ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาทักษะในการคิดแก้ปัญหาของนักเรียนโรงเรียนอนุบาลสุขสวัสดิ์

ผู้วิจัย วิลาสินี ชุณหะชา

ปีการศึกษา 2565

บทคัดย่อ

การวิจัยเรื่อง การพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาทักษะในการคิดแก้ปัญหาของนักเรียนโรงเรียนอนุบาลสุขสวัสดิ์ เป็นลักษณะการวิจัยและพัฒนา (research and development) มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาข้อมูลที่ใช้เป็นพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาทักษะในการคิดแก้ปัญหาของนักเรียนโรงเรียนอนุบาลสุขสวัสดิ์ 2) สร้างและหาคุณภาพเบื้องต้นของรูปแบบการบริหารงานวิชาการแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาทักษะในการคิดแก้ปัญหาของนักเรียนโรงเรียนอนุบาลสุขสวัสดิ์ 3) ทดลองใช้รูปแบบการบริหารงานวิชาการแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาทักษะในการคิดแก้ปัญหาของนักเรียนโรงเรียนอนุบาลสุขสวัสดิ์ และ 4) ประเมินผลและปรับปรุงรูปแบบการบริหารงานวิชาการแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาทักษะในการคิดแก้ปัญหาของนักเรียนโรงเรียนอนุบาลสุขสวัสดิ์ กลุ่มตัวอย่างสำหรับศึกษาข้อมูลที่ใช้เป็นพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบ จำนวน 12 คน ได้แก่ ครูผู้สอนระดับชั้นประถมศึกษา 4 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 4 คน และผู้ทรงคุณวุฒิที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานวิชาการ 4 คน กลุ่มตัวอย่างสำหรับศึกษาผลการทดลองใช้รูปแบบ ได้แก่ ครูผู้สอนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 - 6 โรงเรียนอนุบาลสุขสวัสดิ์ ประจำปีการศึกษา 2565 จำนวน 4 คน และนักเรียนที่เรียนกับครูผู้ร่วมโครงการวิจัย จำนวน 76 คน เครื่องมือที่ใช้ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ แบบทดสอบความรู้ความเข้าใจของครู แบบประเมินแผนการจัดการเรียนรู้ แบบประเมินความสามารถของครู แบบทดสอบวัดผลการเรียนรู้และทักษะการคิดแก้ปัญหาของนักเรียน ประเด็นสนทนากลุ่ม และแบบสอบถามความคิดเห็นนักเรียน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าสถิติร้อยละ (%) ค่าเฉลี่ย (x̄) ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) การทดสอบค่าที (t-test แบบ Dependent) และการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)

ผลการวิจัยปรากฏผล ดังนี้

1. การศึกษาข้อมูลที่ใช้เป็นพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาทักษะในการคิดแก้ปัญหาของนักเรียนโรงเรียนอนุบาลสุขสวัสดิ์ พบว่า การพัฒนาทักษะการคิดแก้ปัญหาของนักเรียนขึ้นอยู่กับการจัดการเรียนการสอนและกระบวนการเรียนรู้ ซึ่งปัจจัยสำคัญคือ ครูผู้สอนที่ต้องรู้แนวทางการขับเคลื่อนกระบวนการคิดแก้ปัญหาเข้าสู่ห้องเรียน ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายจะต้องพัฒนาหลักสูตรที่ส่งเสริมทักษะในการคิดแก้ปัญหาของนักเรียนที่ชัดเจน เพื่อบูรณาการเข้าในกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ และมีการนำระบบนิเทศภายในเข้ามาช่วยในการพัฒนาทักษะอาชีพครู ดังนั้น จึงควรนำหลักการบริหารแบบมีส่วนร่วมเข้ามาใช้ในรูปแบบการบริหารงานวิชาการเพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายได้ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบ และร่วมกันรับผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการบริหารจัดการ

2. การสร้างและหาคุณภาพเบื้องต้นของรูปแบบการบริหารงานวิชาการแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาทักษะในการคิดแก้ปัญหาของนักเรียนโรงเรียนอนุบาลสุขสวัสดิ์ พบว่า รูปแบบการบริหารงานวิชาการแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาทักษะในการคิดแก้ปัญหาของนักเรียนโรงเรียนอนุบาลสุขสวัสดิ์ ประกอบด้วยองค์ประกอบ 3 ส่วน คือ องค์ประกอบเชิงโครงสร้าง ได้แก่ หลักการ และวัตถุประสงค์ องค์ประกอบเชิงกระบวนการ ได้แก่ กระบวนการ PPDE Model แบ่งออกเป็น 4 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ระยะการเตรียมการ (Preparing phase = P) ระยะที่ 2 ระยะการวางแผน (Planning phase = P) ระยะที่ 3 ระยะการปฏิบัติงาน (Doing phase = D) และระยะที่ 4 ระยะการประเมินผล (Evaluating phase = E) และองค์ประกอบเชิงปัจจัยสนับสนุนที่จะช่วยให้การนำรูปแบบไปใช้ บรรลุผลตามเป้าประสงค์หลัก (goal) ของรูปแบบ และรูปแบบมีประสิทธิภาพ ด้านความสมเหตุสมผลเชิงทฤษฎี ด้านความเป็นไปได้ และด้านความสอดคล้องของรูปแบบ ในภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด

3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารงานวิชาการแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาทักษะในการคิดแก้ปัญหาของนักเรียนโรงเรียนอนุบาลสุขสวัสดิ์ พบว่า

3.1 ความรู้ความเข้าใจของครูเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมทักษะในการคิดแก้ปัญหาของนักเรียนหลังการใช้รูปแบบสูงกว่าก่อนการใช้รูปแบบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

3.2 ความสามารถของครูในการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมทักษะในการคิดแก้ปัญหาของนักเรียนในภาพรวมอยู่ในระดับสูง

3.3 ความสามารถของครูในการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมทักษะในการคิดแก้ปัญหาของนักเรียน ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด

3.4 ผลการเรียนรู้และทักษะในการคิดแก้ปัญหาของนักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์โดยครูที่ใช้รูปแบบ มีคะแนนหลังการใช้รูปแบบสูงกว่าก่อนการใช้รูปแบบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

4. การประเมินผลและปรับปรุงรูปแบบการบริหารงานวิชาการแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาทักษะในการคิดแก้ปัญหาของนักเรียนโรงเรียนอนุบาลสุขสวัสดิ์ พบว่า

4.1 ความคิดเห็นของครู สรุปได้ว่า องค์ประกอบมีความเหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีผู้วิจัยทำหน้าที่ดูแลให้คำปรึกษา แนะนำในการใช้รูปแบบ และมีการนิเทศติดตามเป็นระยะ ๆ ทำให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล ครูมีการเลือกวิธีการพัฒนาสมรรถนะในการจัดการเรียนรู้ที่แตกต่างกันบ้าง ตามความเหมาะสมต่อวัยและระดับชั้นของนักเรียน การนำรูปแบบไปใช้ก่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อการพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ มีความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ และเครื่องมือที่ใช้ส่งผลต่อการพัฒนา การนำกระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วมมาใช้ในการพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนการสอนของครูเกิดประโยชน์ต่อการพัฒนางานของกลุ่มครู เนื่องจากครูเกิดการร่วมมือ ร่วมแรงร่วมใจกันคิด ร่วมกันวางแผนการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้เทคนิควิธีการในการจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสมเป็นประโยชน์ เปิดใจยอมรับซึ่งกันและกันในการช่วยกันแก้ไขปัญหา ด้านประเด็นที่เกี่ยวกับข้อที่ควรปรับปรุงแก้ไขของรูปแบบ คือ เรื่องเวลาการร่วมสังเกตการสอนของครูที่ได้รับมอบหมาย ควรตรวจสอบตารางสอนและจัดทำปฏิทินตารางเวลาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับเวลาในการปฏิบัติงานของครูแต่ละคน

4.2 ความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ของครูที่ใช้รูปแบบการบริหารงานวิชาการแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาทักษะในการคิดแก้ปัญหาของนักเรียนโรงเรียนอนุบาลสุขสวัสดิ์ ในภาพรวม มีความคิดเห็นด้วยในระดับมาก

โพสต์โดย Japanese : [25 มี.ค. 2566 เวลา 17:10 น.]
อ่าน [102888] ไอพี : 184.22.20.227
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 13,935 ครั้ง
ปฏิรูปการศึกษา : มุ่งการขยายโครงสร้าง คือเลือกทางสู่ความล้มเหลว โดย ประเสริฐ ตันสกุล
ปฏิรูปการศึกษา : มุ่งการขยายโครงสร้าง คือเลือกทางสู่ความล้มเหลว โดย ประเสริฐ ตันสกุล

