ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การประเมินโครงการระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนคณฑีพิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากำแพงเพชร

ชื่อเรื่อง การประเมินโครงการระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนคณฑีพิทยาคม

สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากำแพงเพชร

ผู้ศึกษา นางสาวอรวรรณ เที่ยงดาห์

ปีที่ศึกษา ปีการศึกษา 2564

บทคัดย่อ

การประเมินโครงการระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนคณฑีพิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากำแพงเพชร ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อประเมินโครงการระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนคณฑีพิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากำแพงเพชร 2) เพื่อหาแนวทางพัฒนาการดำเนินโครงการระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนคณฑีพิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากำแพงเพชร โดยใช้แนวคิดการประเมินเชิงระบบ (System Approach) มีกรอบในการประเมินเป็น 3 ด้าน ได้แก่ ด้านปัจจัยเบื้องต้น ด้านกระบวนการดำเนินงาน และด้านผลผลิต การดำเนินการศึกษาเป็น 2 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 การประเมินโครงการระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนคณฑีพิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากำแพงเพชร กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา ประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 2 คน ครู จำนวน 34 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 13 คน นักเรียน จำนวน 118 คน และ ผู้ปกครองนักเรียน จำนวน 118 คน ซึ่งเป็นผู้ปกครองของนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง รวมกลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น จำนวน 285 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาขั้นตอนที่ 1 เป็นแบบสอบถามแบบมาตรส่วน 5 ระดับ จำนวน 2 ฉบับ คือ ฉบับที่ 1 แบบสอบถามสำหรับผู้บริหารสถานศึกษา ครู และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้านปัจจัยเบื้องต้น ด้านกระบวนการดำเนินงาน และด้านผลผลิตของโครงการ ฉบับที่ 2 แบบสอบถามสำหรับนักเรียนและผู้ปกครองนักเรียน ด้านผลผลิตของโครงการ ขั้นตอนที่ 2 แนวทางพัฒนาการดำเนินโครงการระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนคณฑีพิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากำแพงเพชร โดยการสัมภาษณ์ ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับโครงการระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน จำนวน 9 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาขั้นตอนที่ 2 เป็น แบบสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ผลการศึกษา พบว่า

1. ผลการประเมินโครงการระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนคณฑีพิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากำแพงเพชร ซึ่งประเมินโดย ผู้บริหารสถานศึกษา ครู และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด ซึ่งมีผลการประเมินตามเกณฑ์การตัดสิน ผ่านเกณฑ์การประเมิน เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ดังนี้ ด้านที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ ด้านกระบวนการดำเนินงาน อยู่ระดับมากที่สุด ลำดับต่อมา คือ ด้านปัจจัยเบื้องต้น อยู่ระดับมากที่สุด ด้านที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ ด้านผลผลิต อยู่ระดับมากที่สุด และทุกด้านผ่านเกณฑ์การประเมิน

1.1 ผลการประเมินด้านปัจจัยเบื้องต้น โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ซึ่งมีผลการประเมินตามเกณฑ์การตัดสิน ผ่านเกณฑ์การประเมิน เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ได้ดังนี้ ข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ งบประมาณ อยู่ระดับมากที่สุด ลำดับต่อมา คือ บุคลากรดำเนินงาน อยู่ระดับมากที่สุด และสถานที่ อยู่ระดับมากที่สุด ตามลำดับ ข้อที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ วัสดุ อุปกรณ์และเทคโนโลยี อยู่ระดับมาก และทุกข้อผ่านเกณฑ์การประเมิน

1.2 ผลการประเมินด้านกระบวนการดำเนินงาน โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ซึ่งมีผลการประเมินตามเกณฑ์การตัดสิน ผ่านเกณฑ์การประเมิน เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ได้ดังนี้ ข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ การประเมินผลและปรับปรุงพัฒนาการดำเนินงาน อยู่ระดับมากที่สุด ลำดับต่อมา คือ การเตรียมการจัดกิจกรรม อยู่ระดับมากที่สุด และการดำเนินกิจกรรม อยู่ระดับมากที่สุด ตามลำดับ ข้อที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ การตรวจสอบการดำเนินงาน อยู่ระดับมากที่สุด และทุกข้อผ่านเกณฑ์การประเมิน

