ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

รายงานผลการสร้างและพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อเพิ่มคุณภาพการจัดการเรียนรู้ สาระเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ระดับประถมศึกษา สำหรับครูโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี

บทคัดย่อ

การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อสร้างและพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อเพิ่มคุณภาพ

การจัดการเรียนรู้สาระเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ระดับประถมศึกษา สำหรับครูโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 1 2) เพื่อศึกษาผลการใช้หลักสูตรฝึกอบรมเพื่อเพิ่มคุณภาพการจัดการเรียนรู้สาระเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ระดับประถมศึกษา สำหรับครูโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 1 3) เพื่อวัดความพึงพอใจของครูที่มีต่อหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อเพิ่มคุณภาพการจัดการเรียนรู้สาระเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ระดับประถมศึกษา สำหรับครูโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 1 กลุ่มตัวอย่างและเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลที่ใช้ในการวิจัย ในครั้งนี้ จำแนกตามระยะของการวิจัย ดังนี้ ระยะที่ 1 การศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 15 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ 1) แบบวิเคราะห์เอกสาร 2) แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง ระยะที่ 2 การสร้างและพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม กลุ่มตัวอย่าง เป็นทรงคุณวุฒิ จำนวน 8 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบประเมิน ความเหมาะสมสอดคล้องของหลักสูตรฝึกอบรม ระยะที่ 3 การทดลองใช้หลักสูตรฝึกอบรม กลุ่มตัวอย่างเป็นครูผู้สอนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนขนาดเล็ก ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่างในระยะที่ 4 จำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ 1) แบบทดสอบวัดความรู้ความเข้าใจในการจัดการเรียนรู้สาระเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ระดับประถมศึกษา 2) แบบประเมินทักษะความสามารถในการจัดการเรียนรู้สาระเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ระดับประถมศึกษา และ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจต่อหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อเพิ่มคุณภาพการจัดการเรียนรู้สาระเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ระดับประถมศึกษา สำหรับครูโรงเรียนขนาดเล็ก ระยะที่ 4 การประเมินหลักสูตรฝึกอบรม กลุ่มตัวอย่าง เป็นครูผู้สอนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนขนาดเล็ก จำนวน 125 คนจาก 125 โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการฯ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ใช้เครื่องมือชุดเดียวกันกับระยะที่ 3 ซึ่งผ่านการหาคุณภาพมาจนได้ตามมาตรฐาน วิเคราะห์ข้อมูล เพื่อหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ร้อยละ โดยโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป

สรุปผลการวิจัย

ผลการวิจัยระยะที่ 1 การศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน

1. ผลจากการศึกษาวิเคราะห์เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง พบว่า การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมส่วนใหญ่ มี 4 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 การวิเคราะห์บริบท และกำหนดจุดมุ่งหมายและจุดประสงค์ของหลักสูตร ขั้นตอนที่ 2 การออกแบบและพัฒนาหลักสูตร โดยกำหนดสาระการเรียนรู้ วัตถุประสงค์การเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ และการวัดและประเมินผล ขั้นตอนที่ 3 การนำหลักสูตรไปใช้จัดการเรียนรู้ โดยการวางแผน การกำกับติดตามการใช้หลักสูตร และขั้นตอนที่ 4 การประเมินผลหลักสูตร ซึ่งองค์ประกอบพื้นฐานของหลักสูตร ประกอบด้วย หลักการและเหตุผล จุดมุ่งหมาย วัตถุประสงค์ สาระสำคัญ เนื้อหา กิจกรรม ระยะเวลา สื่อและแหล่งเรียนรู้ และการวัดประเมินผล

2. ความต้องการจำเป็นในการสร้างหลักสูตร โดยการสัมภาษณ์ พบว่า

2.1 สาระเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) เป็นสาระวิชาที่มีความยุ่งยากในการจัดการเรียนการสอนสำหรับครูโรงเรียนขนาดเล็ก เพราะการจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณนั้น ครูผู้สอนต้องมีพื้นฐานที่ดีในด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะในด้านคอมพิวเตอร์ ซึ่งครูผู้สอนในโรงเรียนขนาดเล็กส่วนใหญ่ไม่ได้จบมาทางด้านนี้โดยตรง

