ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเรียนให้มีความรับผิดชอบและ,มีวินัยในตนเองของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/13 โรงเรียนวาปีปทุม

ที่มาและความสำคัญ

ปัจจุบันสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากซึ่งมีความเปลี่ยนแปลงหลายด้านทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การปกครอง ทรัพยากรที่มีคุณภาพและมีความสำคัญที่สุดคือทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ โดยจะต้องมีคุณสมบัติทางด้านสมรรถภาพทางด้านร่างกายและจิตใจที่ดี มีสติปัญญาอย่างฉลาด มีความรู้ความสามารถ มีความอดทน และมีความขยันขันแข็งไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก กล้าเผชิญปัญหาและ อุปสรรคด้วยความมุ่งมั่น การที่จะเป็นผู้มีความรับผิดชอบและมีวินัยในตนเองซึ่งจะเป็นวัฒนธรรมที่ทุกคน ในสังคมต้องปฏิบัติเพราะจะทำให้สังคมสามารถอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข การที่ทุกคนมีวินัยจึงเป็นคุณธรรม ที่ควรสร้างและปลูกฝังให้ทุกคนใช้เป็นแนวทางที่ทำให้บรรลุตามจุดหมายของชีวิตและประสบความสำเร็จ ในชีวิต ฉะนั้นครูควรสร้างความรับผิดชอบและวินัยให้เกิดขึ้นแก่นักเรียน เมื่อนักเรียนทุกคนมีความรับผิดชอบและมีวินัยตามบทบาทหน้าที่ของตนก็จะทำให้นักเรียนสามารถควบคุมพฤติกรรมของตนเองให้เป็นไปในทาง ที่ดีงาม ดังนั้นจึงควรมีการปลูกฝังให้ยึดถือและปฏิบัติอย่างเคร่งครัด การศึกษาจึงเป็นสิ่งที่สำคัญและมีความจำเป็นอย่างมากในการที่ จะพัฒนาให้มนุษย์มีประสิทธิภาพและศักยภาพ จากการเป็นคุณครูที่ปรึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/13 โรงเรียนวาปีปทุม ซึ่งมีหน้าที่ดูแลนักเรียน ด้านพฤติกรรมและการเรียนของนักเรียนทั้งภายในและภายนอกห้องเรียน พบว่า พฤติกรรมการเรียนของ นักเรียนบางคนในห้องเรียนขาดความรับผิดชอบ ไม่มีวินัย ไม่สนใจเรียน จึงทำให้บรรยากาศการเรียนรู้แต่ละครั้งไม่ประสบความสำเร็จและบรรยากาศในการการเรียนก็ไม่เอื้อต่อการเรียนการสอนซึ่งจากพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ดังที่กล่าวมา ทำให้เกิดปัญหาในการเรียนรู้จะส่งผลต่อนักเรียนบางคนที่มีผลการเรียนค่อนข้างต่ำ จึงต้องใช้กระบวนการวิจัยมาแก้ปัญหา โดยการนำทฤษฎีการเรียนรู้ ทฤษฎีแรงจูงใจ และทฤษฎีการวางเงื่อนไข มาใช้กับนักเรียนเพื่อเป็นการพัฒนาและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเรียนและส่งเสริมศักยภาพของนักเรียน ให้เกิดการเรียนรู้ เต็มศักยภาพและความสามารถของตนเอง ซึ่งจะส่งผลให้นักเรียนมีความรับผิดชอบและมีวินัยในตนเอง มีบรรยากาศการเรียนรู้ที่เหมาะสม เป็นการปลูกฝังระเบียบวินัย ความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่น ทำให้สามารถพัฒนานักเรียนให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพและมี ผลการเรียนดีขึ้น การวิจัยในครั้งนี้ทำให้ทราบถึงด้านพฤติกรรมการเรียน เมื่อนักเรียนมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ เป็นผู้ที่มีความรับผิดชอบและมีวินัยในตนเอง ซึ่งจะทำให้นักเรียนมีความสนใจในการเรียนและมีความขยันอดทน มีแรงจูงใจ ทำให้มีผลการเรียนดีขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อครูผู้สอนที่จะนำมาเสริมสร้าง พัฒนา นักเรียนให้มีคุณค่ามีคุณประโยชน์ต่อตัวนักเรียนเอง โรงเรียน ครอบครัว ชุมชน สังคมและประเทศชาติต่อไป

วัตถุประสงค์

เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเรียนให้เป็นผู้มีความรับผิดชอบและมีวินัยในตนเองของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/13 โรงเรียนวาปีปทุม

สมมุติฐานการวิจัย

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเรียนให้มีความรับผิดชอบและมีวินัยในตนเองของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 6/13 โรงเรียนวาปีปทุม ทำให้สามารถพัฒนาศักยภาพด้านพฤติกรรมและผลการเรียนสูงขึ้น

