การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบันและความต้องการในการนิเทศภายในและการพัฒนาทักษะการจัดการเรียนเชิงรุกของครูโรงเรียนขามป้อมพิทยาคม 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการนิเทศภายใน ด้วยกระบวนการ PLC ร่วมกับเทคนิคการชี้แนะและระบบพี่เลี้ยง เพื่อปรับเปลี่ยนและส่งเสริมทักษะด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครู โรงเรียนขามป้อมพิทยาคม 3) เพื่อศึกษาผลการใช้รูปแบบการนิเทศภายใน ด้วยกระบวนการ PLC ร่วมกับเทคนิคการชี้แนะและระบบพี่เลี้ยง เพื่อปรับเปลี่ยนและส่งเสริมทักษะด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครู โรงเรียนขามป้อมพิทยาคม และ 4) เพื่อศึกษาความคิดเห็นของครูที่มีต่อรูปแบบการนิเทศภายใน ด้วยกระบวนการ PLC ร่วมกับเทคนิคการชี้แนะและระบบพี่เลี้ยง เพื่อปรับเปลี่ยนและส่งเสริมทักษะด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครู โรงเรียนขามป้อมพิทยาคม แบ่งการวิจัยออกเป็น 4 ระยะ คือ ระยะที่ 1 เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและความต้องการในการนิเทศภายในและการพัฒนาทักษะการจัดการเรียนเชิงรุกของครูโรงเรียนขามป้อมพิทยาคม กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ครูผู้สอนในโรงเรียนขามป้อมพิทยาคม สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดมหาสารคาม จำนวน 9 คน ได้มาโดยการเลือกเจาะจง (Purposive Sampling) ระยะที่ 2 การพัฒนารูปแบบการนิเทศภายใน ด้วยกระบวนการ PLC ร่วมกับเทคนิคการชี้แนะและระบบพี่เลี้ยง เพื่อปรับเปลี่ยนและส่งเสริมทักษะด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครู โรงเรียนขามป้อมพิทยาคม สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดมหาสารคาม กลุ่มผู้ให้ข้อมูลในการสัมภาษณ์ ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา
รองผู้บริหารฝ่ายวิชาการ และครูผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมจำนวน 6 คน และกลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 7 คน ระยะที่ 3 เพื่อศึกษาผลการใช้รูปแบบการนิเทศภายใน ด้วยกระบวนการ PLC ร่วมกับเทคนิคการชี้แนะร่วมและระบบพี่เลี้ยง เพื่อปรับเปลี่ยนและส่งเสริมทักษะด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครู โรงเรียนขามป้อมพิทยาคม
สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดมหาสารคาม กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ครูผู้สอนโรงเรียนขามป้อมพิทยาคม จำนวน 9 คน และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 จำนวน 77 คน ระยะที่ 4 เพื่อศึกษาความคิดเห็นของครูที่มีต่อรูปแบบการนิเทศภายใน ด้วยกระบวนการ PLC ร่วมกับเทคนิคการชี้แนะร่วมและระบบพี่เลี้ยง เพื่อปรับเปลี่ยนและส่งเสริมทักษะด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครู กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ครูผู้สอนในโรงเรียนขามป้อมพิทยาคม สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดมหาสารคาม จำนวน 9 คน ซึ่งได้มาโดยคัดเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แบบสอบถามสภาพปัจจุบันและความต้องในการนิเทศภายใน และการพัฒนาด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก แบบประเมินรูปแบบ/คู่มือการใช้รูปแบบ แบบประเมินความสามารถในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครู แบบสังเกตพฤติกรรมของครู แบบสอบถามความคิดเห็นของครูที่มีต่อรูปแบบการนิเทศภายใน BTPRT MODEL และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า
1. กลุ่มเป้าหมายมีความคิดเห็นต่อสภาพปัจจุบันในการนิเทศภายในและการพัฒนาทักษะด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง และมีความต้องการในการนิเทศภายในและการพัฒนาทักษะด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก โดยรวมอยู่ในระดับมาก
2. ผลการพัฒนารูปแบบการนิเทศภายใน ด้วยกระบวนการ PLC ร่วมกับเทคนิคการชี้แนะและระบบพี่เลี้ยง เพื่อปรับเปลี่ยนและส่งเสริมทักษะด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครู (BTPRT Model) ประกอบด้วย หลักการ วัตถุประสงค์ของรูปแบบ ขั้นตอนดำเนินการ 5 ขั้น ได้แก่ ขั้นที่ 1 การสร้างความสัมพันธ์ (Building Relationships : B) ขั้นที่ 2 การสอนงานและเรียนรู้ (Teaching and learning : T) ขั้นที่ 3 การลงมือปฏิบัติงาน (Practice : P) ขั้นที่ 4 การสะท้อนผลหลังการปฏิบัติ (Reflection : R) ขั้นที่ 5 การตรวจสอบและติดตามผล (Testing and Follow-up : T) การวัดและประเมินผล ระบบสังคม หลักการตอบสนอง ระบบสนับสนุนและเงื่อนไขการนำรูปแบบการนิเทศภายในไปใช้ ซึ่งมีผลการตรวจสอบคุณภาพจากผู้ทรงคุณวุฒิมีความเหมาะสม โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการนิเทศภายใน BTPRT Model สรุปว่า 1) ครูมีความสามารถในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครู โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด 2) ครูมีพฤติกรรมในการร่วมกิจกรรม โดยรวมอยู่ในระดับมาก และ 3) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครู โดยรวมอยู่ในระดับมาก
4. ผลการสอบถามความคิดเห็นของครูผู้สอนมีความคิดเห็นต่อรูปแบบการนิเทศภายใน BTPRT Model เพื่อปรับเปลี่ยนและส่งเสริมทักษะด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครู โดยรวมอยู่ในระดับมาก