2.2 โรงเรียนขนาดเล็ก ควรมีหลักสูตรเฉพาะในการจัดการเรียนรู้สาระเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ที่จะได้ลดความยุ่งยาก และสร้างความมั่นใจในการจัดการเรียนรู้เรื่องนี้

2.3 การฝึกอบรมจะช่วยแก้ปัญหาและพัฒนาครูผู้สอนให้มีความรู้ความเข้าใจ ในการจัดการเรียนการรู้สาระเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ได้ดีถ้าหลักสูตรฝึกอบรมมีคุณภาพ สอดคล้องเหมาะสมกับความต้องการของครูผู้สอน มีกระบวนการฝึกอบรมที่ดี และมีการนิเทศ ติดตามช่วยเหลือแนะนำ ครูอย่างต่อเนื่อง

2.4 รูปแบบของหลักสูตรเฉพาะในการจัดการเรียนรู้สาระเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ควรจัดให้มีครบทุกองค์ประกอบเหมือนหลักสูตรทั่วไป แต่ให้เน้นที่แนวปฏิบัติให้มี ความเหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนขนาดเล็ก ควรมีตัวอย่างกิจกรรมที่เหมาะสม และควรบูรณาการ กับสาระอื่นได้จะลดปัญหาการจัดการเรียนสำหรับโรงเรียนที่มีครูไม่ครบชั้น

ผลการวิจัยระยะที่ 2 การสร้างและพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม มีผลดังนี้

1. โครงร่างของหลักสูตรฝึกอบรมผู้วิจัยสร้างขึ้น มี 7 องค์ประกอบ คือ 1) หลักการของหลักสูตร 3) จุดมุ่งหมาย 4) โครงสร้างเนื้อหา 5) กิจกรรมการฝึกอบรม 6) สื่อประกอบการฝึกอบรม และ 7) การวัดและประเมินผล ซึ่งเนื้อหาในหลักสูตรแบ่งออกเป็น 4 หน่วยการเรียนรู้ รวมเวลาเรียนทั้งหมด 12 ชั่วโมง หน่วยที่ 1 การสร้างความตระหนักและเห็นคุณค่าความสำคัญของเทคโนโลยี เวลา 2 ชั่วโมง หน่วยที่ 2 รู้จักวิทยาการคำนวณเพื่ออนาคตที่สดใสของนักเรียน เวลา 3 ชั่วโมง หน่วยที่ 3 ทบทวนยุทธวิธีที่จะสอน เวลา 4 ชั่วโมง หน่วยที่ 4 สะท้อนผลการเรียนรู้ เวลา 3 ชั่วโมง

2. การตรวจสอบคุณภาพของโครงร่างหลักสูตรฝึกอบรมโดยผู้เชี่ยวชาญ พบว่า หลักสูตรฝึกอบรม มีความสอดคล้องเหมาะสมที่จะนำไปใช้ได้อย่างดี โดยค่าดัชนีความสอดคล้อง อยู่ระหว่าง 0.80-1.00 และผู้วิจัยได้ปรับปรุงหลักสูตรฝึกอบรมตามที่ผู้เชี่ยวชาญได้เสนอแนะไว้ ดังนี้ 1) ปรับภาษาให้เหมาะสม สั้น กระชับ ชัดเจนขึ้น 2) ปรับรูปเล่มให้ภาพประกอบเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้เข้าอบรม และจดจำเนื้อหาได้ง่าย 3) ปรับปรุงเนื้อหาให้เหมาะสมกับเวลาที่ใช้ในการอบรม

ผลการวิจัยระยะที่ 3 ผลการทดลองใช้หลักสูตรฝึกอบรม มีผลดังนี้

1.ประสิทธิภาพของหลักสูตรฝึกอบรม พบว่า หลักสูตรมีประสิทธิภาพ เท่ากับ 80.57/80.00 โดยประสิทธิภาพกระบวนการ (E1) มีค่าเท่ากับ 80.57 และประสิทธิภาพผลลัพธ์ (E2) มีค่าเท่ากับ 80.00 เป็นไปตามเกณฑ์ประสิทธิภาพที่กำหนด 80/80

