บทสรุปสำหรับผู้บริหาร
(Executive summary)
การประเมินโครงการเรื่อง: การประเมินเชิงระบบโครงการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและแก้ปัญหายาเสพติด
ของโรงเรียนมัธยมพัชรกิติยาภา 3 สุราษฎร์ธานี
ผู้ประเมิน: พิมลรัตน์ โสธารัตน์
สถานศึกษา: โรงเรียนมัธยมพัชรกิติยาภา 3 สุราษฎร์ธานี
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุราษฎร์ธานี ชุมพร
ปีที่ทำการประเมิน: 2563
...................................................................................................................................................................
การประเมินเชิงระบบโครงการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและแก้ปัญหายาเสพติดของ โรงเรียนมัธยมพัชรกิติยาภา 3 สุราษฎร์ธานี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุราษฎร์ธานี ชุมพร ปีการศึกษา 2563 เป็นโครงการที่มีแนวปฏิบัติอย่างเป็นระบบ ใช้รูปแบบการประเมิน แบบ CIPP Model ใน 4 ด้าน ได้แก่ การประเมินบริบทหรือสภาพแวดล้อม (Context Evaluation) การประเมินปัจจัยนำเข้า (Input Evaluation) การประเมินกระบวนการ (Process Evaluation) และ การประเมินผลผลิต (Product Evaluation) การประเมินมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อประเมินบริบทของโครงการเกี่ยวกับความต้องการความจำเป็น ความสอดคล้อง และความเหมาะสมของวัตถุประสงค์ ของโครงการ 2) เพื่อประเมินปัจจัยนำเข้าของโครงการ เกี่ยวกับความพร้อมของผู้รับผิดชอบโครงการ ความพร้อมของอาคารสถานที่ ความเพียงพอของงบประมาณ วัสดุ อุปกรณ์ และความพร้อม ด้านการบริหารจัดการ 3) เพื่อประเมินกระบวนการดำเนินงานของโครงการเกี่ยวกับการมีส่วนร่วม ด้านการวางแผน ด้านการดำเนินงาน ด้านการกำกับติดตาม ประเมินผล และด้านการนำผล ไปปรับปรุงพัฒนา และ4) เพื่อประเมินผลผลิตของโครงการเกี่ยวกับความรู้ในการป้องกันยาเสพติด เจตคติต่อการป้องกันยาเสพติด พฤติกรรมการป้องกันตนเองจากยาเสพติด และความพึงพอใจ ต่อการดำเนินโครงการ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการประเมินครั้งนี้ จำนวนทั้งสิ้น 278 คน กำหนดขนาด ของกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางของเครจซี่และมอร์แกน ประกอบด้วย ครู จำนวน 8 คน ได้มาโดย การสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) นักเรียนจำนวน 160 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบเจาะจง (Purposive Sampling) โดยเลือกห้องเรียนที่มีนักเรียนกลุ่มเสี่ยงสูง ดังนี้ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/3 จำนวน 28 คน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/3 จำนวน 26 คน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/4 จำนวน 30 คน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/3 จำนวน 25 คน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/2 จำนวน 26 คน และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/4 จำนวน 25 คน ผู้ปกครองนักเรียน ได้มาโดยการสุ่มแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ซึ่งเป็นผู้ปกครองนักเรียนในห้องเรียนที่มีกลุ่มเสี่ยงสูง และทำการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) จำนวน 106 คน และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 2 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจ จำนวน 1 คน เจ้าหน้าที่สาธารณสุข จำนวน 1 คน ได้มาจากการสุ่มแบบเจาะจง การประเมินโครงการแบ่งเป็น 3 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 การประเมินก่อนการดำเนินโครงการ มีการเก็บข้อมูล 2 ขั้นตอน 