ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
การประเมินผลโครงการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโดยใช้ โดยใช้ทฤษฎี CIPP MODEL โรงเรียนบ้านชะอวด อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช

ชื่อเรื่อง : การประเมินผลโครงการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโดยใช้ โดยใช้ทฤษฎี CIPP MODEL

โรงเรียนบ้านชะอวด อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช

ชื่อผู้ประเมิน : นายธีรนันท์ รัตตะ

ตำแหน่ง : รองผู้อำนวยการสถานศึกษา วิทยฐานะ ชำนาญการ

ปีที่ประเมิน : ปีการศึกษา 2564

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร

การประเมินผลโครงการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโดยใช้ โดยใช้ทฤษฎี CIPP MODEL โรงเรียนบ้านชะอวด อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลการพัฒนา ตามโครงการการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ของโรงเรียนบ้านชะอวด อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ปีการศึกษา 2564 โดยใช้รูปแบบซิปป์ (CIPP Model) ของ Daniel L. Stufflebeam ซึ่งประกอบด้วย 4 ด้าน คือ 1) ประเมินด้านสภาพบริบท (Context Evaluation) 2) ประเมินด้านปัจจัยนำเข้า (Input Evaluation) 3) ประเมินด้านกระบวนการ (Process Evaluation) และ 4) ประเมินด้านผลผลิต (Product Evaluation) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการประเมินครั้งนี้ จำนวน 61 คนประกอบด้วย ครู จำนวน 8 คน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 - 6 จำนวน 23 คน ผู้ปกครองนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 จำนวน 23 คน และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนบ้านชะอวด จำนวน 7 คน เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูลมี 2 ฉบับ ฉบับที่ 1 แบบสอบถามประเมินโครงการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนโดยใช้ทฤษฎี CIPP MODEL โรงเรียนบ้านชะอวด อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช สำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษา ฉบับที่ 2 แบบสอบถามประเมินโครงการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโดยใช้ทฤษฎี CIPP MODEL โรงเรียนบ้านชะอวด อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช สำหรับนักเรียน ผู้ปกครองนักเรียน และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนบ้านชะอวด โดยการวิเคราะห์ข้อมูล จากการหาค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย (X ̅) และ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)

สรุปผลการประเมินโครงการ

1. ผลการประเมินโครงการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโดยใช้ทฤษฎี CIPP MODEL โรงเรียนบ้านชะอวด อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช จากการตอบแบบสอบถามของครูผู้ปฏิบัติงานโครงการจำนวน 8 คน สรุปผล ได้ดังนี้

1.1 ด้านสภาพบริบท (Context)

มีผลการประเมิน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (X ̅= 4.50, S.D. = 0.49) และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าข้อที่มีระดับมากที่สุด คือ ข้อที่ 1 โครงการมีหลักการการดำเนินการที่สอดคล้องกับ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ที่แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 พ.ศ.2545 และ ฉบับที่ 3 ที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2553 และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และข้อที่ 2 โครงการมีหลักการการดำเนินการที่สอดคล้องกับ วิสัยทัศน์ นโยบาย พันธกิจ เป้าประสงค์ของโรงเรียน คือ (X ̅= 4.75, S.D. = 0.46) รองลงมา มีความเหมาะสมในระดับมากทุกรายการ ตามลำดับ

1.2 ด้านปัจจัยนำเข้า (Input)

มีผลการประเมินโดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก (X ̅= 4.40, S.D. = 0.53) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่าข้อที่มีระดับมากที่สุด คือ มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานมีความเหมาะสม (X ̅= 4.88, S.D. = 0.35) รองลงมา คือ มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ/คอมพิวเตอร์ (X ̅= 4.75, S.D. = 0.46) มีการเป็นผู้นำในการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนและมีความรัก ความเอื้ออาทร และเข้าใจนักเรียน (X ̅= 4.63, S.D. = 0.52) รองลงมามีความเหมาะสมในระดับมากทุกรายการตามลำดับ

1.3 ด้านกระบวนการ (Process)

1) ผลการประเมินความคิดเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของขั้นตอนการดำเนินงานของโครงการโดยภาพรวม มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อรายการ พบว่า มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากทุกข้อ ข้อที่มีความเหมาะสมสูงสุด (X ̅= 4.39, S.D. = 0.62) คือ ขั้นการดำเนินงานโครงการ (X ̅= 4.40, S.D. = 0.53) รองลงมา คือ ขั้นการประเมินผล สรุปผล และรายงาน (X ̅= 4.40, S.D. = 0.62) และขั้นเตรียมการโครงการ (X ̅= 4.38, S.D. = 0.57) ตามลำดับ

2) ผลการประเมินความคิดเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสม ของการดำเนินงานของโครงการโดยภาพรวม มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด (X ̅ = 4.55, S.D. = 0.53) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่าข้อที่มีระดับความเหมาะสมสูงสุดในระดับมากที่สุด คือ การคัดกรองนักเรียน (X ̅= 4.75, S.D. = 0.41) และการรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล จากการเยี่ยมบ้านของนักเรียน (X ̅ = 4.75, S.D. = 0.44) รองลงมามีความเหมาะสมในระดับมากที่สุด คือ การส่งต่อนักเรียน (X ̅ = 4.69, S.D. = 0.47) การศึกษาข้อมูลนักเรียนเป็นรายบุคคล (X ̅ = 4.66, S.D. = 0.49) กิจกรรมเยี่ยมบ้านนักเรียน (X ̅ = 4.59, S.D. = 0.45) กิจกรรมป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติด (X ̅ = 4.56, S.D. = 0.56) การประชุมผู้ปกครองนักเรียน ( X ̅= 4.53, S.D. = 0.55) กิจกรรมโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ (X ̅ = 4.53, S.D. = 0.57) กิจกรรมเพื่อนช่วยเพื่อน ( X ̅ = 4.53, S.D. = 0.58) และกิจกรรมอบรมค่ายคุณธรรมจริยธรรม (X ̅ = 4.53, S.D. = 0.60) ตามลำดับ

1.4 ด้านผลผลิต (Product)

1) ผลการประเมิน ด้านผลผลิตเกี่ยวกับคุณภาพนักเรียน โดยภาพรวม พบว่ามีความพึงพอใจ อยู่ในระดับมากที่สุด (X ̅ = 4.61, S.D. = 0.51) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่ามีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด คือ นักเรียนเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว ชุมชน และสังคม (X ̅ = 4.75, S.D.= 0.37) รองลงมาคือ นักเรียนมีสุขภาพกาย สุขภาพจิตและสุขนิสัยที่ดี (X ̅ = 4.63, S.D. = 0.56) และนักเรียนมีทักษะชีวิตสามารถหลีกเลี่ยง ป้องกันภัยอันตรายและพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ (X ̅= 4.58, S.D.=0.58) ตามลำดับ

2) ผลการประเมินด้านผลผลิตเกี่ยวกับกระบวนการดำเนินงาน โดยภาพรวม พบว่า ความพึงพอใจ อยู่ในระดับมากที่สุด (X ̅ = 4.61, S.D. = 0.39) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่าข้อที่มีความพึงพอใจมากที่สุดคือ การคัดกรองนักเรียน ( X ̅ = 4.91, S.D. = 0.13) รองลงมา คือ การรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล ( X ̅ = 4.90, S.D. = 0.23) การส่งเสริมและพัฒนานักเรียน ( X ̅ = 4.63, S.D. = 0.53) ตามลำดับ

3) ผลการประเมินด้านผลผลิตเกี่ยวกับบุคลากร โดยภาพรวม พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด ( X ̅ = 4.60, S.D. = 0.53) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ ข้อที่มีความพึงพอใจมากที่สุด คือ ผู้บริหารเป็นผู้นำ บริหารจัดการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนได้อย่างเป็นระบบคณะกรรมการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือมีความเหมาะสมและสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และบุคลากรมีความรู้ ความเข้าใจ มีเจตคติที่ดีต่อการปฏิบัติงานต่อการปฏิบัติงานระบบดูแลช่วยเหลือเพิ่มขึ้น (X ̅ = 4.75, S.D. = 0.46) รองลงมา คือ บุคลากร

ได้รับการนิเทศ ติดตาม ประเมินผลและมีขวัญกำลังใจที่ดีในการปฏิบัติงาน (X ̅=4.50,S.D. = 0.53) ตามลำดับ

2. ผลการประเมินโครงการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโดยใช้ทฤษฎี CIPP MODEL โรงเรียนบ้านชะอวด อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช จากการตอบแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน ผู้ปกครองนักเรียน และกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่มีต่อการดำเนินงานโครงการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนบ้านชะอวด