2. ผลการใช้หลักสูตรฝึกอบรมเพื่อเพิ่มคุณภาพการจัดการเรียนรู้สาระเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ระดับประถมศึกษา สำหรับครูโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 1 มีผลดังนี้

2.1 ความรู้ความเข้าใจในการจัดการเรียนรู้สาระเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ระดับประถมศึกษา ของครูผู้สอนกลุ่มทดลอง หลังเรียนจบหลักสูตร จากผู้เข้าอบรมทั้งหมด 30 คน มีคุณภาพระดับดีมาก จำนวน 17 คน คิดเป็นร้อยละ 56.67 ระดับดี จำนวน 12 คน คิดเป็นร้อยละ 40 และระดับพอใช้ จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 3.33 ส่วนระดับปรับปรุงไม่มี

2.2 ทักษะความสามารถในการจัดการเรียนรู้สาระเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ระดับประถมศึกษา กลุ่มทดลอง จากผู้เข้าอบรมทั้งหมด 30 คน มีคุณภาพระดับดีมาก จำนวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 13.33 ระดับดี จำนวน 26 คน คิดเป็นร้อยละ 86.67

3. ผลการวัดความพึงพอใจต่อหลักสูตรการฝึกอบรมเพื่อเพิ่มคุณภาพการจัดการเรียนรู้สาระเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ระดับประถมศึกษา พบว่า ผู้เข้าอบรมมีความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับมาก

ผลการวิจัยระยะที่ 4 การประเมินหลักสูตรฝึกอบรม มีผลดังนี้

1. ประสิทธิภาพของหลักสูตรฝึกอบรม พบว่า หลักสูตรมีประสิทธิภาพ เท่ากับ 80.57/80.00 โดยประสิทธิภาพกระบวนการ (E1) มีค่าเท่ากับ 80.63 และประสิทธิภาพผลลัพธ์ (E2) มีค่าเท่ากับ 80.58 เป็นไปตามเกณฑ์ประสิทธิภาพที่กำหนด 80.63/80.58

2. ผลการใช้หลักสูตรฝึกอบรมเพื่อเพิ่มคุณภาพการจัดการเรียนรู้สาระเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ระดับประถมศึกษา สำหรับครูโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 1 มีผลดังนี้

2.1 ความรู้ความเข้าใจ เรื่อง การจัดการเรียนรู้สาระเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ระดับประถมศึกษา ของประชากรหลังฝึกอบรมจบหลักสูตร จากผู้เข้ารับการฝึกอบรมทั้งหมด 125 คน มีคุณภาพระดับดีมาก จำนวน 108 คน คิดเป็นร้อยละ 86.40 ระดับดี จำนวน 17 คน คิดเป็นร้อยละ 13.60 ระดับพอใช้ และระดับปรับปรุงไม่มี

2.2 ทักษะความสามารถในการจัดการเรียนรู้สาระเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ระดับประถมศึกษา ผู้เข้าอบรม 125 คน มีคุณภาพระดับดีมาก จำนวน 75 คน คิดเป็นร้อยละ 60.00 ระดับดี จำนวน 40 คน คิดเป็นร้อยละ 32.00 ระดับพอใช้ 10 คน คิดเป็นร้อยละ 8.00

3. ความพึงพอใจของครูที่มีต่อหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อเพิ่มคุณภาพการจัดการเรียนรู้สาระเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ระดับประถมศึกษา สำหรับครูโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 1 โดยรวมอยู่ในระดับมาก

โพสต์โดย เอื้อมพรพิชญ์ : [28 ส.ค. 2565 เวลา 11:43 น.]
อ่าน [101953] ไอพี : 171.101.95.14
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 10,743 ครั้ง
การขับเคลื่อนโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทางไกลด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ (DLIT)
การขับเคลื่อนโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทางไกลด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ (DLIT)

เปิดอ่าน 14,325 ครั้ง
นมปั่นสูตรเพิ่มพลังงาน
นมปั่นสูตรเพิ่มพลังงาน

เปิดอ่าน 17,744 ครั้ง
แนวทางการสร้างคอร์สแวร์
แนวทางการสร้างคอร์สแวร์

เปิดอ่าน 11,945 ครั้ง
ไม่อยากเป็นผู้หญิง กลิ่นตัวแรง
ไม่อยากเป็นผู้หญิง กลิ่นตัวแรง

