ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนาทักษะกระบวนการสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะด้วยสื่อวีดิทัศน์ตามประสงค์

ความเป็นมาและความสำคัญของการพัฒนานวัตกรรม

ปัจจุบันความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว มีเทคโนโลยีต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย เพื่อช่วยอำนวยความสะดวก รวมทั้งให้ความบันเทิง หรือแม้กระทั่งการเชื่อมต่อกันเป็นเครือข่าย โดยที่ทุกคนทั่วโลกสามารถเป็นเพื่อกัน พบปะพูดคุยกันได้ตลอดเวลา เพียงแค่มีอินเตอร์เน็ต กับอุปกรณ์สำหรับเชื่อมต่อ เช่น คอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถือ ทำให้การติดต่อสื่อสารเป็นไปได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ไม่จำเป็นที่จะต้องเดินทางไปพบปะกันโดยตรง

การสอนในวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มุ่งเน้นให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเรื่อง กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งการเรียนการสอนในปัจจุบันเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ ทบทวนความเข้าใจได้ตลอดเวลาและเรียนรู้ได้จากสถานที่ต่างๆ ที่มีอินเทอร์เน็ตเชื่อมต่อ และด้วยบทบาทของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตที่เป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียนในหลายๆด้าน การนำสื่อวีดิทัศน์ตามประสงค์ มาใช้ในการจัดการเรียนรู้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้นักเรียนสามารถพัฒนากระบวนการคิด วิเคราะห์เชิงวิทยาศาสตร์ได้ ผู้ศึกษาจึงมีความสนใจที่จะใช้สื่อวีดิทัศน์ตามประสงค์ มาเป็นสื่อในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการสืบเสาะ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนชุมชนวัดท่าเดื่อ

วัตถุประสงค์ของการพัฒนานวัตกรรม

1. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ของนักเรียน ก่อนและหลัง การเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะด้วยสื่อวีดิทัศน์ตามประสงค์

2. เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการสืบเสาะ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนชุมชนวัดท่าเดื่อ โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะด้วยสื่อวีดิทัศน์ตามประสงค์

ขอบเขตการศึกษา (เนื้อหา/กลุ่มเป้าหมาย/ระยะเวลา)

เนื้อหาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนชุมชนวัดท่าเดื่อ หน่วยการเรียนรู้เรื่องสารละลาย มาจัดทำรูปแบบโครงสร้างของเนื้อหา โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็นส่วน ๆ พร้อมเฉลยตัวอย่าง กิจกรรม และแบบฝึกหัด ดังนี้

1) องค์ประกอบของสารละลาย

2) สภาพละลายได้และปัจจัยที่มีผลต่อสภาพละลายได้

3) ความเข้มข้นของสารละลาย

กลุ่มเป้าหมาย

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนชุมชนวัดท่าเดื่อ จำนวน 28 คน ที่กำลังศึกษาในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564

ระยะเวลา

ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 (พฤศจิกายน 2564 – มีนาคม 2565)

ขั้นตอน วิธีการสร้างหรือพัฒนานวัตกรรม

การพัฒนาทักษะกระบวนการสืบเสาะ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนชุมชนวัดท่าเดื่อ โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะด้วยสื่อวีดิทัศน์ตามประสงค์ รายละเอียดแต่ละขั้นตอนเป็น ดังนี้

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการเรียนการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะด้วยสื่อวีดิทัศน์ตามประสงค์ โดยใช้เวลาในการทดลอง จำนวน 18 ชั่วโมง มีขั้นตอนการสร้างดังละเอียดต่อไปนี้

1. วิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุงพุทธศักราช 2561) และหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนชุมชนวัดท่าเดื่อและหลักสูตรสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ในหน่วยการเรียนรู้เรื่องสารละลาย

2. ศึกษาการสร้างแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ เรื่องการละลาย โดยสื่อวีดิทัศน์ตามประสงค์ มีดังนี้

