเท้าหน้าฝน
รักษารองเท้าหน้าฝน
เปิดอ่าน 20,915 ครั้ง
อยากพูดฝรั่งคล่อง ต้องร้องเพลงก่อน
อยากพูดฝรั่งคล่อง ต้องร้องเพลงก่อน

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