ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานแนวคิด เพื่อส่งเสริมความคิดอย่างมีวิจารณญาณ สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนเทศบาล 2 มุขมนตรี

บทคัดย่อ

การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานแนวคิด เพื่อส่งเสริมความคิดอย่างมีวิจารณญาณ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานสำหรับการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานแนวคิด สาระหน้าที่พลเมือง วัฒนธรรมและการดำเนินชีวิตในสังคม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 2) เพื่อสร้างและพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานแนวคิด เพื่อส่งเสริมความคิดอย่างมีวิจารณญาณ 3) เพื่อศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานแนวคิด เพื่อส่งเสริมความคิดอย่างมีวิจารณญาณ 3.1 เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ก่อนและหลังเรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานแนวคิด เพื่อส่งเสริมความคิดอย่างมีวิจารณญาณ 3.2 ความพึงพอใจที่มีต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานแนวคิด เพื่อส่งเสริมความคิดอย่างมีวิจารณญาณ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 4) เพื่อประเมินผลและปรับปรุงรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานแนวคิด เพื่อส่งเสริมความคิดอย่างมีวิจารณญาณ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/4 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนเทศบาล 2 มุขมนตรี อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี สังกัดสำนักการศึกษาเทศบาลนครอุดรธานี จำนวน 29 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามข้อมูลพื้นฐานสำหรับการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้วิชาสังคมศึกษา 3 ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานแนวคิดเพื่อส่งเสริมความคิดอย่างมีวิจารณญาณ สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ชุดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง วัฒนธรรมและการดำเนินชีวิตในสังคม แบบทดสอบวัดความคิดอย่างมีวิจารณญาณ และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานแนวคิดเพื่อส่งเสริมความคิดอย่างมีวิจารณญาณ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติการทดสอบที (t-test)

ผลการวิจัยพบว่า

1. ข้อมูลพื้นฐานสำหรับการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้วิชาสังคมศึกษา 3 ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนเทศบาล 2 มุขมนตรี พบว่า สภาพการจัดการเรียนการสอน ด้านวิธีการสอน ในบางกิจกรรมไม่เหมาะสม โดยครูเน้นการสอนโดยการอธิบายความรู้อย่างเดียว ควรให้นักเรียนทำความเข้าใจเรื่องที่เรียนให้มากขึ้นมากกว่าการจำอย่างเดียว อาศัยเฉพาะความจำ การสอนจากง่ายไปหายาก จากสิ่งที่เด็กรู้ไปหาสิ่งที่เด็กยังไม่รู้ จากเรื่องใกล้ตัวไปหาไกลตัว สอนให้เด็กมีทักษะความคิดอย่างมีวิจารณญาณ มีเทคนิคที่หลากหลายเหมาะกับสติปัญญาของนักเรียน ฝึกทักษะความคิดอย่างมีวิจารณญาณให้มากกว่านี้เพราะเด็กไม่สนใจเรียนเท่าที่ควร ชอบเล่นกับเพื่อนมากกว่า ด้านการใช้สื่อการสอนในการจัดการเรียนรู้ มีความเหมาะสม มีการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ หนังสือส่งเสริมการอ่าน บทเรียนสำเร็จรูป ภาพประกอบ แผนภูมิ และห้องสมุด แต่สื่อเทคโนโลยียังไม่เพียงพอ ด้านการวัด และประเมินผลโดยเน้นเนื้อหาวิชาและกระบวนการเรียนรู้ไม่เหมาะสม การวัดผลควรขึ้นอยู่กับศักยภาพของนักเรียนแต่ละคน

2. รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานแนวคิดเพื่อส่งเสริมความคิดอย่างมีวิจารณญาณ สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ คือ องค์ประกอบเชิงหลักการและวัตถุประสงค์ องค์ประกอบเชิงกระบวนการ และองค์ประกอบเชิงเงื่อนไขการนำรูปแบบไปใช้ กระบวนการจัดการเรียนรู้มี 6 ขั้นตอน คือ ขั้นทบทวนความรู้เดิม ขั้นการรับรู้ ขั้นการกระทำ ขั้นการปรับปรุง ขั้นการสรุป และการประยุกต์ใช้ความรู้ พบว่า การจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานแนวคิดเพื่อส่งเสริมความคิดอย่างมีวิจารณญาณ ร่วมกับการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ มีประสิทธิภาพ 89.58/86.65

3. ประสิทธิผลของรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานแนวคิดเพื่อส่งเสริมความคิดอย่างมีวิจารณญาณ พบว่า ผลการเปรียบเทียบการพัฒนาความคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ในการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานแนวคิดร่วมกับชุดกิจกรรมการเรียนรู้ พบว่า ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ทั้ง 5 ชุด มีค่าพัฒนาความคิดอย่างมีวิจารณญาณ สูงขึ้น คือ ชุดที่ 1 มีค่าพัฒนาเท่ากับ +2.0จ ชุดที่ 2 มีค่าพัฒนาเท่ากับ +2.07 ชุดที่ 3 มีค่าพัฒนาเท่ากับ +1.83 ชุดที่ 4 มีค่าพัฒนาเท่ากับ +2.07 ชุดที่ 5 มีค่าพัฒนาเท่ากับ +2.10 ส่วนความพึงพอใจที่มีต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานแนวคิดเพื่อส่งเสริมความคิดอย่างมีวิจารณญาณ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 พบว่า โดยภาพรวม รายด้าน และรายข้ออยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาค่าเฉลี่ยรายด้านพบว่า มี 2 ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด คือ ด้านเนื้อหาสาระ และ ด้านสื่อประกอบการจัดการเรียนรู้ รองลงมา คือ ด้านกระบวนการจัดการเรียนรู้ ลำดับที่สาม คือ ด้านการวัดและประเมินผล และ ด้านมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด

4. การขยายผลการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานแนวคิดเพื่อส่งเสริมความคิดอย่างมีวิจารณญาณ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 พบว่า ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน พบว่า คะแนนก่อนเรียนมีค่าเฉลี่ย 18.83 คะแนนหลังเรียนมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 34.66 แสดงว่า คะแนนหลังเรียนสูงกว่าคะแนนก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนผลการประเมินการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานแนวคิด เพื่อส่งเสริมความคิดอย่างมีวิจารณญาณ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 พบว่า ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยมทั้ง 5 ชุด

โพสต์โดย ting7 : [1 ก.ย. 2566 เวลา 17:57 น.]
อ่าน [101472] ไอพี : 223.206.244.190
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 36,289 ครั้ง
หลวงประจักษ์ศิลปาคม นักรบคู่พระราชหฤทัยพระพุทธเจ้าหลวง
หลวงประจักษ์ศิลปาคม นักรบคู่พระราชหฤทัยพระพุทธเจ้าหลวง

เปิดอ่าน 15,103 ครั้ง
อะโวคาโด
อะโวคาโด

เปิดอ่าน 25,846 ครั้ง
จิงจูฉ่าย สุดยอดสมุนไพรจีนบำรุงเลือดลม
จิงจูฉ่าย สุดยอดสมุนไพรจีนบำรุงเลือดลม

เปิดอ่าน 11,246 ครั้ง
จิตตานุปัสสนาที่ควรรู้
จิตตานุปัสสนาที่ควรรู้

เปิดอ่าน 4,870 ครั้ง
แนะนำสถานที่ทำบุญตามวันเกิด รับวันพระใหญ่ "วิสาขบูชา"
แนะนำสถานที่ทำบุญตามวันเกิด รับวันพระใหญ่ "วิสาขบูชา"

เปิดอ่าน 8,294 ครั้ง
ว่ากันว่า นี่คือจุดจบของคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ เมื่อมีเจ้านี่!! คอมพิวเตอร์ที่เสียบเข้าทีวีใช้ได้เลย
ว่ากันว่า นี่คือจุดจบของคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ เมื่อมีเจ้านี่!! คอมพิวเตอร์ที่เสียบเข้าทีวีใช้ได้เลย

เปิดอ่าน 28,692 ครั้ง
การพัฒนาการวิจัยโดยใช้รูปแบบ
การพัฒนาการวิจัยโดยใช้รูปแบบ

เปิดอ่าน 15,445 ครั้ง
"ผมร่วง" แก้ไขยังไงดี
"ผมร่วง" แก้ไขยังไงดี

เปิดอ่าน 19,213 ครั้ง
อยากฉลาดฟังดนตรีคลาสสิก
อยากฉลาดฟังดนตรีคลาสสิก

เปิดอ่าน 59,216 ครั้ง
คุณค่าทางโภชนาการของ "หอยหวาน"
คุณค่าทางโภชนาการของ "หอยหวาน"

เปิดอ่าน 29,306 ครั้ง
พระราชกฤษฎีกาการจ่ายเงินเดือน เงินปี บำเหน็จ บำนาญ และเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2555
พระราชกฤษฎีกาการจ่ายเงินเดือน เงินปี บำเหน็จ บำนาญ และเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2555

เปิดอ่าน 17,556 ครั้ง
7 เคล็ดลับผิวสว่างใส สำหรับสาวย่าง 30
7 เคล็ดลับผิวสว่างใส สำหรับสาวย่าง 30

เปิดอ่าน 24,172 ครั้ง
ประวัติวันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์ วันแห่งความรัก
ประวัติวันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์ วันแห่งความรัก

เปิดอ่าน 16,430 ครั้ง
กินวิตามินอย่างไรให้ได้ประโยชน์
กินวิตามินอย่างไรให้ได้ประโยชน์

เปิดอ่าน 27,010 ครั้ง
เหตุผลที่ต้องซื้อ "กล้องดิจิตอล"
เหตุผลที่ต้องซื้อ "กล้องดิจิตอล"

เปิดอ่าน 20,029 ครั้ง
มาฝึกสมาธิเบื้องต้นกันดีกว่า
มาฝึกสมาธิเบื้องต้นกันดีกว่า
เปิดอ่าน 20,214 ครั้ง
ตาบอดสี
ตาบอดสี
เปิดอ่าน 25,390 ครั้ง
เกณฑ์มาตรฐานครูแห่งชาติ
เกณฑ์มาตรฐานครูแห่งชาติ
เปิดอ่าน 18,959 ครั้ง
โอเมก้า 3 ใน ปลา ก็มีโทษ
โอเมก้า 3 ใน ปลา ก็มีโทษ
เปิดอ่าน 14,669 ครั้ง
ย่านางแดง พืชน่าสนใจ มีสรรพคุณอย่างไรบ้าง
ย่านางแดง พืชน่าสนใจ มีสรรพคุณอย่างไรบ้าง

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