2.1 ขั้นสร้างความสนใจ (Engage) ขั้นนี้จะมีลักษณะเป็นการสนทนาเพื่อนำไปสู่บทเรียนทบทวนความรู้เดิม และครูผู้สอนเสนอสถานการณ์ปัญหา เพื่อนำไปสู่หัวข้อที่จะเรียนควรจะเชื่อมโยงประบวบการณ์การเรียนรู้เดิมกับปัจจุบัน และควรเป็นกิจกรรมที่คาดว่ากำลังจะเกิดขึ้นซึ่งทำให้ผู้เรียนสนใจจดจ่อที่จะศึกษาความคิดรวบยอด กระบวนการหรือทักษะ และเริ่มคิดเชื่อมโยงความคิดรวบยอด กระบวนการ หรือทักษะ และเริ่มติดเชื่อมโยงความคิดรวบยอด กระบวนการ หรือทักษะกับประสบการณ์เดิม

2.2 ขั้นสำรวจและค้นหา (Explore) ขั้นนี้เปิดโอกาสให้นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาค้นคว้าจากแหล่งเรียนรู้ เพื่อค้นพบข้อมูลสารสนเทศในการแก้ปัญหา ออกแบบการทดลอง รวบรวมข้อมูลและจัดระเบียบข้อมูล เพื่อแก้ปัญหา ปฏิบัติการทดลอง และเก็บรวบรวมข้อมูล

2.3 ขั้นอธิบาย (Explain) ขั้นนี้นักเรียนวิเคราะห์ข้อมูล อธิบายสรุปสิ่งที่ได้จากขั้นสำรวจในการแก้ปัญหา อภิปรายผลการทดลองและเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อแก้ปัญหา

2.4 ขั้นขยายความรู้ (Extend) ขั้นนี้ครูผู้สอนเสนอสถานการณ์ปัญหาใหม่ให้นักเรียนศึกษาร่วมกันภายในกลุ่ม โดยเชื่อมโยงความรู้เดิมกับสถานการณ์ใหม่ เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ถูกต้องและสอนคล้องกับนิยามที่ได้

2.5 ขั้นประเมินผล (Evaluate) ขั้นนี้เป็นการประเมินผลการเรียนรายบุคคลเกี่ยวกับความรู้ ทักษะกระบวนทางวิทยาศาสตร์และประเมินผลการทำงานเป็นกลุ่ม

ตารางที่ 1 เวลาและเรื่องที่ใช้ในการจัดการเรียนรู้

แผนที่ เรื่อง เวลา(ชั่วโมง)

1. องค์ประกอบของสารละลาย 6

2. สภาพละลายได้และปัจจัยที่มีผลต่อสภาพละลายได้ 6

3. ความเข้มข้นของสารละลาย 6

3. สร้างแผนการจัดการเรียนรู้ซึ่งประกอบด้วยมาตรฐานและตัวชี้วัด สาระสำคัญ จุดประสงค์การเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ ประกอบด้วย 5 ขั้น คือ ขั้นสร้างความสนใจ ขั้นสำรวจและค้นหา ขั้นอธิบาย ขั้นขยายความรู้ และขั้นประเมินผล ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้โดยสอบถามผู้รู้และศึกษาทฤษฏีแนวคิดที่มีการใช้สื่อวีดิทัศน์ตามประสงค์ และดาวน์โหลด สื่อวีดิทัศน์ตามประสงค์ เพื่อนำมาจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และมีการจัดกิจรรมการเรียนรู้โดยให้นักเรียนค้นหาความรู้และเรียนรู้ด้วยตนเอง ผ่านสื่อวีดิทัศน์ตามประสงค์ ในหน่วยการเรียนรู้เรื่องการละลาย

