ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษาโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานสำหรับการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษาโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลัย พัทลุง 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษาโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลัย พัทลุง 3) เพื่อทดลองใช้การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษาโดยใช้ชุมชนเป็นฐานเพื่อส่งเสริมทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลัย พัทลุง และ 4) เพื่อประเมินประสิทธิผลของการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษาโดยใช้ชุมชนเป็นฐานเพื่อส่งเสริมทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลัย พัทลุง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลัย พัทลุง จำนวน 25 คน จาก 1 ห้องเรียน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) แบบวิเคราะห์เอกสารที่ใช้ศึกษาความต้องการในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษาโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลัย พัทลุง 2) แบบสัมภาษณ์ผู้บริหาร ครูผู้สอนเกี่ยวกับการจัดการเรียน การสอนและทักษะหรือกระบวนการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาที่ 2 กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาที่ 2 ผู้ปกครอง ผู้นำชุมชน ประชาชนในชุมชน และภูมิปัญญาท้องถิ่น จำนวน 1 ฉบับและประเด็นการสนทนากลุ่มกับนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง 3) แผนการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษาโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลัย พัทลุง ในรายวิชาเริ่มต้นกับโครงงานวิทยาศาสตร์ จำนวน 5 แผน 4) แบบประเมินทักษะการสร้างสรรค์และนวัตกรรมตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) การวิเคราะห์ข้อมูลใช้โปรแกรมสำเร็จรูป สถิติที่ใช้ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัย พบว่า 1. ความต้องการจำเป็นของผู้บริหารสถานศึกษา ครู อยากได้รูปแบบการจัดการเรียนการสอน ที่เน้นให้ผู้เรียนทำอะไรได้ ทำอะไรเป็น นอกจากนี้ยังอยากได้กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ที่สนองต่อความสามารถและความต้องการ ของนักเรียนอย่างแท้จริง สอดคล้องตามบริบทของโรงเรียน ชุมชน และการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 2. ได้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษาโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลัย พัทลุง 3. ผลการพัฒนาทักษะการสร้างสรรค์และนวัตกรรมตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) จากผลงานโครงงานวิทยาศาสตร์ของนักเรียน พบว่า นักเรียนมีผลการประเมินทักษะการสร้างสรรค์และนวัตกรรม ระดับ 2 ขึ้นไป คือ มีผลงานโครงงานวิทยาศาสตร์ที่สามารถนำเสนอผลงานและรายงานโครงงานวิทยาศาสตร์ ได้อย่างครบถ้วน โดยครอบคลุมการระบุปัญหา การรวบรวมข้อมูลและแนวคิด ที่เกี่ยวข้องกับปัญหา การออกแบบ วิธีการแก้ปัญหา การวางแผนและดำเนินการแก้ปัญหา การทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไขวิธีการแก้ปัญหา หรือชิ้นงาน และนำเสนอวิธีการแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน และตามเป้าหมายของการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) และสามารถส่งเข้าร่วมการประกวดแข่งขันกับองค์กรภายนอกตั้งแต่ระดับภูมิภาค คิดเป็น 75.00% ได้รับรางวัลจากการประกวดแข่งขันกับองค์กรภายนอกตั้งแต่ระดับภูมิภาค 50% ได้รับรางวัลจากการประกวด แข่งขันกับองค์กรภายนอกตั้งแต่ระดับประเทศขึ้นไป 50% 4. ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และผลประเมินการสร้างสรรค์และนวัตกรรมตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) พบว่า นักเรียนได้พัฒนาโครงงาน วิทยาศาสตร์จำนวน 8 โครงงาน ทั้งนี้ยังแสดงให้เห็นว่าการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) สามารถ ขับเคลื่อนได้ในระดับโรงเรียน รวมทั้งสิ้น 14 เป้าหมาย จากทั้งหมด 17 เป้าหมาย คิดเป็น 82.4% ที่ครอบคลุมทั้ง 4 มิติ คือ สังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และความร่วมมือ

โพสต์โดย yoodee29 : [31 ส.ค. 2566 เวลา 16:36 น.]
อ่าน [100999] ไอพี : 171.7.223.103
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 13,572 ครั้ง
รู้ไว้ไม่เสียหาย! ตัวเลข "เฮง-ชง" ประจำปีวอก
รู้ไว้ไม่เสียหาย! ตัวเลข "เฮง-ชง" ประจำปีวอก

