ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนโรงเรียนตะแพนพิทยาโดยใช้แนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์คือ1)เพื่อศึกษาสภาพ ปัญหาและความต้องการในการบริหารจัดการสถานศึกษาโรงเรียนตะแพนพิทยา 2) เพื่อสร้างและพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนโรงเรียนตะแพนพิทยาโดยใช้แนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนโรงเรียนตะแพนพิทยาโดยใช้แนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 4) เพื่อเปรียบเทียบคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนโรงเรียนตะแพนพิทยาระหว่างก่อนและหลังการพัฒนาโดยใช้รูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนโรงเรียนตะแพนพิทยาโดยใช้แนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 5) เพื่อประเมินความพึงพอใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของโรงเรียนตะแพนพิทยาที่มีต่อการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนโดยใช้แนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการทดลองภาคสนามปีการศึกษา 2564 คือครูจำนวน 11 คน นักเรียนจำนวน 89 คน คณะกรรมการสถานศึกษาจำนวน 7 คน ผู้ปกครองจำนวน 89 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 1)แบบประเมินรูปแบบการบริหารสถานจัดการสถานศึกษาเพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนโรงเรียนตะแพนพิทยาโดยใช้แนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสำหรับผู้เชี่ยวชาญ 2)แบบประเมินความพึงพอใจสำหรับครูที่มีต่อการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนโรงเรียนตะแพนพิทยาโดยใช้แนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 3)แบบประเมินความพึงพอใจสำหรับคณะกรรมการสถานศึกษาที่มีต่อการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนโรงเรียนตะแพนพิทยาโดยใช้แนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 4)แบบประเมินความพึงพอใจสำหรับผู้ปกครองที่มีต่อการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนโรงเรียนตะแพนพิทยาโดยใช้แนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 5)แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติที่ใช้ในการทดสอบ ได้แก่ Paired – Sample t – Test

ผลการวิจัยพบว่า

1. ผลการศึกษาสภาพ ปัญหาของโรงเรียนตะแพนพิทยาพบว่า ผู้เรียนต้องพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยใช้รูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาที่ประกอบไปด้วย 1) หลักการบริหารจัดการโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน 2) หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 3)การทำงานเป็นทีม

2.รูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนโรงเรียนตะแพนพิทยาโดยใช้แนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมีองค์ประกอบดังนี้ 1)วัตถุประสงค์ของรูปแบบ 2)เงื่อนไขการนำรูปแบบไปใช้ 3)กลไกการดำเนินงานของรูปแบบ 4)รูปแบบที่ได้คิดค้นและพัฒนาขึ้นมาใช้ในการบริหารจัดการสถานศึกษาเฉพาะบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนโรงเรียนตะแพนพิทยาโดยใช้แนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงคือรูปแบบ SST(SST Model )เป็นการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนโรงเรียนตะแพนพิทยาโดยใช้หลักการบริหารจัดการโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (S : SBM) หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (S : SEPM) และการทำงานเป็นทีม ( T : Team) ผลการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญพบว่ารูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนโรงเรียนตะแพนพิทยาโดยใช้แนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงค่าความเหมาะสมอยูในระดับมากที่สุด และมีค่าดรรชนีความสอดคล้อง(IOC)มีค่าตั้งแต่ 0.80 – 1.00

3. ผลจากการทดลองใช้รูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนโรงเรียนตะแพนพิทยาโดยใช้แนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงรูปแบบ SST (SST Model) ที่สร้างและพัฒนาขึ้น พบว่า ในภาพรวมคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนภาคเรียนที่2 ปีการศึกษา 2564 สูงกว่าภาคเรียนที่1 ปีการศึกษา 2564 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า

3.1) คุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ของนักเรียนภาคเรียนที่2 ปีการศึกษา 2564 สูงกว่าภาคเรียนที่1 ปีการศึกษา 2564 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

3.2) คุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านซื่อสัตย์สุจริตของนักเรียนภาคเรียนที่2 ปีการศึกษา 2564 สูงกว่าภาคเรียนที่1 ปีการศึกษา 2564 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