1.3 ผลการประเมินด้านผลผลิต โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ซึ่งมีผลการประเมินตามเกณฑ์การตัดสิน ผ่านเกณฑ์การประเมิน เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ได้ดังนี้ ข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ นักเรียนได้รับการส่งเสริมพัฒนา ป้องกันและแก้ไขปัญหา ตรงตามสภาพปัญหาอย่างเหมาะสม อยู่ระดับมากที่สุด ลำดับต่อมา คือ นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เรียนรู้และสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข อยู่ระดับมากที่สุด และข้อที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ โรงเรียนมีระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่มีประสิทธิภาพ อยู่ระดับมาก และทุกข้อผ่านเกณฑ์การประเมิน

2. ผลการประเมินโครงการระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนคณฑีพิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากำแพงเพชร ด้านผลผลิต ซึ่งประเมินโดย นักเรียนและผู้ปกครองนักเรียน โดยรวมอยู่ในระดับมาก ซึ่งมีผลการประเมินตามเกณฑ์การตัดสิน ผ่านเกณฑ์การประเมิน เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ได้ดังนี้ ข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือนักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เรียนรู้และสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข อยู่ระดับมาก ลำดับต่อมา คือ นักเรียนได้รับการส่งเสริมพัฒนา ป้องกันและแก้ไขปัญหา ตรงตามสภาพปัญหาอย่างเหมาะสม อยู่ระดับมาก ข้อที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ โรงเรียนมีระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่มีประสิทธิภาพ อยู่ระดับมาก และทุกข้อผ่านเกณฑ์การประเมิน

3. ผลการหาแนวทางพัฒนาการดำเนินโครงการระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนคณฑีพิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากำแพงเพชร ตามความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ทั้ง 9 ท่าน

3.1 แนวทางพัฒนาการดำเนินโครงการระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนคณฑีพิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากำแพงเพชร ด้านปัจจัยเบื้องต้น ควรดำเนินการดังนี้ ในอันดับแรก ได้แก่ สถานศึกษาควรมีการพัฒนาการทำงานร่วมกับเครือข่ายในการดูแลช่วยเหลือนักเรียนให้มีประสิทธิภาพ (ความถี่ 9) และ ควรส่งเสริมให้มีการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาในการดำเนินงาน เช่นการจัดเก็บข้อมูลส่วนกลางเพื่อใช้เป็นสารสนเทศของโรงเรียนด้วยระบบออนไลน์ รวมทั้งมีเทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ การสนับสนุนให้ครูมีช่องทางการให้คำปรึกษาในรูปแบบที่สะดวก รวดเร็วขึ้น โดยอาศัย สื่อสังคมออนไลน์ และอุปกรณ์เคลื่อนที่ เป็นต้น (ความถี่ 9)

3.2 แนวทางพัฒนาการดำเนินโครงการระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนคณฑีพิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากำแพงเพชร ด้านกระบวนการดำเนินงาน ควรดำเนินการดังนี้ ในอันดับแรก ได้แก่ ควรส่งเสริมเรื่องการประสานความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียน ชุมชนและผู้ชำนาญในสาขาต่างๆ เพื่อให้มีการส่งต่อและรับช่วงการแก้ไข การติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญ หรือหน่วยงานที่ส่งต่อนักเรียนอย่างใกล้ชิดและรายงานให้ผู้ปกครองทราบเป็นระยะๆตลอดจนส่งเสริมการพัฒนานักเรียนในรูปแบบสหวิทยาการและสหวิชาชีพ (ความถี่ 9) รองลงมา ได้แก่ สถานศึกษาควรมีนำกระบวนการ PLC (Professional Learning Community) มาใช้ในการพัฒนาการดำเนินงานแต่ละกิจกรรมของระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน (ความถี่ 6) และ ผู้บริหารสถานศึกษาควรมอบหมายงานให้เหมาะสมกับความรู้ความสามารถของแต่ละบุคคล เนื่องจากกิจกรรมของโครงการมีหลายกิจกรรมที่ต้องอาศัยผู้ปฏิบัติที่มีความรู้และทักษะเฉพาะด้าน และควรสนับสนุนให้มีการประสานการปฏิบัติงานระหว่างผู้รับผิดชอบโครงการ ครูและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ (ความถี่ 5)

