|
Advertisement
|
ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการนิเทศ เพื่อพัฒนาครูกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยีในการจัดการเรียนรู้เสริมสร้างทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียน
สังกัดเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์
ผู้วิจัย นายวีรยุทธ ฆารประเดิม ตำแหน่งศึกษานิเทศก์ วิทยฐานะศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ
สังกัด สำนักการศึกษา เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์
ปีที่วิจัย ปีการศึกษา 2564
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนารูปแบบการนิเทศ พัฒนาครูกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในการจัดการเรียนรู้ เสริมสร้างทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนสังกัดเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ 2) เพื่อประเมินผลการใช้รูปแบบการนิเทศ พัฒนาครูกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนสังกัดเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ 2.1) ประเมินสมรรถภาพในการนิเทศของครูผู้นิเทศ 2.2) ประเมินสมรรถภาพการจัดการเรียนรู้ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณของครูผู้รับการนิเทศ 2.3) ประเมินผลสัมฤทธิ์ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียน 2.4) ศึกษาความพึงพอใจของครูผู้นิเทศและครูผู้รับการนิเทศที่มีต่อรูปแบบการนิเทศ 2.5) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) ซึ่งมีขั้นตอนในการวิจัย 4 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน (Research: R1) ขั้นตอนที่ 2 การออกแบบและพัฒนารูปแบบการนิเทศ (Development: D1)ขั้นตอนที่ 3 การนํารูปแบบการนิเทศไปใช้ (Research: R2) ขั้นตอนที่ 4 การประเมินผลรูปแบบการนิเทศ (Development: D2) กลุ่มตัวอย่าง คือ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นครูผู้นิเทศ คือ ครูผู้นิเทศ จำนวน 5 คน ครูผู้รับการนิเทศ คือ ครูวิทยาศาสตร์ จำนวน 6 คน และนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4- ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 180 คน ปีการศึกษา 2564 ได้มาโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จากโรงเรียนสังกัดเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ จำนวน 3 โรงเรียน ได้แก่ 1) โรงเรียนเทศบาล 1 กาฬสินธุ์พิทยาสิทธิ์ 2) โรงเรียนเทศบาล 4 เฉลิมพระเกียรติ 3) โรงเรียนเทศบาล 6 ทุ่งศรีเมืองประชาวิทย์ ด้วยเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบวิเคราะห์เนื้อหา แบบทดสอบ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ แบบบันทึกการสังเกต แบบบันทึกการสอนแบบพรรณนาความแบบประเมินสมรรถภาพ การนิเทศและสมรรถภาพการจัดการเรียนรู้ แบบสอบถาม ความพึงพอใจ และประเด็นการสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้สถิติ ค่าร้อยละ (%) ค่าเฉลี่ย ( ) ค่าร้อยละเฉลี่ย (%) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) การทดสอบค่าที (t test dependent) และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่ารูปแบบการนิเทศ เพื่อพัฒนาครูในการจัดการเรียนรู้เสริมสร้างทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนสังกัดเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ที่พัฒนาขึ้นมีชื่อว่า NAIPDE Model มีองค์ประกอบ คือ หลักการ วัตถุประสงค์ และกระบวนการนิเทศการสอน 6 ขั้น ได้แก่ ขั้นที่ 1 การกำหนดปัญหาและความต้องการจำเป็น (Need : N) ขั้นที่ 2 การประเมินสภาพและสมรรถนะในการจัดการเรียนรู้ (Assessing : A) ขั้นที่ 3 การให้ความรู้ก่อนการนิเทศการจัดการเรียนรู้ (Informing : I) ขั้นที่ 4 การวางแผนการนิเทศการจัดการเรียนรู้ (Planning : P) ขั้นที่ 5 การปฏิบัติการนิเทศการจัดการเรียนรู้ (Doing : D) และขั้นที่ 6 การประเมินผลการนิเทศการจัดการเรียนรู้ (Evaluating : E) ผลการตรวจสอบประสิทธิภาพของรูปแบบการนิเทศโดยผู้เชี่ยวชาญ 5 คน พบว่า รูปแบบการนิเทศมีประสิทธิภาพ และผลการตรวจสอบประสิทธิภาพเชิงประจักษ์ของรูปแบบการนิเทศ พบว่า ครูผู้ทําหน้าที่นิเทศมีสมรรถภาพการนิเทศการสอน หลังการใช้รูปแบบการนิเทศสูงกว่าก่อนการใช้รูปแบบการนิเทศครูผู้รับการนิเทศมีสมรรถภาพการจัดการเรียนรู้ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณหลังการใช้รูปแบบการนิเทศสูงกว่าก่อนการใช้รูปแบบการนิเทศนักเรียนมีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ หลังการใช้รูปแบบการนิเทศสูงกว่าก่อนการใช้รูปแบบการนิเทศอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ครูผู้ทําหน้าที่นิเทศและครูผู้รับนิเทศมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการนิเทศอยู่ในระดับมาก และนักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณของครูอยู่ในระดับมาก
|
โพสต์โดย ศน.วีรยุทธ : [7 มี.ค. 2566 เวลา 10:13 น.] อ่าน [100707] ไอพี : 122.154.157.77
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
|
Advertisement
|
|
| |
|
|
|
|
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2. ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป
3. สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น
7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป
** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**
|
| |
|
≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡ เปิดอ่าน 20,674 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 25,636 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 10,950 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 11,472 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 14,003 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 18,832 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 50,517 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 27,718 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 75,431 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 54,056 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 22,254 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 17,026 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 10,791 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 19,628 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 16,154 ครั้ง 
| |
|
เปิดอ่าน 156,908 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 53,503 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 98,304 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 600 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 17,056 ครั้ง 
|
|

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด
|