ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนโดยใช้แนวคิดการเรียนรู้แบบร่วมมือ และการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติ (Active Learning) เพื่อส่งเสริมทักษะการทำงานเป็นกลุ่ม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มสาระก

ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนโดยใช้แนวคิดการเรียนรู้แบบร่วมมือ

และการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติ (Active Learning) เพื่อส่งเสริมทักษะการทำงานเป็นกลุ่ม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา

ผู้วิจัย นายสิทธิพงษ์ ส้มเกิด ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ

โรงเรียนบ้านกะลาพอ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต 3

ปีที่วิจัย 2565

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1. เพื่อศึกษาสภาพปัญหาและแนวทางในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนโดยใช้แนวคิดการเรียนรู้แบบร่วมมือและการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติ (Active Learning) เพื่อส่งเสริมทักษะการทำงานเป็นกลุ่ม 2. เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนโดยใช้แนวคิดการเรียนรู้แบบร่วมมือและการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติ (Active Learning) เพื่อส่งเสริมทักษะการทำงานเป็นกลุ่ม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา 3. เพื่อศึกษาผลการใช้รูปแบบการจัดการเรียนการสอน โดยใช้แนวคิดการเรียนรู้แบบร่วมมือและการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติ (Active Learning) เพื่อส่งเสริมทักษะการทำงานเป็นกลุ่ม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและ พลศึกษา และ 4. เพื่อประเมินรูปแบบการจัดการเรียนการสอนโดยใช้แนวคิดการเรียนรู้แบบร่วมมือและการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติ (Active Learning) เพื่อส่งเสริมทักษะการทำงานเป็นกลุ่ม ผู้วิจัยใช้รูปแบบ การวิจัยและพัฒนา (Research and Development) ดำเนินการวิจัยเป็น 4 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การศึกษา สภาพปัญหาและแนวทางในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอน ระยะที่ 2 การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนโดยใช้แนวคิดการเรียนรู้แบบร่วมมือและการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติ (Active Learning) เพื่อส่งเสริมทักษะการทำงานเป็นกลุ่ม ระยะที่ 3 การศึกษาผลการใช้รูปแบบการจัดการเรียนการสอน โดยใช้แนวคิดการเรียนรู้แบบร่วมมือและการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติ (Active Learning) เพื่อส่งเสริมทักษะการทำงานเป็นกลุ่ม และระยะที่ 4 การประเมินรูปแบบการจัดการเรียนการสอนโดยใช้แนวคิด การเรียนรู้แบบร่วมมือและการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติ (Active Learning) เพื่อส่งเสริมทักษะการทำงานเป็นกลุ่ม กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านกะลาพอ อำเภอสายบุรี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต 3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 จำนวน 26 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1. แบบสอบถาม 2. แบบประเมินความเหมาะสมและความสอดคล้องของร่างรูปแบบ 3. แบบประเมินความเหมาะสมและความสอดคล้องของคู่มือการใช้รูปแบบ 4. แผนการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นตามรูปแบบ 5. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 6. แบบประเมินทักษะการทำงาน เป็นกลุ่ม 7. แบบประเมินความพึงพอใจ และ 8. แบบประเมินมาตรฐานความเป็นประโยชน์ ความเป็นไปได้ ความเหมาะสมและความถูกต้องของรูปแบบการวิเคราะห์ข้อมูลโดยวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) วิเคราะห์ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติ t-test

ผลการวิจัยพบว่า

1. ผลการศึกษาสภาพปัญหาและแนวทางในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนโดยใช้แนวคิดการเรียนรู้แบบร่วมมือและการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติ (Active Learning) เพื่อส่งเสริมทักษะ การทำงานเป็นกลุ่ม พบว่า 1) สภาพปัญหาการจัดการเรียนการสอนของครูกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต 3 พบว่า สภาพการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนในระดับประถมศึกษาและโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา มีปัญหาและอุปสรรคในการจัดการเรียนการสอน ได้แก่ การขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ สื่อในการจัดการเรียนรู้ อีกทั้งครูส่วนใหญ่ยังขาดทักษะการจัดการเรียนการสอน 2) สภาพปัจจุบันในการจัดการเรียนการสอนของครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.52, S.D = 0.54) เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน มีการปฏิบัติอยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมาคือ ด้านการใช้หลักสูตร ด้านการวัดและประเมินผล และด้านการวัดและประเมินผล ตามลำดับ และ 3) แนวทางในการจัดการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและ พลศึกษา ครูได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับจุดเน้นที่ต้องการพัฒนานักเรียน คือ ทักษะการทำงานเป็นกลุ่ม การเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติจากกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อสร้างความรู้อย่างมีความหมายด้วยตนเอง มีการอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแก้ปัญหาร่วมกัน

2. ผลการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนโดยใช้แนวคิดการเรียนรู้แบบร่วมมือและการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติ (Active Learning) เพื่อส่งเสริมทักษะการทำงานเป็นกลุ่ม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา พบว่า รูปแบบการจัดการเรียนการสอน มีความเหมาะสมในระดับมาก ( = 4.49, S.D. = 0.57) มีองค์ประกอบ คือ หลักการ วัตถุประสงค์ กระบวนการจัดการเรียนการสอน และการประเมินผล โดยกระบวนการจัดการเรียนการสอนมี 4 ขั้น คือ ขั้นที่ 1 ขั้นนำเข้าสู่เนื้อหา ขั้นที่ 2 ขั้นนำเสนอความรู้ใหม่ ขั้นที่ 3 ขั้นลงมือปฏิบัติเป็นกลุ่ม และ ขั้นที่ 4 ขั้นสรุปและอภิปรายเป็นกลุ่ม

3. ผลการใช้รูปแบบการจัดการเรียนการสอนโดยใช้แนวคิดการเรียนรู้แบบร่วมมือและการเรียนรู้ แบบลงมือปฏิบัติ (Active Learning) เพื่อส่งเสริมทักษะการทำงานเป็นกลุ่ม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา พบว่า

3.1 คู่มือการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบการจัดการเรียนการสอนโดยใช้แนวคิดการเรียนรู้ แบบร่วมมือและการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติ (Active Learning) เพื่อส่งเสริมทักษะการทำงานเป็นกลุ่ม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา มีประสิทธิภาพ เท่ากับ 86.55/84.62 ถือว่ามีประสิทธิภาพเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด 80/80

3.2 นักเรียนมีทักษะการทำงานเป็นกลุ่ม อยู่ในระดับดี คิดเป็นร้อยละ 84.07 ผ่านเกณฑ์ ที่กำหนดไว้ ร้อยละ 80

3.3 นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน สูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

3.4 นักเรียนมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการจัดการเรียนการสอนในระดับมากที่สุด ( = 4.59, S.D. = 0.50)

4. ผลประเมินรูปแบบการจัดการเรียนการสอนโดยใช้แนวคิดการเรียนรู้แบบร่วมมือและการเรียนรู้ แบบลงมือปฏิบัติ (Active Learning) เพื่อส่งเสริมทักษะการทำงานเป็นกลุ่ม สำหรับนักเรียนชั้นประถม

ศึกษาปีที่ 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา พบว่า โดยภาพรวมรูปแบบมีมาตรฐาน ด้านความเป็นประโยชน์ ความเป็นไปได้ ความเหมาะสมและความถูกต้อง ในระดับมากที่สุด ( = 4.51, S.D. = 0.53)

โพสต์โดย พง : [4 ก.ย. 2566 เวลา 12:08 น.]
อ่าน [101836] ไอพี : 101.51.41.244
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 14,034 ครั้ง
บทร้อยกรองสำหรับการฝึกการออกเสียง สระเอือ
บทร้อยกรองสำหรับการฝึกการออกเสียง สระเอือ

เปิดอ่าน 45,943 ครั้ง
โบราณคดีพระราชวังจันทร์ พิษณุโลก
โบราณคดีพระราชวังจันทร์ พิษณุโลก

เปิดอ่าน 11,237 ครั้ง
เขาห้ามผมทำ แต่ไม่ห้ามผมคิด ตอนที่ 10 : เมื่อโรงเรียนเป็นนิติบุคคลแล้วประชาชนได้อะไร
เขาห้ามผมทำ แต่ไม่ห้ามผมคิด ตอนที่ 10 : เมื่อโรงเรียนเป็นนิติบุคคลแล้วประชาชนได้อะไร