3.3 แนวทางพัฒนาการดำเนินโครงการระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนคณฑีพิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากำแพงเพชร ด้านผลผลิต ซึ่งประเมินโดย ผู้บริหารสถานศึกษา ครู และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ควรดำเนินการดังนี้ ในอันดับแรก ได้แก่ สถานศึกษาควรมีการพัฒนาการทำงานร่วมกับเครือข่ายในการดูแลช่วยเหลือนักเรียนให้มีประสิทธิภาพ (ความถี่ 9) รองลงมา ได้แก่ สถานศึกษาควรมีการปรับปรุงพัฒนานวัตกรรมระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนให้สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษาและมีประสิทธิภาพมากขึ้น (ความถี่ 7) และ สถานศึกษาควรมีการสำรวจความต้องการของนักเรียนและความถนัดของครู/วิทยากรในท้องถิ่นที่มีความรู้ความสามารถตามความต้องการของนักเรียน และจัดให้มีกิจกรรมชุมนุมตามความถนัด ความสนใจและความสามารถของนักเรียน (ความถี่ 7)

3.4 แนวทางพัฒนาการดำเนินโครงการระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนคณฑีพิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากำแพงเพชร ด้านผลผลิต ซึ่งประเมินโดย นักเรียนและผู้ปกครองนักเรียน ควรดำเนินการดังนี้ ในอันดับแรก ได้แก่ สถานศึกษาควรพัฒนากระบวนการรับฟัง แลกเปลี่ยน สื่อสาร ความคิดเห็น ความต้องการต่างๆ ระหว่างสถานศึกษากับนักเรียนและผู้ปกครองนักเรียน เพื่อให้เกิดการดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่สอดคล้องกับปัญหา ความต้องการของนักเรียนและผู้ปกครองอย่างแท้จริง (ความถี่ 9) รองลงมา ได้แก่ สถานศึกษาควรมีการสำรวจความต้องการของนักเรียนและความถนัดของครู/วิทยากรในท้องถิ่นที่มีความรู้ความสามารถตามความต้องการของนักเรียน และจัดให้มีกิจกรรมชุมนุมตามความถนัด ความสนใจและความสามารถของนักเรียน (ความถี่ 8) และ สถานศึกษาควรประเมินความพึงพอใจของนักเรียนและผู้ปกครองนักเรียนต่อการดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน (ความถี่ 7)

โพสต์โดย อรวรรณ : [26 ต.ค. 2565 เวลา 06:53 น.]
อ่าน [100603] ไอพี : 223.24.184.226
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 14,099 ครั้ง
ตูนส์ศึกษา : ประกาศใช้ผล O-NET 50% ตัดสินเลื่อนชั้น เวรกรรมประเทศไทย
ตูนส์ศึกษา : ประกาศใช้ผล O-NET 50% ตัดสินเลื่อนชั้น เวรกรรมประเทศไทย

เปิดอ่าน 15,435 ครั้ง
การออกกำลังกายยามเช้า ลดน้ำหนักได้มากกว่า
การออกกำลังกายยามเช้า ลดน้ำหนักได้มากกว่า

เปิดอ่าน 21,187 ครั้ง
บทบาทของการสื่อสารและเครือข่ายฯ
บทบาทของการสื่อสารและเครือข่ายฯ

เปิดอ่าน 9,182 ครั้ง
วิธีลดหน้าท้องแบบเร่งด่วน เห็นผลเร็วจนใคร ๆ ก็ต้องทัก
วิธีลดหน้าท้องแบบเร่งด่วน เห็นผลเร็วจนใคร ๆ ก็ต้องทัก