3.3) คุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านมีวินัยของนักเรียนภาคเรียนที่2 ปีการศึกษา 2564 สูงกว่าภาคเรียนที่1 ปีการศึกษา 2564 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

3.4) คุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านใฝ่เรียนรู้ของนักเรียนภาคเรียนที่2 ปีการศึกษา 2564 สูงกว่าภาคเรียนที่1 ปีการศึกษา 2564 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

3.5) คุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านอยู่อย่างพอเพียงของนักเรียนภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 สูงกว่าภาคเรียนที่1 ปีการศึกษา 2564 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

3.6)คุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านมุ่งมั่นในการทำงานของนักเรียนภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 สูงกว่าภาคเรียนที่1 ปีการศึกษา 2564 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

3.7) คุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านรักความเป็นไทยภาคเรียนที่2 ปีการศึกษา 2564 สูงกว่าภาคเรียนที่1 ปีการศึกษา 2564 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

3.8) คุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านมีจิตสาธารณะของนักเรียนภาคเรียนที่2 ปีการศึกษา 2564 สูงกว่าภาคเรียนที่1 ปีการศึกษา 2564 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

4.ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของโรงเรียนตะแพนพิทยามีความพึงพอใจต่อรูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนโดยใช้แนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในระดับมากที่สุด

ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้

1.รูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนโรงเรียนตะแพนพิทยาโดยใช้แนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงรูปแบบ SST (SST Model) ส่งผลให้คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนสูงขึ้น ควรนำผลการวิจัยนี้ไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบ เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติต่อไป

2.การนำรูปแบบรูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนโรงเรียนตะแพนพิทยาโดยใช้แนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงรูปแบบ SST (SST Model) ไปใช้ให้คำนึงถึงบริบท ข้อจำกัด และความพร้อมของแต่ละโรงเรียน

3.รูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนโรงเรียนตะแพนพิทยาโดยใช้แนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงรูปแบบ SST (SST Model )ส่งผลให้คุณลักษณะอันพึงประสงค์สูงขี้น สถานศึกษาควรนำข้อมูลนี้ไปวางแผนในการจัดการบริหารสถานศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาในด้านต่างๆให้สูงขึ้น โดยใช้รูปแบบการวิจัยนี้

ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป

1..ควรนำรูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนโรงเรียนตะแพนพิทยาโดยใช้แนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงรูปแบบ SST (SST Model) ไปใช้กับโรงเรียนต่างๆ ทีมีบริบทใกล้เคียงกัน เพื่อนำข้อสนเทศที่ได้มาพัฒนาคุณภาพให้สูงขึ้น

2.ควรมีงานวิจัยต่อยอดงานวิจัยการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนโรงเรียนตะแพนพิทยาโดยใช้แนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อส่งเสริมหลักปรัชญาเของเศรษฐกิจพอเพียงภายในโรงเรียนตะแพนพิทยาให้ยั่งยืนต่อไป

3.ควรมีงานวิจัยการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะของนักเรียนโรงเรียนตะแพนพิทยาโดยใช้แนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

โพสต์โดย กฤติกา อินใหม่ : [24 ส.ค. 2565 เวลา 13:36 น.]
อ่าน [103147] ไอพี : 49.49.248.163
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 46,953 ครั้ง
เจาะลึกความสำเร็จการบริหารโรงเรียนตามแนวทาง SLC ของร.ร.พุทธจักรวิทยา  สร้างฐานการเรียนรู้ที่เข้มแข็งให้นักเรียน ดันคะแนนเฉลี่ยโอเน็ตปี’62 พุ่ง
เจาะลึกความสำเร็จการบริหารโรงเรียนตามแนวทาง SLC ของร.ร.พุทธจักรวิทยา สร้างฐานการเรียนรู้ที่เข้มแข็งให้นักเรียน ดันคะแนนเฉลี่ยโอเน็ตปี’62 พุ่ง

