บทสรุปส ำหรับผู้บริหำร
การประเมินโครงการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติด
เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID -19) ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ1) ประเมินบริบทของโครงการด้วย
ตัวชี้วัดความต้องการจ าเป็นและความเป็นไปได้ 2) ประเมินปัจจัยน าเข้าของโครงการด้วยตัวชี้วัด
ความเหมาะสมของกิจกรรม ความเหมาะสมของบุคลากรและความเหมาะสมของสื่อ วัสดุ อุปกรณ์
และสถานที่ 3) ประเมินกระบวนการของโครงการด้วยตัวชี้วัดกระบวนการสร้างบรรยากาศและ
สิ่งแวดล้อม กระบวนการจัดการเรียนการสอนและการประสาน แก้ไขปัญหาและดูแลช่วยเหลือ
นักเรียน และ 4) ประเมินผลผลิตของโครงการด้วยตัวชี้วัดร้อยละของสื่อที่ผลิตได้ ร้อยละของสื่อที่มี
คุณภาพ ร้อยละของนักเรียนที่เข้าเรียน ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความพึงพอใจของผู้ที่เกี่ยวข้อง
ได้แก่ นักเรียน ผู้ปกครอง ครูและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียน
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 6 จ านวน 92 คน ผู้ปกครองนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 6 จ านวน
92 คน ครูและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จ านวน 16 คน เครื่องมือที่ใช้ ประกอบด้วย
แบบสอบถาม จ านวน 11 ฉบับ แบบประเมิน จ านวน 1 ฉบับ และแบบบันทึกจ านวน 1 ฉบับ
รวม 13 ฉบับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ สถิติบรรยายได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่า
เบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติที่ใช้หาค่าความสอดคล้องของเครื่องมือ ใช้สูตร IOC และใช้แอลฟา หาค่า
ความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม
ผลกำรประเมิน ในภาพรวม พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับมาก เมื่อพิจารณา
เป็นรายประเด็นพบว่า ประเด็นบริบทและกระบวนการของโครงการผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับ
มากที่สุด ส่วนประเด็นปัจจัยน าเข้าและผลผลิตผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับมาก ซึ่งรายละเอียด
แต่ละประเด็น สรุปได้ดังนี้
1. ด้านบริบท พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับมากที่สุด และเมื่อพิจารณาตามราย
ตัวชี้วัด พบว่า
1.1 ตัวชี้วัดความต้องการจ าเป็นในการจัดท าโครงการ ผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับ
มากที่สุด
1.2 ตัวชี้วัดความเป็นไปได้ในการจัดท าโครงการ ผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับมาก
ที่สุด
2. ด้านปัจจัยน าเข้า พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับมาก และเมื่อพิจารณาตาม
รายตัวชี้วัด พบว่า
2.1 ตัวชี้วัดความเหมาะสมของกิจกรรม ผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับมาก
2.2 ตัวชี้วัดความเหมาะสมของบุคลากร ผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับมากที่สุด
2.3 ตัวชี้วัดความเหมาะสมของสื่อ วัสดุ อุปกรณ์ และสถานที่ ผ่านเกณฑ์การประเมิน
ในระดับมาก
3. ด้านกระบวนการ พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับมากที่สุด และเมื่อพิจารณา
ตามรายตัวชี้วัด พบว่า
3.1 ตัวชี้วัดการสร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อม ผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับมาก
ที่สุด
3.2 ตัวชี้วัดการจัดการเรียนการสอน ผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับมากที่สุด
3.3 ตัวชี้วัดการประสาน แก้ไขปัญหาและดูแลช่วยเหลือนักเรียน ผ่านเกณฑ์การประเมินใน
ระดับมากที่สุด
4. ด้านผลผลิต พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับมาก และเมื่อพิจารณาตามราย
ตัวชี้วัด พบว่า
4.1 ตัวชี้วัดร้อยละของสื่อที่ผลิตได้ ผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับมากที่สุด
4.2 ตัวชี้วัดร้อยละของสื่อที่มีคุณภาพ ผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับมาก
4.3 ตัวชี้วัดร้อยละของนักเรียนที่เข้าเรียน ผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับมากที่สุด
4.4 ตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ผ่านเกณฑ์การ
ประเมินในระดับปานกลาง
4.5 ตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ผ่านเกณฑ์การ