ขอบเขตของการศึกษาค้นคว้า

1. ประชากร ในการศึกษาค้นคว้าเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/13 ปีการศึกษา 2565 ของ โรงเรียนวาปีปทุม จำนวน 39 คน

2. ตัวแปรที่ศึกษา

2.1 ตัวแปรอิสระ คือ พฤติกรรมด้านความรับผิดชอบและมีวินัยในตนเอง ได้แก่ ความรับผิดชอบ วินัยในตนเอง และแรงจูงใจในการเรียน

2.2 ตัวแปรตาม คือ พฤติกรรมด้านความมีวินัยในตนเอง

นิยามศัพท์เฉพาะ

ความรับผิดชอบ หมายถึง ความมุ่งมั่นของนักเรียนที่จะทำงานที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จลุล่วงด้วยดีและมีความตั้งใจเรียนอย่างเต็มความสามารถ

ความมีวินัยในตนเอง หมายถึง การประพฤติปฏิบัติตามกฎระเบียบและไม่ทำผิดต่อกฎระเบียบ ในการเป็นนักเรียน

แรงจูงใจในการเรียน หมายถึง การแสดงพฤติกรรมเมื่อถูกกระตุ้นจากสิ่งเร้า เช่น คำชมเชย การให้รางวัล ฯลฯ แล้วสามารถประพฤติตนได้บรรลุเป้าหมายโดยการเรียนรู้ของแต่ละคน

ผลการวิเคราะห์ข้อมูล

การศึกษาวิจัยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเรียนให้มีความรับผิดชอบและวินัยในตนเอง ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/13 โรงเรียนวาปีปทุม จำนวน 39 คน ผู้วิจัยได้ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูล ตามลำดับขั้นตอนดังนี้

การวิเคราะห์ข้อมูล

การวิเคราะห์ข้อมูล ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้การดำเนินการติดตามข้อมูลด้วยโดยการสังเกต พฤติกรรม การสัมภาษณ์ การตอบแบบสอบถามและมีการติดตามดูแลพฤติกรรมและการเรียนของนักเรียนอย่างใกล้ชิด ดังนี้ ผู้วิจัยได้ดำเนินการศึกษาและสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/13 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนวาปีปทุม โดยการสังเกตพฤติกรรมและการเรียนของนักเรียนในชั่วโมงโฮมรูม ขณะที่ทำการสอน สอบถามจากครูที่ปรึกษาประจำชั้น ครูผู้สอนแต่ละรายวิชา และสรุปข้อมูลการมาเรียนจากกลุ่มบริหารกิจการนักเรียน พบว่า มีข้อมูลนักเรียนที่มีปัญหาด้านความรับผิดชอบและวินัยในตนเอง เช่น การมาโรงเรียนสาย ไม่สนใจเรียน ไม่ส่งงานตามกำหนดเวลา ขาดเรียนบ่อย มีการจดบันทึกและติดตามนักเรียนเป็นรายกรณี โดยการให้คำปรึกษา บันทึกข้อมูลสถิติการมาเรียนและใช้เครื่องมือแบบสอบถามให้นักเรียนประเมินตนเอง

จากการทำแบบสอบถามนักเรียนเกี่ยวกับความรับผิดชอบและมีวินัยในตนเองในห้องเรียน ครั้งที่ 1

สรุปข้อมูลรายการที่ทำเป็นประจำมีค่าเฉลี่ยมากที่สุดคือ ด้าน นักเรียนนอนหลับในชั่วโมงเรียน คิดเป็นร้อยละ 61.53 รองลงมาคือ นักเรียนมักนำงานวิชาอื่นมาทำขณะที่กำลังเรียนวิชาหนึ่ง คิดเป็นร้อยละ 56.41 และด้านที่ทำเป็นประจำน้อยที่สุด คือ นักเรียนใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์โดยการอ่านหนังสือ คิดเป็นร้อยละ 23.07 และรายการที่นักเรียนทำเป็นบางครั้งที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุดคือ ด้านนักเรียนรู้จักวางแผนและเตรียมข้อมูลในการศึกษาต่อ มหาวิทยาลัย คิดเป็นร้อยละ 64.10 รองลงมาคือนักเรียนทำผิดและพยายามแก้ไขโดยไม่ท้อแท้ คิดเป็นร้อยละ 58.94 และรายการที่ทำเป็นบางครั้งน้อยที่สุดคือ นักเรียนนอนหลับในชั่วโมงเรียน คิดเป็นร้อยละ 20.51 ส่วนรายการที่ไม่เคยทำรายการที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุดคือ นักเรียนส่งการบ้านและงานตรงเวลาที่กำหนด คิดเป็นร้อยละ 23.0 และรายการที่ไม่เคยทำที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุดจำนวน 2 รายการ คือ นักเรียนทำผิดและพยายามแก้ไขโดยไม่ท้อแท้ และนักเรียนรู้จักวางแผนและเตรียมข้อมูลในการศึกษาต่อ มหาวิทยาลัย คิดเป็นร้อยละ 10.25