1) เป็นการประเมินด้านบริบท กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครู ผู้ปกครองนักเรียน และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 116 คน เครื่องมือเป็นแบบสอบถามฉบับที่ 1 มีค่าอำนาจจำแนกระหว่าง 0.47 - 0.97 มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ เท่ากับ 0.98 และใช้แบบสัมภาษณ์ กึ่งมีโครงสร้าง เก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์ครู เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข จำนวน 10 คน 2) เป็นการประเมินเกี่ยวกับปัจจัยนำเข้า กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครู จำนวน 8 คน เครื่องมือ เป็นแบบสอบถามฉบับที่ 2 มีค่าอำนาจจำแนกระหว่าง 0.48 - 0.79 มีค่าความเชื่อมั่น ทั้งฉบับ เท่ากับ 0.93 ระยะที่ 2 การประเมินระหว่างดำเนินโครงการ มีการเก็บข้อมูล 1 ขั้นตอน คือ กระบวนการดำเนินงานของโครงการ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ครู ผู้ปกครองนักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษา ขั้นพื้นฐาน เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข จำนวน 118 คน โดยใช้แบบสอบถามฉบับที่ 3 มีค่าอำนาจจำแนกระหว่าง 0.34 - 0.71 และมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ เท่ากับ 0.96 ระยะที่ 3 การประเมินหลังการดำเนินงาน เป็นการประเมินผลผลิต มีการเก็บข้อมูล 4 ประการ ดังนี้ 1) การประเมินผลเกี่ยวกับความรู้ในการป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติด กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียน จำนวน 160 คน เครื่องมือเป็นแบบทดสอบวัดความรู้ เรื่อง การป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติด มีค่าความยากง่าย อยู่ระหว่าง 0.46 - 0.68 ค่าอำนาจจำแนก อยู่ระหว่าง 0.37 - 0.74 และ มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ เท่ากับ 0.85 2) การประเมินเจตคติเชิงบวกต่อการป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติด กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียน จำนวน 160 คน เครื่องมือเป็นแบบสอบถามฉบับที่ 4 มีค่าอำนาจจำแนกระหว่าง 0.42 0.73 และ มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ เท่ากับ 0.92 3) การประเมินพฤติกรรมการป้องกันตนเองจากยาเสพติด กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียน จำนวน 160 คน เครื่องมือเป็นแบบสังเกตพฤติกรรมการป้องกันตนเอง จากยาเสพติดของนักเรียน มีค่าความสอดคล้อง ระหว่าง 0.80 - 1.00 และ 4) การประเมินความพึงพอใจต่อการดำเนินโครงการ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียน ผู้ปกครองนักเรียน ครู จำนวน 274 คน เครื่องมือเป็นแบบสอบถามความพึงพอใจ มีค่าอำนาจจำแนกระหว่าง 0.55 - 0.70 ค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ เท่ากับ 0.90 เครื่องมือที่ใช้ใน การเก็บข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ แบบสังเกต และแบบทดสอบ โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา หาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย (Mean) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)
ผลการประเมิน พบว่า
1. ผลการประเมินด้านบริบทของโครงการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและแก้ปัญหายาเสพติด ของโรงเรียนมัธยมพัชรกิติยาภา 3 สุราษฎร์ธานี เกี่ยวกับความต้องการความจำเป็น ความสอดคล้องและความเหมาะสมของวัตถุประสงค์ของโครงการ