4. นำแผนการจัดการเรียนรู้ที่ได้สร้างขึ้น เสนอผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 ท่าน ที่เชี่ยวชาญด้านการสอนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อให้ประเมินความสอดคล้องด้านตัวชี้วัด จุดประสงค์การเรียนรู้ สาระสำคัญ กิจกรรมการเรียนการสอน การวัดผลประเมินผล และนำข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญมาปรับปรุงแก้ไขก่อนทดลองใช้ เพื่อประเมินคุณภาพของกิจกรรมการเรียนรู้ โดยลักษณะของแบบประเมินเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ โดยกำหนดค่าระดับความคิดเห็นแต่ละ ช่วงคะแนนและความหมาย ดังนี้

5. ปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู้ตามข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญโดยได้เสนอแนะเกี่ยวกับขั้นตอนและการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนแบบสืบเสาะความรู้ ซึ่งได้นำข้อเสนอแนะมาปรับปรุงแก้ไขแล้วนำมาตรวจสอบความถูกต้องและความเหมาะสม

6. นำแผนการจัดการเรียนรู้ที่แก้ไขปรับปรุงแล้ว ไปทดลองใช้กับนักเรียนที่ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายในโรงเรียนชุมชนวัดท่าเดื่อ ที่ผ่านการเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 9 คน โดยเป็นนักเรียนเรียนดี 3 คน เรียนปานกลาง 3 คน และเรียนอ่อน 3 คน โดยยึดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในระดับชั้นเป็นเกณฑ์ในการคัดเลือก เพื่อหาความบกพร่องของกิจกรรมและปริมาณเนื้อหาว่าเหมาะสมเพียงใด และบันทึกข้อมูลเพื่อตรวจคุณภาพก่อนนำไปใช้จริง

ผลการใช้นวัตกรรม

ในการพัฒนาทักษะกระบวนการสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนชุมชนวัดท่าเดื่อ โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะด้วยสื่อวีดิทัศน์ตามประสงค์ ได้ผลดังนี้

1. การวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนชุมชนวัด ท่าเดื่อ หน่วยการเรียนรู้เรื่องการละลาย ที่ได้รับการพัฒนาทักษะกระบวนการสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์ พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้หลังเรียนเพิ่มที่สูงกว่าก่อนเรียน โดยก่อนเรียนมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 15 คะแนน และหลังเรียนมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 24 คะแนน

2. ผลการพัฒนาทักษะกระบวนการสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์ เรื่อง การละลาย ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนชุมชนวัดท่าเดื่อ โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะด้วยสื่อวีดิทัศน์ตามประสงค์ พบว่า ร้อยละการเบี่ยงเบนมาตรฐาน ก่อนเรียนเท่ากับ 2.๐๓ หลังเรียนเท่ากับ ๑.๑๐ แสดงให้เห็นว่า ภายหลังการเรียนโดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะด้วยสื่อวีดิทัศน์ตามประสงค์ ผู้เรียนทำแบบทดสอบได้ดีกว่า ก่อนเรียน ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้

โพสต์โดย Wikky : [21 ก.ค. 2565 เวลา 06:13 น.]
อ่าน [101388] ไอพี : 118.174.65.182
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 3,757 ครั้ง
Intrend ให้แบบไม่ OUT กับ 5 รูปแบบการสอน Active Learning ที่ครูต้องใช้ในยุคนี้
Intrend ให้แบบไม่ OUT กับ 5 รูปแบบการสอน Active Learning ที่ครูต้องใช้ในยุคนี้

เปิดอ่าน 25,779 ครั้ง
คำอวยพรปีใหม่ของชาติต่างๆ
คำอวยพรปีใหม่ของชาติต่างๆ

เปิดอ่าน 33,633 ครั้ง
หลักสูตรการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ก่อนแต่งตั้งให้มีหรือเลื่อนวิทยฐานะ
หลักสูตรการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ก่อนแต่งตั้งให้มีหรือเลื่อนวิทยฐานะ

เปิดอ่าน 3,692 ครั้ง
อยากจมูกโด่งมีดั้ง จะเลือกผ่าตัดเสริมจมูก ร้อยไหม หรือฉีดฟิลเลอร์ดี?
อยากจมูกโด่งมีดั้ง จะเลือกผ่าตัดเสริมจมูก ร้อยไหม หรือฉีดฟิลเลอร์ดี?