จากข้อมูลที่ได้จากการใช้แบบแบบสอบถาม จึงได้ดำเนินการโดยให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นและร่วมกันจัดบรรยากาศการเรียนรู้ภายในห้องเรียนให้เอื้อต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน โดยการวางเงื่อนไขและทำข้อตกลงกันภายในห้องเรียน สร้างแรงจูงใจ และสร้างความตระหนักให้นักเรียนเห็นถึงผลของความรับผิดชอบและการขาดวินัย และไม่ตั้งใจเรียน โดยได้ดำเนินการ ดังนี้

1) ให้นักเรียนแต่ละคนเขียนสัญญา ขอความร่วมมือจากผู้ปกครองร่วมกันดูแลพฤติกรรมและ การเรียนของนักเรียนให้ผู้ปกครองแจ้งพฤติกรรมของนักเรียนขณะอยู่บ้าน ให้ข้อมูลนักเรียนที่ไม่สามารถ มาโรงเรียนได้ มีการรายงานข้อมูลระหว่างครูและผู้ปกครองเป็นประจำทุกวันและครูก็มีการติดตามนักเรียน

2) ขอความร่วมมือจากครูที่จัดกิจกรรมการเรียนการสอนทุกวิชาให้ข้อมูลด้านพฤติกรรมของนักเรียนขณะเรียนในแต่ละคาบ

3) ครูคัดเลือกนักเรียนที่มีความรับผิดชอบ ตั้งใจเรียนและมีผลการเรียนค่อนข้างดี เป็นหัวหน้ากลุ่มเพื่อเป็นพี่เลี้ยง เพื่อให้ความช่วยเหลือ ดูแลให้กำลังใจ ใช้แรงจูงใจเสริมแรงโดยให้คำชมเชยแก่นักเรียนรวมทั้งดูแลด้านการเรียน ความรับผิดชอบ สนใจเรียน และติดตามจากผู้ปกครอง จัดบรรยากาศการเรียนภายในห้องเรียนที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ทำให้นักเรียนมีความกระตือรือร้นต่อการมาเรียนและการเรียน มีความตั้งใจเรียน มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ไม่ขาดเรียนหรือมาสาย ทำงานที่ได้รับมอบหมายและส่งงานตรงกำหนดเวลา รู้จักช่วยเหลือซึ่งกันและกันด้วยความเต็มใจ ยังส่งผลทำ ให้ผลการเรียนดีขึ้น นักเรียนมีความรับผิดชอบและ มีวินัยและมีความสนใจการเรียนของนักเรียนเพิ่มมากขึ้น

จากการทำแบบสอบถามนักเรียนเกี่ยวกับความรับผิดชอบและมีวินัยในตนเองในห้องเรียน ครั้งที่ 2

สรุปข้อมูลของการตอบแบบสอบถาม ครั้งที่ 2 พบว่า นักเรียน มีพฤติกรรมในภาพรวมจะเห็นได้ว่าดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจนโดยไม่ทำเลย คือ นักเรียนมีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย นักเรียนทำผิดและพยายามแก้ไขโดยไม่ท้อแท้ นักเรียนมาเรียนตรงเวลาและตั้งใจเรียนนักเรียนรู้จักวางแผนและเตรียมข้อมูล ในการศึกษาต่อ มหาวิทยาลัย และนักเรียนใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์โดยการอ่านหนังสือ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเรียนให้เป็นผู้มีความรับผิดชอบและมีวินัยในตนเอง ส่งผลให้มีผลการเรียนเฉลี่ยดีขึ้นทุกวิชา และเป็นผู้ที่มีความสำเร็จ ในชีวิตตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

ข้อเสนอแนะ

1. ควรมีการติดตามอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง

2. ครู ผู้ปกครอง นักเรียนและผู้ที่เกี่ยวข้อง ควรร่วมมือกันแก้ไขและสะท้อนปัญหาต่าง ๆ ของนักเรียน ทำให้นักเรียนมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและมีผลการเรียนเฉลี่ยสูงขึ้น

โพสต์โดย รีรี่ : [18 ก.ย. 2566 เวลา 10:31 น.]
อ่าน [1908] ไอพี : 182.53.226.4
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 34,717 ครั้ง
ระเบียบคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ว่าด้วยการกำหนดเครื่องแบบผู้อำนวยการ ครู และบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2561
ระเบียบคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ว่าด้วยการกำหนดเครื่องแบบผู้อำนวยการ ครู และบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2561