1.1 ผลการประเมินด้านบริบทของโครงการเกี่ยวกับความต้องการความจำเป็น ความสอดคล้องและความเหมาะสมของวัตถุประสงค์ของโครงการ โดยภาพรวมอยู่ในระดับคุณภาพเห็นด้วยอย่างยิ่ง ( = 4.68) เมื่อพิจารณาเป็นรายตัวชี้วัด พบว่า ทุกรายการอยู่ในระดับเห็นด้วยอย่างยิ่ง เรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ได้แก่ ความต้องการจำเป็นของโครงการ ความสอดคล้อง ของวัตถุประสงค์ และ ความเหมาะสมของวัตถุประสงค์ ตามลำดับ
1.2 ผลการสัมภาษณ์ความคิดเห็นของ ครู เจ้าหน้าที่ตำรวจ และ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข โดยผู้ให้สัมภาษณ์ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสภาพปัจจุบันในสังคมหรือในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานีว่ามีความเสี่ยงมากที่จะเกิดปัญหายาเสพติดกับนักเรียนเพราะมีปัจจัยเสี่ยงรอบตัวนักเรียน เช่น สถานบันเทิงที่มีจำนวนมาก สภาพเศรษฐกิจตกต่ำ ปัญหาครอบครัวและช่วงวัย ของนักเรียน ที่มีความอยากรู้ อยากลอง ผู้ให้สัมภาษณ์ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทาง ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของนักเรียน โดยให้โรงเรียนกำหนดนโยบายที่ชัดเจน มีการจัดทำโครงการเพื่อเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับอันตรายจากยาเสพติดเป็นการสร้างความตระหนักและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดให้แก่นักเรียน และดำเนินงานแบบมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน และผู้ให้สัมภาษณ์ได้แสดงความคิดเห็นในการสนับสนุน และเห็นด้วยอย่างยิ่ง ในการจัดทำ โครงการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันปัญหายาเสพติดของโรงเรียนมัธยมพัชรกิติยาภา 3 สุราษฎร์ธานี เพราะปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ต้องแก้ไข
2. ผลการประเมินด้านปัจจัยนำเข้าของการประเมินเชิงระบบโครงการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและแก้ปัญหายาเสพติดของโรงเรียนมัธยมพัชรกิติยาภา 3 สุราษฎร์ธานี โดยภาพรวมอยู่ในระดับคุณภาพมากที่สุด ( = 4.60) เมื่อพิจารณาเป็นรายตัวชี้วัด พบว่า ทุกรายการอยู่ในระดับมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 4.56 - 4.66 เรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ได้แก่ ความเพียงพอของงบประมาณ วัสดุ อุปกรณ์ ความพร้อมของอาคารสถานที่ ความพร้อมด้านการบริหารจัดการ และความพร้อม ของผู้รับผิดชอบโครงการ ตามลำดับ
3. ผลการประเมินกระบวนการดำเนินงานของโครงการเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมด้านการวางแผน ด้านการดำเนินงาน ด้านการกำกับติดตาม ประเมินผล และด้านการนำผลไปปรับปรุงพัฒนา โดยภาพรวมอยู่ในระดับคุณภาพมากที่สุด ( = 4.60) เมื่อพิจารณาเป็นรายตัวชี้วัด พบว่า ทุกรายการ อยู่ในระดับมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 4.57 - 4.64 เรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ได้แก่ การมีส่วนร่วมด้านการวางแผน ด้านการดำเนินงาน ด้านการกำกับติดตาม ประเมินผล และ การมีส่วนร่วมด้านการนำผลไปปรับปรุงพัฒนา ตามลำดับ
4. ผลการประเมินด้านผลผลิตของโครงการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและแก้ปัญหายาเสพติดของโรงเรียนมัธยมพัชรกิติยาภา 3 สุราษฎร์ธานี พบว่า
4.1 ผลการทดสอบวัดความรู้ก่อนและหลังเรียน เรื่อง การป้องกันและแก้ไขปัญหา ยาเสพติดของนักเรียนโรงเรียนมัธยมพัชรกิติยาภา 3 สุราษฎร์ธานี โดยรวมผลการเรียนก่อนเรียน ได้คะแนน คิดเป็นร้อยละ 31.12 หลังเรียนได้คะแนน คิดเป็นร้อยละ 93.16 เมื่อจำแนกเป็นชั้นเรียนปรากฏว่า ทุกชั้นเรียนมีผลการทดสอบวัดความรู้มากกว่าร้อยละ 80.00 ผ่านเกณฑ์การประเมิน
