ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

รายงานการประเมินโครงการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนบ้านคลองกระทุ่มแบน (บุญเพ็งอุทิศ)

ชื่อเรื่อง รายงานการประเมินโครงการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ปีการศึกษา 2564

โรงเรียนบ้านคลองกระทุ่มแบน (บุญเพ็งอุทิศ) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร

ชื่อผู้ประเมิน นางสาวชุติมา แก้วไพฑูรย์

รองผู้อำนวยการสถานศึกษา วิทยฐานะ รองผู้อำนวยการชำนาญการ

ปีการศึกษา 2564

บทคัดย่อ

รายงานการประเมินโครงการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนบ้านคลองกระทุ่มแบน (บุญเพ็งอุทิศ) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร โดยใช้รูปแบบจำลองการประเมินโครงการแบบ CIPP Model ตามวิธีของ Daniel Stufflebeam (1971) มีวัตถุประสงค์เพื่อเพื่อประเมินสภาวะแวดล้อมของโครงการ (Context Evaluation) ประเมินปัจจัยนำเข้าของโครงการ (Input Evaluation) ประเมินกระบวนการของโครงการ (Process Evaluation) และประเมินผลผลิตของโครงการ (Product Evaluation) ประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการประเมินครั้งนี้แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 ประเมินด้านสภาวะแวดล้อม/ด้านปัจจัยนำเข้าประกอบด้วย ครูและบุคลากร จำนวน 28 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 13 คน รวม 41 คน กลุ่มที่ 2 ประเมินด้านกระบวนการ คือ คือ ครูและบุคลากร จำนวน 28 คน กลุ่มที่ 3 ประเมินด้านผลผลิตโดยตรง คือ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ประกอบด้วย ครูและบุคลากร จำนวน 28 นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 6 จำนวน 368 คน รวม 396 คน โดยเก็บข้อมูลจากประชากรทั้งหมด กลุ่มที่ 4 ประเมินด้านผลผลิตโดยอ้อม คือ การประเมินความพึงพอใจ ของผู้เกี่ยวข้อง โดยการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง จำนวน 384 คน ประกอบด้วย นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 - 6 จำนวน 192 คน ผู้ปกครองของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 – 6 จำนวน 192 คน ครูและบุคลากร จำนวน 28 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 13 คน รวม 423 คน โรงเรียนบ้านคลอง กระทุ่มแบน (บุญเพ็งอุทิศ) ปีการศึกษา 2564

เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินโครงการจำนวน 5 ฉบับ ได้แก่ ฉบับที่ 1 แบบบสอบถามประเมินด้านสภาวะแวดล้อม ฉบับที่ 2 แบบสอบถามประเมินด้านปัจจัยนำเข้า ฉบับที่ 3 แบบสอบถามประเมินด้านกระบวนการ ฉบับที่ 4 ประเมินด้านผลผลิตโดยตรง โดยใช้แบบบันทึกข้อมูลผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ผ่านการวัดผลประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรสถานศึกษา 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้หลัก ได้แก่ วิชาภาษาไทย วิชาคณิตศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์ วิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม วิชาภาษาอังกฤษ ได้ผลการเรียนระดับ 3 ขึ้นไป ปีการศึกษา 2563 – 2564 ฉบับที่ 5 ประเมินด้านผลผลิตโดยอ้อม โดยใช้แบบสอบถามประเมินความพึงพอใจที่มีต่อโครงการ สถิติที่นำมาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยและค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ผลการประเมินผลว่า

1. ผลการประเมินด้านสภาวะแวดล้อม (context) ของโครงการ โดยภาพรวมมีระดับความสอดคล้อง อยู่ในระดับ มากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน มีความสอดคล้องอยู่ในระดับมากที่สุด ทุกด้าน โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ความสอดคล้องของหลักการและเหตุผล รองลงมาคือ ความสอดคล้องของความเป็นไปได้ของโครงการ ข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ ความสอดคล้องของนโยบายที่เกี่ยวข้อง

2. ผลการประเมินด้านปัจจัยนำเข้า (Input) ของโครงการ โดยภาพรวมมีระดับความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุดทุกด้านโดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ด้านการบริหารจัดการ รองลงมาคือ ด้านงบประมาณ ข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ ด้านวัสดุ อุปกรณ์ อาคารสถานที่

3. ผลการประเมินด้านกระบวนการดำเนินงาน (Process) ของโครงการ โดยภาพรวมมีระดับการปฏิบัติ อยู่ในระดับ มากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน มีการปฏิบัติอยู่ในระดับมากที่สุด ทุกด้าน โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านการดำเนินงาน (Do) รองลงมาคือ การด้านการกำกับนิเทศ ติดตามและประเมินผล (Check) ข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ ด้านการปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงานและรายงานผล (Act)

4. ผลการประเมินด้านผลผลิต (Product) ของโครงการ แบ่งออกเป็น 2 ประเด็น ดังนี้

4.1 ผลการประเมินด้านผลผลิตโดยตรงของโครงการ ด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ผ่านการวัดผลประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรสถานศึกษา 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้หลัก ได้แก่ วิชาภาษาไทย วิชาคณิตศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์ วิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม วิชาภาษาอังกฤษ ได้ผลการเรียนระดับ 3 ขึ้นไป ปีการศึกษา 2564 โดยภาพรวมเพิ่มสูงขึ้นจากปีการศึกษา 2563 ร้อยละ 5.25 เมื่อพิจารณแยกตามวิชาพบว่า วิชาที่นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับ 3 ขึ้นไป เพิ่มขึ้นสูงสุด คือ วิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนาธรรม รองลงมา คือ วิชาคณิตศาสตร์ วิชาที่นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับ 3 ขึ้นไปไม่เพิ่มขึ้น คือ วิชาภาษาอังกฤษ