เปิดอ่าน 18,913 ครั้ง
สุดยอด 5 ผลไม้บำรุงเลือด
สุดยอด 5 ผลไม้บำรุงเลือด

เปิดอ่าน 2,116 ครั้ง
กรมอนามัย เตือน นมข้นหวานห้ามใช้เลี้ยงทารก ให้กินนมแม่อย่างเดียวต่อเนื่อง 6 เดือน ดีที่สุด
กรมอนามัย เตือน นมข้นหวานห้ามใช้เลี้ยงทารก ให้กินนมแม่อย่างเดียวต่อเนื่อง 6 เดือน ดีที่สุด

เปิดอ่าน 13,992 ครั้ง
ไม่ใช่แค่ไอคิว!! สร้างเด็กไทยพันธุ์ใหม่ "เก่ง-ฉลาด-ดี" ต้อง "ฝึกทักษะสมอง EF"
ไม่ใช่แค่ไอคิว!! สร้างเด็กไทยพันธุ์ใหม่ "เก่ง-ฉลาด-ดี" ต้อง "ฝึกทักษะสมอง EF"

เปิดอ่าน 20,259 ครั้ง
รู้ไว้ใช่เสียหาย "กัญชง" ต่างจาก "กัญชา" อย่างไร?
รู้ไว้ใช่เสียหาย "กัญชง" ต่างจาก "กัญชา" อย่างไร?

เปิดอ่าน 10,738 ครั้ง
วิธีลดลอยแผลขรุขระบนใบหน้า
วิธีลดลอยแผลขรุขระบนใบหน้า

เปิดอ่าน 1,503 ครั้ง
ส่อง 10 เทรนด์เทคโนโลยีด้านเฮลท์แคร์ ปี 2023
ส่อง 10 เทรนด์เทคโนโลยีด้านเฮลท์แคร์ ปี 2023

เปิดอ่าน 9,380 ครั้ง
ทำงานแบบไหน เจ้านายถึงจะปลื้ม
ทำงานแบบไหน เจ้านายถึงจะปลื้ม

เปิดอ่าน 14,827 ครั้ง
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 16 มีนาคม 2552
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 16 มีนาคม 2552

เปิดอ่าน 9,980 ครั้ง
สุดระทึก ขับรถฝ่าไฟแดง หนีการจับกุมตำรวจ
สุดระทึก ขับรถฝ่าไฟแดง หนีการจับกุมตำรวจ

เปิดอ่าน 12,878 ครั้ง
พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2561
พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2561

เปิดอ่าน 19,832 ครั้ง
การสะเดาะห์เคราะห์ด้วยการปล่อยปลา
การสะเดาะห์เคราะห์ด้วยการปล่อยปลา

เปิดอ่าน 9,986 ครั้ง
กินมะเขือเทศป้องกันเป็นอัมพาตได้ ยิ่งกินมากยิ่งหนีได้ห่างตั้งครึ่งต่อครึ่ง
กินมะเขือเทศป้องกันเป็นอัมพาตได้ ยิ่งกินมากยิ่งหนีได้ห่างตั้งครึ่งต่อครึ่ง

เปิดอ่าน 18,852 ครั้ง
ฟ้า กับ เหว
ฟ้า กับ เหว

เปิดอ่าน 55,206 ครั้ง
โรคหัวใจ เลี่ยงได้ แค่เลือกอาหาร
โรคหัวใจ เลี่ยงได้ แค่เลือกอาหาร

เปิดอ่าน 8,579 ครั้ง
บทบาทผู้นำองค์กร 2020
บทบาทผู้นำองค์กร 2020
เปิดอ่าน 50,259 ครั้ง
เก่งภาษาอังกฤษ...แบบนีน่า
เก่งภาษาอังกฤษ...แบบนีน่า
เปิดอ่าน 10,038 ครั้ง
สแกน...ลดเวลาเรียน "3 สัปดาห์"บรรลุเป้า?
สแกน...ลดเวลาเรียน "3 สัปดาห์"บรรลุเป้า?
เปิดอ่าน 11,073 ครั้ง
คุณแม่มือใหม่ดูเลย ที่ญี่ปุ่นมีโรงเรียนสอนแม่เลี้ยงลูก (รายการ ดูให้รู้)
คุณแม่มือใหม่ดูเลย ที่ญี่ปุ่นมีโรงเรียนสอนแม่เลี้ยงลูก (รายการ ดูให้รู้)
เปิดอ่าน 20,426 ครั้ง
เกณฑ์สอบผู้บริหารสถานศึกษา ปี 2555 (ว22-ว23)
เกณฑ์สอบผู้บริหารสถานศึกษา ปี 2555 (ว22-ว23)

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