เปิดอ่าน 27,161 ครั้ง
เลิกครู 5 ปี…แก้ทั้งระบบครบวงจร : โดย สมหมาย ปาริจฉัตต์
เลิกครู 5 ปี…แก้ทั้งระบบครบวงจร : โดย สมหมาย ปาริจฉัตต์

เปิดอ่าน 9,191 ครั้ง
ระบบการศึกษาไม่สมดุล (2)
ระบบการศึกษาไม่สมดุล (2)

เปิดอ่าน 20,577 ครั้ง
พลังบำบัดจากน้ำมะพร้าว
พลังบำบัดจากน้ำมะพร้าว

เปิดอ่าน 39,894 ครั้ง
สูตรลับการคูณแม่ 9 โดยใช้นิ้วมือทั้ง 10 นิ้ว(สุดยอดครับ)
สูตรลับการคูณแม่ 9 โดยใช้นิ้วมือทั้ง 10 นิ้ว(สุดยอดครับ)

เปิดอ่าน 66,654 ครั้ง
กำจัดแก๊สในร่างกายด้วยท่าง่าย ๆ
กำจัดแก๊สในร่างกายด้วยท่าง่าย ๆ

เปิดอ่าน 19,035 ครั้ง
การจับจอภาพโดยใช้ความสามารถ Clipboard
การจับจอภาพโดยใช้ความสามารถ Clipboard

เปิดอ่าน 11,731 ครั้ง
4 วิธี สร้างสมาธิแบบไม่น่าเชื่อ
4 วิธี สร้างสมาธิแบบไม่น่าเชื่อ

เปิดอ่าน 21,197 ครั้ง
การประเมินความจำเป็นในการกำหนดวัตถุประสงค์
การประเมินความจำเป็นในการกำหนดวัตถุประสงค์

เปิดอ่าน 19,569 ครั้ง
อนาคต 10 อย่างที่กำลังจะหายไป
อนาคต 10 อย่างที่กำลังจะหายไป

เปิดอ่าน 28,846 ครั้ง
คำขอมับัตรประจำตัวหรือขอบัตรประจำตัวใหม่ ตาม พ.ร.บ.บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ.2542
คำขอมับัตรประจำตัวหรือขอบัตรประจำตัวใหม่ ตาม พ.ร.บ.บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ.2542

เปิดอ่าน 37,655 ครั้ง
กำจัด "กลิ่นปาก" ให้สิ้นซาก
กำจัด "กลิ่นปาก" ให้สิ้นซาก

เปิดอ่าน 17,576 ครั้ง
หมอชี้ "มะเร็งตับอ่อน" ไม่กินเหล้าสูบบุหรี่ก็เป็นได้ แนะ 5 ทำ 5 ไม่
หมอชี้ "มะเร็งตับอ่อน" ไม่กินเหล้าสูบบุหรี่ก็เป็นได้ แนะ 5 ทำ 5 ไม่
เปิดอ่าน 13,315 ครั้ง
5 ประโยชน์จากน้ำมันมะกอก
5 ประโยชน์จากน้ำมันมะกอก
เปิดอ่าน 23,700 ครั้ง
ประโยชน์ของน้ำมะนาว ดื่มอุ่น ๆ ยามเช้า ดี
ประโยชน์ของน้ำมะนาว ดื่มอุ่น ๆ ยามเช้า ดี
เปิดอ่าน 26,487 ครั้ง
วิธีการลดขนาดภาพ โดยลดขนาดความกว้างของภาพหลายภาพในครั้งเดียว
วิธีการลดขนาดภาพ โดยลดขนาดความกว้างของภาพหลายภาพในครั้งเดียว
เปิดอ่าน 7,322 ครั้ง
"#TikTokUni" ยกระดับการเรียนรู้ สู่การพัฒนาตนเองของคน Genใหม่
"#TikTokUni" ยกระดับการเรียนรู้ สู่การพัฒนาตนเองของคน Genใหม่

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