4.2 ผลการประเมินด้านผลผลิตโดยอ้อมของโครงการ ด้านความพึงพอใจที่มีต่อผลการดำเนินโครงการ โดยภาพรวมมีระดับความสำเร็จอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาแยกตามกลุ่มผู้ตอบแบบประเมิน มีระดับความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุดทุกกลุ่ม โดยกลุ่มที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน รองลงมา คือ ผู้ปกครองนักเรียน กลุ่มที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ ครูและบุคลากรทางการศึกษา

โพสต์โดย Chutima K : [18 ส.ค. 2565 เวลา 02:13 น.]
อ่าน [101679] ไอพี : 101.108.180.84
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 16,681 ครั้ง
10 วิธีการเป็นพ่อแม่ที่สุดยอด
10 วิธีการเป็นพ่อแม่ที่สุดยอด

เปิดอ่าน 10,758 ครั้ง
เฟซบุ๊ก เตรียมเผยการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวแบบใหม่ วันนี้
เฟซบุ๊ก เตรียมเผยการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวแบบใหม่ วันนี้

เปิดอ่าน 1,068 ครั้ง
5 เหตุผลที่ Digital Marketing จำเป็นสำหรับธุรกิจในยุคดิจิทัล
5 เหตุผลที่ Digital Marketing จำเป็นสำหรับธุรกิจในยุคดิจิทัล

เปิดอ่าน 13,972 ครั้ง
ผักที่มีรูจากแมลงใช่ว่าจะปลอดภัยเสมอไป...
ผักที่มีรูจากแมลงใช่ว่าจะปลอดภัยเสมอไป...

เปิดอ่าน 10,874 ครั้ง
คนไทย80% กินอาหารเกินจำเป็นร่างกาย
คนไทย80% กินอาหารเกินจำเป็นร่างกาย

เปิดอ่าน 15,888 ครั้ง
"5 บ่วงอันตราย" เตือนคนทำงานมือใหม่ อย่าตกหล่ม !!
"5 บ่วงอันตราย" เตือนคนทำงานมือใหม่ อย่าตกหล่ม !!

เปิดอ่าน 44,277 ครั้ง
"ใบมะกรูด" แก้ความดันโลหิตสูง
"ใบมะกรูด" แก้ความดันโลหิตสูง

เปิดอ่าน 2,001 ครั้ง
ผลวิจัยชี้การมีกิจกรรมทางกายทั้งวันธรรมดาและวันหยุด ช่วยลดการเจ็บป่วยโรคหัวใจและสมอง มากถึงร้อยละ 38
ผลวิจัยชี้การมีกิจกรรมทางกายทั้งวันธรรมดาและวันหยุด ช่วยลดการเจ็บป่วยโรคหัวใจและสมอง มากถึงร้อยละ 38

เปิดอ่าน 17,656 ครั้ง
เจาะเทคนิค "ฝึกภาษาอังกฤษ" ทำเองได้ ไม่ยากเลย
เจาะเทคนิค "ฝึกภาษาอังกฤษ" ทำเองได้ ไม่ยากเลย

เปิดอ่าน 23,535 ครั้ง
ภัยขนมถุงทำลายสุขภาพลูกรัก
ภัยขนมถุงทำลายสุขภาพลูกรัก

เปิดอ่าน 17,547 ครั้ง
เมนู "ปลาทู" ใกล้ตัวอุดมโอเมก้า-3
เมนู "ปลาทู" ใกล้ตัวอุดมโอเมก้า-3

เปิดอ่าน 39,322 ครั้ง
9 สายงานไทย เทรนด์ใหม่มาแรง
9 สายงานไทย เทรนด์ใหม่มาแรง

เปิดอ่าน 17,663 ครั้ง
งานนมัสการองค์พระธาตุพนม
งานนมัสการองค์พระธาตุพนม

เปิดอ่าน 21,260 ครั้ง
เรื่องพระเจ้าอชาตศัตรู
เรื่องพระเจ้าอชาตศัตรู

เปิดอ่าน 11,144 ครั้ง
รู้เรา รู้ใคร... จากนิสัยท่องเที่ยว
รู้เรา รู้ใคร... จากนิสัยท่องเที่ยว

เปิดอ่าน 20,268 ครั้ง
รู้หรือไม่ว่า "ชมพู่" เป็นยาชูกำลัง บำรุงหัวใจ
รู้หรือไม่ว่า "ชมพู่" เป็นยาชูกำลัง บำรุงหัวใจ
เปิดอ่าน 311,477 ครั้ง
สำนวนภาษาอังกฤษที่น่ารู้
สำนวนภาษาอังกฤษที่น่ารู้
เปิดอ่าน 19,386 ครั้ง
อะควาโพนิค ต้นแบบสวนครัวยุคใหม่...ปลูกผักเลี้ยงปลา
อะควาโพนิค ต้นแบบสวนครัวยุคใหม่...ปลูกผักเลี้ยงปลา
เปิดอ่าน 20,396 ครั้ง
การกัวซาบำบัดโรค
การกัวซาบำบัดโรค
เปิดอ่าน 11,391 ครั้ง
20 วิธีอ่อนเยาว์มากขึ้นในวันนี้
20 วิธีอ่อนเยาว์มากขึ้นในวันนี้

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