4.2 ผลการประเมินเจตคติต่อการป้องกันยาเสพติดของนักเรียนเกี่ยวกับด้านแนวคิดเชิงบวกเกี่ยวกับการต้านยาเสพติด ด้านความรู้สึกเชิงบวกในการต้านยาเสพติด และด้านแนวโน้มที่จะแสดงพฤติกรรมต้านยาเสพติด โครงการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและแก้ปัญหายาเสพติดของ โรงเรียนมัธยมพัชรกิติยาภา 3 สุราษฎร์ธานี พบว่า โดยค่าเฉลี่ยรวม เท่ากับ 4.59 และเมื่อพิจารณา เป็นรายข้อ มีระดับเจตคติ เฉลี่ยอยู่ระหว่าง 4.56 4.61 แปลความหมายได้ว่า นักเรียนมีเจตคติเชิงบวกต่อการป้องกันยาเสพติด
4.3 ผลการประเมินการสังเกตระดับพฤติกรรมการป้องกันตนเองจากยาเสพติดของนักเรียนโรงเรียนมัธยมพัชรกิติยาภา 3 สุราษฎร์ธานีโครงการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและแก้ปัญหายาเสพติดของโรงเรียนทีปราษฎร์พิทยาพบว่า ภาพรวม มีการปฏิบัติระดับมากที่สุด ( = 4.67) เมื่อพิจารณา เป็นรายการ พบว่า ทุกรายการอยู่ในระดับปฏิบัติมากที่สุด
4.4 ผลการประเมินความพึงพอใจต่อการดำเนินโครงการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและ แก้ปัญหายาเสพติดของโรงเรียนมัธยมพัชรกิติยาภา 3 สุราษฎร์ธานี พบว่า ภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.63) เมื่อพิจารณาเป็นรายการ พบว่า ทุกรายการอยู่ในระดับมากที่สุด
ข้อเสนอแนะ
ข้อเสนอแนะในการนำไปใช้
1. โรงเรียนควรมีโครงการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและแก้ปัญหายาเสพติดอย่างต่อเนื่องทุกปีและครูควรเตรียมการที่จะเข้าร่วมโครงการการป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติดของโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง
2. โรงเรียนควรเป็นแหล่งรวบรวมกลยุทธ์การป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติด และ การเก็บรักษาเพื่อประโยชน์ทางการศึกษา และเผยแพร่สู่ภายนอก
3. โรงเรียนควรมีการเชื่อมต่อด้วยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นการสร้างเครือข่าย ทางการศึกษาแลกเปลี่ยนข้อมูลการเรียนรู้ทรัพยากรที่สามารถสื่อสารกันได้ทั่วประเทศ
4. โรงเรียนควรใช้โครงการเป็นสื่อที่ก่อให้เกิดความร่วมมือระหว่างโรงเรียนกับชุมชน ครู นักเรียน และผู้ปกครองนักเรียน
5. โรงเรียนควรจัดทำข้อมูลการป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติดนำขึ้นเว็บไซต์ เพื่อเป็น การเผยแพร่ผลการดำเนินงานโครงการ และเป็นแนวทางในการสร้างเครือข่ายกับทั้งองค์การภายนอกและภายในโรงเรียน
6. ครูควรเตรียมการที่จะเข้าร่วมโครงการการป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติดของโรงเรียน ต่อเนื่องทุกปี
7. ครูควรบูรณาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนสาระ การป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติดกับทุกกลุ่มสาระวิชา และควรดำเนินการตามคู่มือให้ครบทุกขั้นตอนและสามารถปรับกิจกรรม โครงการให้เหมาะสมและสอดคล้องกับบริบทของโรงเรียน
8. ผู้บริหารควรมีการสร้างขวัญกำลังใจแก่ครูโดยเป็นแบบอย่างที่ดี ปรึกษาและช่วยเหลือตามความเหมาะสม รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนให้ครูได้ใช้โครงการการป้องกันและแก้ปัญหา ยาเสพติดในการจัดการเรียนรู้ในกิจกรรมการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง
ข้อเสนอแนะเพื่อการประเมินครั้งต่อไป
1. ควรศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของการดำเนินโครงการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันปัญหา ยาเสพติดและโครงการอื่นที่โรงเรียนรับผิดชอบ
2. ทำการประเมินโครงการ เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้นำชุมชน ครูพระ ครูตำรวจ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขกับสถานศึกษา เพื่อเป็นข้อมูลในการบริหารโครงการ และสร้างความเข้าใจและร่วมมือที่ดีต่อกันต่อไป