เปิดอ่าน 9,676 ครั้ง
เลือกนอน ให้ถูกท่าทาง
เลือกนอน ให้ถูกท่าทาง

เปิดอ่าน 12,960 ครั้ง
ทำไมสัตวแพทย์ต้องดึงหนังระหว่างหัวไหล่ของสุนัข
ทำไมสัตวแพทย์ต้องดึงหนังระหว่างหัวไหล่ของสุนัข

เปิดอ่าน 16,046 ครั้ง
‘ครู’กับ‘ศิษย์’ ใกล้ชิดแค่ไหน? จึงจะ‘พอดี’ : โดย รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์
‘ครู’กับ‘ศิษย์’ ใกล้ชิดแค่ไหน? จึงจะ‘พอดี’ : โดย รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์

เปิดอ่าน 15,446 ครั้ง
สูตรอาหารแก้ท้องผูก
สูตรอาหารแก้ท้องผูก

เปิดอ่าน 13,033 ครั้ง
เผยแพร่แนวทางการจัดทำรายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา SAR (ไฟล์ Word)
เผยแพร่แนวทางการจัดทำรายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา SAR (ไฟล์ Word)

เปิดอ่าน 23,383 ครั้ง
สื่ออังกฤษเผย 11 สิ่งที่คุณควรลบออกจากเฟซบุ๊ก
สื่ออังกฤษเผย 11 สิ่งที่คุณควรลบออกจากเฟซบุ๊ก

เปิดอ่าน 15,098 ครั้ง
คลิปสุดฮา ฝรั่งเผยโดนคนไทยด่าครั้งแรก
คลิปสุดฮา ฝรั่งเผยโดนคนไทยด่าครั้งแรก

เปิดอ่าน 66,175 ครั้ง
ทฤษฎีการเรียนรู้แบบร่วมมือบน E-Learning
ทฤษฎีการเรียนรู้แบบร่วมมือบน E-Learning

เปิดอ่าน 117,051 ครั้ง
ความหมายของมาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา
ความหมายของมาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา

เปิดอ่าน 15,421 ครั้ง
5 สุดยอดมอยส์เจอไรเซอร์ที่หาได้จากในครัว!
5 สุดยอดมอยส์เจอไรเซอร์ที่หาได้จากในครัว!

เปิดอ่าน 19,510 ครั้ง
ประวัติจังหวัดมุกดาหาร
ประวัติจังหวัดมุกดาหาร

เปิดอ่าน 19,069 ครั้ง
เส้นทางการศึกษาใหม่ ให้ทางเลือกเยาวชน
เส้นทางการศึกษาใหม่ ให้ทางเลือกเยาวชน

เปิดอ่าน 12,845 ครั้ง
5 วิธีชวนขับรถประหยัดน้ำมัน
5 วิธีชวนขับรถประหยัดน้ำมัน

เปิดอ่าน 90,151 ครั้ง
การเขียนรายงานโครงงานวิทยาศาสตร์
การเขียนรายงานโครงงานวิทยาศาสตร์

เปิดอ่าน 16,023 ครั้ง
แนะนำ 10 เครื่องมือดี ๆ ช่วยครูในการสอนออนไลน์
แนะนำ 10 เครื่องมือดี ๆ ช่วยครูในการสอนออนไลน์
เปิดอ่าน 45,028 ครั้ง
รู้หรือยัง ประวัติ "ปาท่องโก๋"
รู้หรือยัง ประวัติ "ปาท่องโก๋"
เปิดอ่าน 24,862 ครั้ง
ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยบำเหน็จลูกจ้าง (ฉบับที่ 10) พ.ศ.2557
ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยบำเหน็จลูกจ้าง (ฉบับที่ 10) พ.ศ.2557
เปิดอ่าน 19,812 ครั้ง
ค่าตัว 2.8 หมื่นบาทต่อเดือน เผย 3 อาชีพที่นายจ้างต้องการแรงงาน
ค่าตัว 2.8 หมื่นบาทต่อเดือน เผย 3 อาชีพที่นายจ้างต้องการแรงงาน
เปิดอ่าน 15,791 ครั้ง
เตือนน้ำมังคุด ไม่ได้ช่วยรักษาโรค
เตือนน้ำมังคุด ไม่ได้ช่วยรักษาโรค

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