2.1 ผลการประเมินความพึงพอใจของนักเรียน ผู้ปกครองนักเรียนและกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับคุณภาพนักเรียนและการมีส่วนร่วม ในภาพรวมมีความพอใจอยู่ในระดับมาก (X ̅ = 4.45, S.D. = 0.71) เมื่อได้พิจารณาเป็นรายข้อรายการ พบว่า มีระดับความพึงพอใจอยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด ข้อรายการที่มีระดับความพึงพอใจสูงสุดอยู่ในระดับมากที่สุด ได้แก่ ด้านส่วนร่วม ( X ̅ = 4.57, S.D. = 0.64) รองลงมา ได้แก่ ด้านคุณภาพนักเรียน จากการที่นักเรียนมีทักษะชีวิต สามารถหลีกเลี่ยงป้องกันภัยอันตราย และพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ ( X ̅ = 4.57, S.D. = 0.66) นักเรียนเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว ชุมชน และสังคม ( X ̅ = 4.55, S.D. = 0.58) นอกจากนั้นมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ได้แก่ ด้านคุณภาพนักเรียน โดยนักเรียนมีความร่าเริง แจ่มใส มีมนุษยสัมพันธ์ และปรับตัว ( X ̅ =4.40, S.D.=0.72) นักเรียนมีสุขภาพกาย สุขภาพจิตและสุขนิสัยที่ดี (X ̅=4.31,S.D.= 0.79) และนักเรียนรู้จักตนเองและพึ่งตนเอง (X ̅= 4.29, S.D.= 0.84) ตามลำดับ

2.2 สรุปผลของการสอบถามความคิดเห็นด้านการเสนอแนะต่อการดำเนินงานโครงการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโดยใช้ทฤษฎี CIPP MODEL โรงเรียนบ้านชะอวด อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช จากการตอบแบบสอบถามปลายเปิด มีดังนี้

1) ปัญหาและอุปสรรคที่เกิดกับการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียน

(1) ครูมีภาระงานที่ต้องรับผิดชอบหลายด้านในโรงเรียน และต้องมารับผิดชอบในการกรอกเอกสารงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเพิ่มภาระงานอีก

(2) การนิเทศติดตามงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากผู้บังคับบัญชา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรมีการปฏิบัติให้อยู่ในระดับที่มากที่สุด

(3) การประชาสัมพันธ์ข้อมูล ข่าวสารเกี่ยวกับระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรับทราบอย่างทั่วถึงให้มากที่สุด

(4) การรายงานข้อมูลของนักเรียน ผู้ปกครองและครูบางครั้งข้อมูลไม่ตรงกับความเป็นจริง

2) แนวทางในการแก้ไขปัญหาตามข้อ 1 ควรจะแก้ไขด้วยวิธีการใด

(1) จัดระบบเอกสารในการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียน ให้ลดการกรอกข้อมูลที่ซ้ำซ้อนและมอบหมายงานในหน้าที่ให้เหมาะสม

(2) จัดทำแผนการนิเทศ ปฏิทินการนิเทศ มีการนิเทศอย่างต่อเนื่องและให้ขวัญและกำลังใจแก่ผู้ที่ปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพ

(3) ประสานความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ผู้ปกครองนักเรียนเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ตรงกัน

(4) ควรจัดค่ายอบรมพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมให้กับนักเรียนบ่อยๆ

3) ข้อเสนอแนะเพื่อให้การดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลสูงสุด

(1) การดำเนินการตามระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนควรดำเนินการอย่างต่อเนื่องและจริงจัง

(2) ควรมีการประชุมชี้แจงและสร้างตระหนักให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ได้แก่ ครู ผู้ปกครอง นักเรียนและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานให้รับทราบข้อมูลและแนวทางการดำเนินงาน

(3) ควรสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินงานตามระบบอย่างเหมาะสม ทั้งในส่วนของการจัดทำเอกสารต่างๆ รวมทั้งการออกเยี่ยมบ้านนักเรียนอย่างสม่ำเสมอและเป็นกิจกรรมต่อเนื่องในปีต่อไป ในการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนให้เพียงพอ

(4) ควรมีการนิเทศ กำกับ ติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน ตามระบบอย่างต่อเนื่อง

โพสต์โดย แวว : [30 ต.ค. 2565 เวลา 12:12 น.]
อ่าน [2638] ไอพี : 171.6.216.227
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 12,784 ครั้ง
เสริมสุขภาพลูกน้อยให้ได้ผลด้วย ผลไม้
เสริมสุขภาพลูกน้อยให้ได้ผลด้วย ผลไม้

เปิดอ่าน 13,723 ครั้ง
เหรียญศานติมาลา
เหรียญศานติมาลา

เปิดอ่าน 36,619 ครั้ง
ข้าวหอมมะลิไทยได้แชมป์ข้าวโลก
ข้าวหอมมะลิไทยได้แชมป์ข้าวโลก