เปิดอ่าน 11,493 ครั้ง
หลากหลายวิธี ช่วยให้อารมณ์ดีทันตาเห็น
หลากหลายวิธี ช่วยให้อารมณ์ดีทันตาเห็น

เปิดอ่าน 47,355 ครั้ง
คำพังเพย
คำพังเพย

เปิดอ่าน 12,516 ครั้ง
สักการะเกจิชื่อดัง... ตามหาผู้นำต้นยางต้นแรกมาปลูกในตรัง แวะชิมหมูย่างเมืองตรัง
สักการะเกจิชื่อดัง... ตามหาผู้นำต้นยางต้นแรกมาปลูกในตรัง แวะชิมหมูย่างเมืองตรัง

เปิดอ่าน 19,694 ครั้ง
จิตรกรรมและศาสนา
จิตรกรรมและศาสนา

เปิดอ่าน 14,729 ครั้ง
วิธีทาลิปกลอสให้สวย
วิธีทาลิปกลอสให้สวย

เปิดอ่าน 14,590 ครั้ง
ลิ้นจี่ช่วยชาติ ผลไม้อร่อย ประโยชน์คับลูก
ลิ้นจี่ช่วยชาติ ผลไม้อร่อย ประโยชน์คับลูก

เปิดอ่าน 16,875 ครั้ง
โซเชียลเน็ตเวิร์กทำครอบครัวร้าว
โซเชียลเน็ตเวิร์กทำครอบครัวร้าว

เปิดอ่าน 67,757 ครั้ง
พระพุทธรูปในศิลปะไทยสมัยต่าง ๆ
พระพุทธรูปในศิลปะไทยสมัยต่าง ๆ

เปิดอ่าน 11,060 ครั้ง
เตือนคนไทยระวัง "โรคลมร้อน"
เตือนคนไทยระวัง "โรคลมร้อน"

เปิดอ่าน 2,355 ครั้ง
ความสำคัญของการตรวจวัดคุณภาพอากาศภายในอาคาร
ความสำคัญของการตรวจวัดคุณภาพอากาศภายในอาคาร

เปิดอ่าน 11,146 ครั้ง
สารอาหาร ที่เซลล์มะเร็งต้องการ
สารอาหาร ที่เซลล์มะเร็งต้องการ

เปิดอ่าน 27,781 ครั้ง
รายนามศิลปินแห่งชาติ 2559 จำนวน 12 ท่าน
รายนามศิลปินแห่งชาติ 2559 จำนวน 12 ท่าน

เปิดอ่าน 66,509 ครั้ง
เด็กมี IQ อย่างเดียวไม่พอ! ต้องมี EF ทักษะฝึกสมองบ่มเพาะ "นิสัยอดทน-พากเพียร"
เด็กมี IQ อย่างเดียวไม่พอ! ต้องมี EF ทักษะฝึกสมองบ่มเพาะ "นิสัยอดทน-พากเพียร"

เปิดอ่าน 469,181 ครั้ง
     กาพย์สุรางคนางค์ ๒๘  พร้อมตัวอย่าง ง่ายต่อการจดจำ
กาพย์สุรางคนางค์ ๒๘ พร้อมตัวอย่าง ง่ายต่อการจดจำ

เปิดอ่าน 197,765 ครั้ง
ดาวน์โหลดที่นี่ แบบฝึกหัดเพื่อพัฒนาทักษะการคิดเลขเร็ว  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 6 เริ่มใช้ภาคเรียนที่ 1/2559
ดาวน์โหลดที่นี่ แบบฝึกหัดเพื่อพัฒนาทักษะการคิดเลขเร็ว ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 6 เริ่มใช้ภาคเรียนที่ 1/2559
เปิดอ่าน 18,300 ครั้ง
เพลงลอยกระทง
เพลงลอยกระทง
เปิดอ่าน 14,352 ครั้ง
ทำไงดีหนอ…กับอาการแพ้ท้อง?
ทำไงดีหนอ…กับอาการแพ้ท้อง?
เปิดอ่าน 22,650 ครั้ง
การปฏิรูปการศึกษาที่ไม่ได้หัวใจครู
การปฏิรูปการศึกษาที่ไม่ได้หัวใจครู
เปิดอ่าน 12,987 ครั้ง
เปิดเว็บ"ยากับคุณ" ช่วยคนไทยห่างไกลโรค
เปิดเว็บ"ยากับคุณ" ช่วยคนไทยห่างไกลโรค

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