เปิดอ่าน 19,210 ครั้ง
โปรดอ่านทำความเข้าใจ! กรณีการเรียน ป.บัณฑิต
โปรดอ่านทำความเข้าใจ! กรณีการเรียน ป.บัณฑิต

เปิดอ่าน 17,939 ครั้ง
คำแนะนำช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย 8 วิธีการเตรียมปรุงอาหารเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย
คำแนะนำช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย 8 วิธีการเตรียมปรุงอาหารเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย

เปิดอ่าน 11,385 ครั้ง
เลือกของขวัญ... ในวันพิเศษ
เลือกของขวัญ... ในวันพิเศษ

เปิดอ่าน 3,704 ครั้ง
แคลเซียมโบรอน มีประโยชน์ต่อพืชและผลผลิตอย่างไร ?
แคลเซียมโบรอน มีประโยชน์ต่อพืชและผลผลิตอย่างไร ?

เปิดอ่าน 4,348 ครั้ง
เปิดเทอม On-site ห่างไกลโควิด-19 แนะวิธีตรวจ ATK เด็ก
เปิดเทอม On-site ห่างไกลโควิด-19 แนะวิธีตรวจ ATK เด็ก

เปิดอ่าน 10,417 ครั้ง
วิธีถนอมดวงตาเวลาใช้คอมพิวเตอร์
วิธีถนอมดวงตาเวลาใช้คอมพิวเตอร์

เปิดอ่าน 20,196 ครั้ง
ข้าวกล้องงอก
ข้าวกล้องงอก

เปิดอ่าน 115,146 ครั้ง
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐

เปิดอ่าน 10,407 ครั้ง
  เปิดวงวิพากษ์อินเทอร์เน็ต โลกเสมือนคนยุคใหม่
เปิดวงวิพากษ์อินเทอร์เน็ต โลกเสมือนคนยุคใหม่

เปิดอ่าน 25,215 ครั้ง
เรื่องของไม้ขีดไฟ
เรื่องของไม้ขีดไฟ

เปิดอ่าน 17,442 ครั้ง
เคล็ดลับในการเริ่มบทสนทนาภาษาอังกฤษที่น่าสนใจกับเจ้าของภาษาที่ใครๆ ก็ทำได้
เคล็ดลับในการเริ่มบทสนทนาภาษาอังกฤษที่น่าสนใจกับเจ้าของภาษาที่ใครๆ ก็ทำได้

เปิดอ่าน 36,975 ครั้ง
แนวทางการเยี่ยมบ้านนักเรียน
แนวทางการเยี่ยมบ้านนักเรียน

เปิดอ่าน 22,318 ครั้ง
สุขภาพเป็นยังไง...ลิ้นบอกได้
สุขภาพเป็นยังไง...ลิ้นบอกได้

เปิดอ่าน 17,024 ครั้ง
ทางออกของวิกฤตการศึกษาไทยภายใต้การใช้อำนาจตาม ม.44 ของ คสช.
ทางออกของวิกฤตการศึกษาไทยภายใต้การใช้อำนาจตาม ม.44 ของ คสช.

เปิดอ่าน 22,287 ครั้ง
แค่กินน้อย ๆ แต่ไม่ออกกำลัง แล้วน้ำหนักจะลดได้ไหมนะ?
แค่กินน้อย ๆ แต่ไม่ออกกำลัง แล้วน้ำหนักจะลดได้ไหมนะ?
เปิดอ่าน 40,200 ครั้ง
ธนบัตรไทยรุ่นแรก
ธนบัตรไทยรุ่นแรก
เปิดอ่าน 36,388 ครั้ง
6 ประโยชน์ของการอาบน้ำที่คุณอาจยังไม่รู้
6 ประโยชน์ของการอาบน้ำที่คุณอาจยังไม่รู้
เปิดอ่าน 23,387 ครั้ง
20 เรื่องเหลือเชื่อทางวิทยาศาสตร์
20 เรื่องเหลือเชื่อทางวิทยาศาสตร์
เปิดอ่าน 30,076 ครั้ง
แนวคิดในการแรเงาน้ำหนัก
แนวคิดในการแรเงาน้ำหนัก

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