บทคัดย่อ
รายงานการวิจัยเรื่องการพัฒนาครูวิชาการโรงเรียนด้านการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน โดยใช้กระบวนการ SOFER สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายโสธร เขต ๑ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อให้ครูวิชาการโรงเรียนมีความรู้ความเข้าใจ ความสามารถเกี่ยวกับการทำวิจัยในชั้นเรียน และ 2) เพื่อติดตามความก้าวหน้าครูวิชาการโรงเรียนในการดำเนินงานตามโครงการพัฒนาครูเกี่ยวกับการวิจัยในชั้นเรียนให้มีความสำเร็จ กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ครูวิชาการโรงเรียนในสถานศึกษาสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายโสธร เขต 1 และสถานศึกษาที่เข้าร่วมพัฒนา จำนวน 190 คน ประกอบด้วย ครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายโสธร เขต 1 จำนวน 185 คน และ ครูโรงเรียนเอกชนในจังหวัดยโสธรจำนวน 8 คน เครื่องมือ ที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วย 1) ชุดฝึกอบรม 4 ก้าว 3 ชั่วโมง สู่การวิจัยในชั้นเรียนสำหรับครูยุคใหม่ ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน 2) แบบสอบถามความพึงพอใจ 3) แบบติดตามผลการปฏิบัติการวิจัยของครูวิชาการโรงเรียน 4) แบบสรุปข้อมูลการวิจัยของครูวิชาการโรงเรียน ส่วนสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ (Frequency), ร้อยละ(Percentage), ค่าเฉลี่ย (Mean) ผลการวิจัยสรุปได้ ดังนี้
1. ผลการประเมินความพึงพอใจการอบรมเชิงปฏิบัติการวิจัยในชั้นเรียนตามโครงการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการศึกษาสำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษาสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายโสธร เขต 1 ภาพรวมมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.29 อยู่ในระดับมาก คิดเป็นร้อยละ 85.79 โดยมีภาพรวม ด้านวิทยากรสูงสุด มีค่าเฉลี่ย 4.51 อยู่ในระดับมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 90.29 และมีภาพรวมต่ำสุดความรู้ความเข้าใจ มีค่าเฉลี่ย 4.16 อยู่ในระดับมาก คิดเป็นร้อยละ 83.25 และด้านการนำไปใช้ ภาพรวมมีค่าเฉลี่ย 4.19 อยู่ในระดับมาก คิดเป็นร้อยละ 85.79
2. การติดตามความก้าวหน้าครูวิชาการโรงเรียนในการดำเนินงานตามโครงการพัฒนาครูเกี่ยวกับการวิจัยในชั้นเรียนให้มีความสำเร็จ ดังนี้
2.1 ผลการติดตามการวิจัยในชั้นเรียนของครูและบุคลกรทางการศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายโสธร เขต 1 ภาพรวมการปฏิบัติคิดเป็นร้อยละ 95.40 มีค่าเฉลี่ย 4.77 อยู่ในระดับมากที่สุดซึ่งมีร้อยละประเด็นการติดตามสูงสุด คือ ครูที่ผ่านการอบรม/ประชุมการวิจัยในชั้นเรียนสรุปผลการอบรม และสิ่งที่ต้องดำเนินการเสนอผู้บริหารโรงเรียน และผู้บริหารโรงเรียน ส่งเสริม สนับสนุน อำนวยความสะดวกในการดำเนินการวิจัยในชั้นเรียน การปฏิบัติคิดเป็นร้อยละ 100 มีค่าเฉลี่ย 5.00 อยู่ในระดับมากที่สุด ส่วนประเด็นการติดตามต่ำสุด คือ โรงเรียนส่งเสริมให้มีการประกวดคัดเลือก Best Practice หรืองานวิจัย หรือนวัตกรรม ระดับเขตพื้นที่ขึ้นไป การปฏิบัติ มีค่าเฉลี่ย 4.31 อยู่ในระดับมาก คิดเป็นร้อยละ 86.21
2.2 ผลการปฏิบัติในการจัดทำเค้าโครงการวิจัยในชั้นเรียนของโรงเรียนของครู และบุคลกรทางการศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายโสธร เขต ๑ ภาพรวมการปฏิบัติ มีค่าเฉลี่ย 4.38 อยู่ในระดับมาก คิดเป็นร้อยละ 87.63 และมีประเด็นการติดตามสูงสุด คือ การนิยามศัพท์เฉพาะและการกําหนดขอบข่ายของประเด็นที่ศึกษา มีความชัดเจนและมีกรอบแนวคิดในการวิจัยมีความถูกต้อง เหมาะสม ชัดเจน ตามหลักการวิจัย การปฏิบัติ มีค่าเฉลี่ย 4.56 อยู่ในระดับมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 91.26 ส่วนประเด็นการติดตามต่ำสุด คือ เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องสอดคล้องกับปัญหาวิจัย ทันสมัยปริมาณมากพอทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศมีสัดส่วนเหมาะสม การปฏิบัติ มีค่าเฉลี่ย 4.22 อยู่ในระดับมาก คิดเป็นร้อยละ 84.37
3. รายงานวิจัยในชั้นเรียนของครูวิชาการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายโสธรเขต 1 จากที่ครูเข้าอบรมจำนวน 190 คน ส่งรายงานการวิจัย จำนวน 144 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 75.79