ประเมินในระดับมากที่สุด
4.6 ตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับปานกลาง
4.7 ตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ผ่าน
เกณฑ์การประเมินในระดับมากที่สุด
4.8 ตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ผ่าน
เกณฑ์การประเมินในระดับปานกลาง
4.9 ตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับ
มากที่สุด
4.10 ตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ผ่านเกณฑ์
การประเมินในระดับปานกลาง
4.11 ตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ผ่าน
เกณฑ์การประเมินในระดับมากที่สุด
4.12 ตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ยทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ผ่านเกณฑ์การ
ประเมินในระดับมากที่สุด
4.13 ตัวชี้วัดความพึงพอใจของนักเรียน ผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับมาก
4.14 ตัวชี้วัดความพึงพอใจของผู้ปกครอง ผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับมาก
4.15 ตัวชี้วัดความพึงพอใจของครูและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผ่านเกณฑ์การ
ประเมินในระดับมากที่สุด
ข้อเสนอแนะ
1. จากผลการประเมินพบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ผ่าน
เกณฑ์การประเมินในระดับปานกลาง จึงควรจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน จัดกิจกรรมห้องสมุดขึ้นอย่าง
เป็นรูปธรรม รวมทั้งกิจกรรมด้านภาษาไทยให้มากขึ้น เช่น การประกวดแข่งขันทักษะความรู้ทางด้าน
ภาษาไทย กิจกรรมภาษาไทยน่ารู้ เป็นต้น เพื่อช่วยกระตุ้นความสนใจให้กับผู้เรียนและเห็น
ความส าคัญของการเรียนวิชาภาษาไทย
2. จากผลการประเมินพบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยี ผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับปานกลาง จึงควรจัดกิจกรรมให้มีการลงมือปฏิบัติจริง
ในรายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เช่น จัดการเรียนรู้ในรูปแบบโครงงานให้มากขึ้นเพื่อให้
นักเรียนได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง มีการติดตามนิเทศการสอนอย่างเป็นระบบจากฝ่ายบริหาร และ
ให้การสนับสนุนสื่อ วัสดุ อุปกรณ์เพื่อการทดลองทางด้านวิทยาศาสตร์
3. จากผลการประเมินพบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและ
พลศึกษา ผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับปานกลาง จึงควรด าเนินการประชุมสร้างความเข้าใจ สร้าง
ความตระหนักกับนักเรียนให้เห็นความส าคัญของการเรียนทุกรายวิชาอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ควรเลือก
ทุ่มเทหรือให้ความส าคัญเฉพาะรายวิชาหลักหรือเฉพาะวิชาใดวิชาหนึ่งมากจนเกินไป และเน้นย้ าให้
เห็นความส าคัญของการเรียนรู้ในรายวิชาสุขศึกษาและพลศึกษา แม้ว่าจะไม่ใช่วิชาหลักก็ตาม พร้อม
ทั้งมอบหมายให้ครูผู้สอนได้จัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อกระตุ้นหรือสร้างความสนใจให้กับนักเรียนต่อ
การเรียนรู้วิชาสุขศึกษาและพลศึกษาให้มากขึ้น
4. จากผลการประเมินพบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้การงาน
อาชีพ ผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับปานกลาง จึงควรจัดหาบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถตรง
กับสาขาหรือสาระการเรียนรู้มาสอนนักเรียน โดยการขอความอนุเคราะห์บุคลากรจากหน่วยงานหรือ
สถานศึกษาใกล้เคียงมาเป็นวิทยากรในการให้ความรู้ หรือน านักเรียนไปเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้
ใกล้เคียงกับสถานศึกษาที่มีบุคลากรด้านการงานอาชีพเพื่อสร้างเสริมความรู้และประสบการณ์ให้กับ
นักเรียน เช่น วิทยาลัยการอาชีพท้ายเหมือง เป็นต้น
5. จากผลการศึกษาความพึงพอใจ พบว่า ความพึงพอใจของผู้ปกครองแม้จะผ่านเกณฑ์
การประเมินในระดับมาก แต่ก็ยังต่ ากว่ากลุ่มอื่น จึงควรด าเนินการประชุมชี้แจงถึงแนวทางการ
ด าเนินงานของโรงเรียนให้มีความชัดเจนมากขึ้น และประชุมบ่อยครั้งขึ้นด้วยวิธีการที่หลากหลาย เพื่อ
ติดตามการเรียนรู้ของนักเรียน ร่วมรับฟังปัญหาการจัดการเรียนรู้จากผู้ปกครองและร่วมกันแก้ไข
ปัญหาร่วมกัน พร้อมทั้งสนับสนุนปัจจัยต่างๆเพื่อเอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ในสถานการณ์โควิด 19
เท่าที่จ าเป็น