เปิดอ่าน 18,919 ครั้ง
จำนวนเต็ม (Integer) คืออะไร
จำนวนเต็ม (Integer) คืออะไร

เปิดอ่าน 133,680 ครั้ง
รวมพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการศึกษา
รวมพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการศึกษา

เปิดอ่าน 192,238 ครั้ง
บทบาทของครูในการเรียนรู้แบบ Active Learning
บทบาทของครูในการเรียนรู้แบบ Active Learning

เปิดอ่าน 32,890 ครั้ง
มาตรฐานห้องสมุดและตัวบ่งชี้ เพื่อพัฒนาห้องสมุดโรงเรียน สังกัด สพฐ.
มาตรฐานห้องสมุดและตัวบ่งชี้ เพื่อพัฒนาห้องสมุดโรงเรียน สังกัด สพฐ.

เปิดอ่าน 15,162 ครั้ง
"ไม่ว่าเทคโนโลยีจะก้าวไกลแค่ไหน สิ่งสำคัญที่สุดคือครู" ปาถกฐาพิเศษ รศ.นราพร จันทร์โอชา เรื่องการศึกษาทางไกลเพื่อการเรียนรู้อย่างเท่าเทียม
"ไม่ว่าเทคโนโลยีจะก้าวไกลแค่ไหน สิ่งสำคัญที่สุดคือครู" ปาถกฐาพิเศษ รศ.นราพร จันทร์โอชา เรื่องการศึกษาทางไกลเพื่อการเรียนรู้อย่างเท่าเทียม

เปิดอ่าน 112,763 ครั้ง
การขออนุญาตจัดตั้งโรงเรียนระดับก่อนประถมศึกษา (อนุบาล)
การขออนุญาตจัดตั้งโรงเรียนระดับก่อนประถมศึกษา (อนุบาล)

เปิดอ่าน 19,939 ครั้ง
ของพรีเมี่ยมคืออะไร ?
ของพรีเมี่ยมคืออะไร ?

เปิดอ่าน 19,676 ครั้ง
ประกาศสงกรานต์ 2554 นางสงกรานต์ปี 2554 ชื่อ กิริณีเทวี
ประกาศสงกรานต์ 2554 นางสงกรานต์ปี 2554 ชื่อ กิริณีเทวี

เปิดอ่าน 20,642 ครั้ง
อียิปต์เผยร่างจริง "ตุตันคาเมน" ต่อสาธารณชน
อียิปต์เผยร่างจริง "ตุตันคาเมน" ต่อสาธารณชน

เปิดอ่าน 1,228 ครั้ง
ยืมเงินไม่คืน แจ้งความได้หรือไม่ ?
ยืมเงินไม่คืน แจ้งความได้หรือไม่ ?

เปิดอ่าน 14,041 ครั้ง
การเลือกซื้อเครื่องอิงค์เจ็ตพรินเตอร์
การเลือกซื้อเครื่องอิงค์เจ็ตพรินเตอร์

เปิดอ่าน 81,631 ครั้ง
ประโยชน์ของ "หอยขม" ตามตำราแพทย์แผนไทย
ประโยชน์ของ "หอยขม" ตามตำราแพทย์แผนไทย

เปิดอ่าน 13,164 ครั้ง
"เดอะ ฮ็อบบิท" กับทฤษฎีวิวัฒนาการมนุษย์
"เดอะ ฮ็อบบิท" กับทฤษฎีวิวัฒนาการมนุษย์
เปิดอ่าน 10,204 ครั้ง
9 มิ.ย.ของทุกปีเป็น "วันรัฐพิธี" ตามมติ ครม.
9 มิ.ย.ของทุกปีเป็น "วันรัฐพิธี" ตามมติ ครม.
เปิดอ่าน 36,593 ครั้ง
ฟุตซอล(Futsal): กติกาข้อ 15 การเตะโทษ ณ จุดโทษ
ฟุตซอล(Futsal): กติกาข้อ 15 การเตะโทษ ณ จุดโทษ
เปิดอ่าน 7,435 ครั้ง
ทำอย่างไร?...ถึงจะทำให้คนในชาติเกิดค่านิยมไทย
ทำอย่างไร?...ถึงจะทำให้คนในชาติเกิดค่านิยมไทย
เปิดอ่าน 8,041 ครั้ง
แนวการสอนซ่อมเสริมการอ่านและการเขียน ประถมศึกษาปีที่ 3 เล่ม 1-7
แนวการสอนซ่อมเสริมการอ่านและการเขียน ประถมศึกษาปีที่ 3 เล่ม 1-7

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