เปิดอ่าน 8,475 ครั้ง
คำถามยอดฮิต วิทยฐานะใหม่ (PA)
คำถามยอดฮิต วิทยฐานะใหม่ (PA)

เปิดอ่าน 15,882 ครั้ง
ทำไมต้องจ้างทำการบ้าน (ชมคลิป)
ทำไมต้องจ้างทำการบ้าน (ชมคลิป)

เปิดอ่าน 20,619 ครั้ง
MPEG คืออะไร
MPEG คืออะไร

เปิดอ่าน 30,968 ครั้ง
Nanmeebooks Reading Club ปีที่ 9
Nanmeebooks Reading Club ปีที่ 9

เปิดอ่าน 28,592 ครั้ง
สาวน่องใหญ่ แต่งตัวอย่างไร..ให้ดูสวยเพรียว
สาวน่องใหญ่ แต่งตัวอย่างไร..ให้ดูสวยเพรียว

เปิดอ่าน 23,712 ครั้ง
ถึงเวลาปฏิวัติการสอน ความท้าทายของครูในศตวรรษที่ 21
ถึงเวลาปฏิวัติการสอน ความท้าทายของครูในศตวรรษที่ 21

เปิดอ่าน 839 ครั้ง
เก้าอี้แบบไหนเหมาะกับการใช้งานของคุณ?
เก้าอี้แบบไหนเหมาะกับการใช้งานของคุณ?

เปิดอ่าน 13,342 ครั้ง
วิธีการปลอกเปลือกไข่ต้มที่สมบูรณ์แบบและรวดเร็วที่สุด
วิธีการปลอกเปลือกไข่ต้มที่สมบูรณ์แบบและรวดเร็วที่สุด

เปิดอ่าน 18,925 ครั้ง
วิธีดูแลริมฝีปากให้สวยแดงเป็นระเรื่อ แลดูสุขภาพดี
วิธีดูแลริมฝีปากให้สวยแดงเป็นระเรื่อ แลดูสุขภาพดี

เปิดอ่าน 20,674 ครั้ง
อันซีนเมอร์คิวรี "ดาวพุธ" ในมุมที่ชาวโลกไม่เคยเห็น
อันซีนเมอร์คิวรี "ดาวพุธ" ในมุมที่ชาวโลกไม่เคยเห็น

เปิดอ่าน 60,900 ครั้ง
การปฐมพยาบาล
การปฐมพยาบาล

เปิดอ่าน 3,559 ครั้ง
เปิด 4 เคล็ด (ไม่) ลับ บริหารคนยุค New Normal ความท้าทายของ HR ทุกองค์กร
เปิด 4 เคล็ด (ไม่) ลับ บริหารคนยุค New Normal ความท้าทายของ HR ทุกองค์กร

เปิดอ่าน 13,845 ครั้ง
"เด็กรุ่นใหม่" ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด?
"เด็กรุ่นใหม่" ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด?
เปิดอ่าน 9,341 ครั้ง
ยันแก๊สโซฮอล์ ไม่ได้ก่อมลพิษฯ ทำให้เกิดมะเร็ง
ยันแก๊สโซฮอล์ ไม่ได้ก่อมลพิษฯ ทำให้เกิดมะเร็ง
เปิดอ่าน 219,227 ครั้ง
สรุปสูตรพาราโบลา
สรุปสูตรพาราโบลา
เปิดอ่าน 2,040 ครั้ง
นวัตกรรมใหม่น่าสนใจของ Power Bank ในรูปแบบเข็มขัด แปลกแค่ไหน
นวัตกรรมใหม่น่าสนใจของ Power Bank ในรูปแบบเข็มขัด แปลกแค่ไหน
เปิดอ่าน 24,564 ครั้ง
รับชมหรือยัง? แกะรอย "มาเฟีย ศธ." เงามืด "ปฏิรูปวงการศึกษา"
รับชมหรือยัง? แกะรอย "มาเฟีย ศธ." เงามืด "ปฏิรูปวงการศึกษา"

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