เปิดอ่าน 4,514 ครั้ง
ศรีลังกาสั่งปิดโรงเรียน-หน่วยราชการ ให้จนท.ทำงานที่บ้านประหยัดน้ำมัน
ศรีลังกาสั่งปิดโรงเรียน-หน่วยราชการ ให้จนท.ทำงานที่บ้านประหยัดน้ำมัน

เปิดอ่าน 21,601 ครั้ง
คลิปสาธิตเทคนิคการพับผ้า แบบประหยัดเนื้อที่ในกระเป๋า
คลิปสาธิตเทคนิคการพับผ้า แบบประหยัดเนื้อที่ในกระเป๋า

เปิดอ่าน 29,175 ครั้ง
แลหลัง ผ่าปมข้อสอบคัดเลือก ผอ.-รอง ผอ.เกิดความผิดพลาด
แลหลัง ผ่าปมข้อสอบคัดเลือก ผอ.-รอง ผอ.เกิดความผิดพลาด

เปิดอ่าน 37,410 ครั้ง
ทำโทรศัพท์มือถือเป็นเม้าส์ไร้สายกันเถอะ
ทำโทรศัพท์มือถือเป็นเม้าส์ไร้สายกันเถอะ

เปิดอ่าน 409 ครั้ง
เทคนิคเลือกหลอดไฟตู้เย็นเพื่อถนอมอาหารและลดความร้อน
เทคนิคเลือกหลอดไฟตู้เย็นเพื่อถนอมอาหารและลดความร้อน

เปิดอ่าน 92,040 ครั้ง
ที่มาของชื่อเดือนทั้ง 12 เดือนในภาษาอังกฤษ
ที่มาของชื่อเดือนทั้ง 12 เดือนในภาษาอังกฤษ

เปิดอ่าน 19,843 ครั้ง
คลิปข่าวทุจริตสอบครู จากรายการเรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ 10 มี.ค.2556
คลิปข่าวทุจริตสอบครู จากรายการเรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ 10 มี.ค.2556

เปิดอ่าน 11,026 ครั้ง
PISA ที่ผ่านมาบอกอะไรให้เราทราบบ้าง
PISA ที่ผ่านมาบอกอะไรให้เราทราบบ้าง

เปิดอ่าน 21,046 ครั้ง
ประโยชน์บัตรเครดิต ที่คุณควรรู้ไว้ ตอนที่ 1
ประโยชน์บัตรเครดิต ที่คุณควรรู้ไว้ ตอนที่ 1

เปิดอ่าน 10,292 ครั้ง
ประโยชน์ของการหัวเราะ
ประโยชน์ของการหัวเราะ

เปิดอ่าน 12,588 ครั้ง
ใช้คอมมากระวัง.. โรควุ้นในตาเสื่อม !!
ใช้คอมมากระวัง.. โรควุ้นในตาเสื่อม !!

เปิดอ่าน 1,148 ครั้ง
รวม 7 อาชีพหารายได้หลังเกษียณ ใช้เวลาว่างให้มีค่า
รวม 7 อาชีพหารายได้หลังเกษียณ ใช้เวลาว่างให้มีค่า
เปิดอ่าน 14,372 ครั้ง
3 จุดหมายยอดฮิตที่คนไทยต้องทำประกันเดินทางก่อนไปเที่ยว
3 จุดหมายยอดฮิตที่คนไทยต้องทำประกันเดินทางก่อนไปเที่ยว
เปิดอ่าน 12,859 ครั้ง
สารพัดคุณค่าจาก กล้วย
สารพัดคุณค่าจาก กล้วย
เปิดอ่าน 17,896 ครั้ง
เชื่อหรือไม่? ดื่มน้ำวันละ 3ลิตรแล้วหน้าเด็ก
เชื่อหรือไม่? ดื่มน้ำวันละ 3ลิตรแล้วหน้าเด็ก
เปิดอ่าน 13,315 ครั้ง
ภูมิแพ้ทางเดินหายใจ ทำไมเป็นกันมากขึ้น
ภูมิแพ้ทางเดินหายใจ ทำไมเป็นกันมากขึ้น

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