เปิดอ่าน 3,301 ครั้ง
แนะนำ 5 อุปกรณ์เสริมคอมพิวเตอร์ เพิ่มขีดจำกัดในการใช้งานให้ทะลุหลอด
แนะนำ 5 อุปกรณ์เสริมคอมพิวเตอร์ เพิ่มขีดจำกัดในการใช้งานให้ทะลุหลอด

เปิดอ่าน 13,540 ครั้ง
สี่ข้อควรระวังเพื่อการใช้ smartphone ที่ปลอดภัยกว่า
สี่ข้อควรระวังเพื่อการใช้ smartphone ที่ปลอดภัยกว่า

เปิดอ่าน 22,503 ครั้ง
เตือน "5 โรคร้าย" อันตรายต่อ "ครู" แนะเทคนิคดูแลสุขภาพ
เตือน "5 โรคร้าย" อันตรายต่อ "ครู" แนะเทคนิคดูแลสุขภาพ

เปิดอ่าน 27,069 ครั้ง
สพฐ.เดินหน้านโยบายเร่งด่วน 6 เรื่อง
สพฐ.เดินหน้านโยบายเร่งด่วน 6 เรื่อง

เปิดอ่าน 76,786 ครั้ง
รับชมย้อนหลัง รายการ เคลียร์ คัด ชัดเจน ตอน "โรงเรียนคุณภาพประจำตำบล" โดย ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการ กพฐ.
รับชมย้อนหลัง รายการ เคลียร์ คัด ชัดเจน ตอน "โรงเรียนคุณภาพประจำตำบล" โดย ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการ กพฐ.

เปิดอ่าน 26,762 ครั้ง
อิทธิบาท 4
อิทธิบาท 4

เปิดอ่าน 15,967 ครั้ง
ออกรถใหม่...วันไหนดี?
ออกรถใหม่...วันไหนดี?

เปิดอ่าน 16,590 ครั้ง
ศาลาเครื่องราชอิสริยยศ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ และเหรียญกษาปณ์
ศาลาเครื่องราชอิสริยยศ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ และเหรียญกษาปณ์

เปิดอ่าน 15,064 ครั้ง
การเลือกซื้อเครื่องอิงค์เจ็ตพรินเตอร์
การเลือกซื้อเครื่องอิงค์เจ็ตพรินเตอร์

เปิดอ่าน 38,841 ครั้ง
TOEFL คืออะไร
TOEFL คืออะไร

เปิดอ่าน 26,957 ครั้ง
ทำไมคำว่า"ไทย" ต้องมี "ย" ยักษ์
ทำไมคำว่า"ไทย" ต้องมี "ย" ยักษ์

เปิดอ่าน 12,659 ครั้ง
แม่ยุคใหม่ ที่ลูกต้องการ
แม่ยุคใหม่ ที่ลูกต้องการ
เปิดอ่าน 13,722 ครั้ง
"ราชบัณฑิตยสภา"
"ราชบัณฑิตยสภา"
เปิดอ่าน 62,599 ครั้ง
ประเทศที่ประสบความสำเร็จเขาดูแลครูอย่างไร
ประเทศที่ประสบความสำเร็จเขาดูแลครูอย่างไร
เปิดอ่าน 6,644 ครั้ง
PowerPoint ชี้แจงหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์มัธยมศึกษาตอนปลาย มัธยมศึกษาที่ 4 – มัธยมศึกษาที่ 6
PowerPoint ชี้แจงหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์มัธยมศึกษาตอนปลาย มัธยมศึกษาที่ 4 – มัธยมศึกษาที่ 6
เปิดอ่าน 999 ครั้ง
ตกขาวเป็นสีเขียว สัญญาณเตือนสุขภาพที่ผู้หญิงไม่ควรมองข้าม
ตกขาวเป็นสีเขียว สัญญาณเตือนสุขภาพที่ผู้หญิงไม่ควรมองข้าม

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