การวิจัยครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อการพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านและการเขียนคำศัพท์ Phrasal verbs ในประโยคให้ถูกต้อง โดย ใช้เทคนิค SPA ( Searching Practicing Applying ) ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย ๒ ปีการศึกษา 2564 เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลในการวิจัยครั้งนี้คือ แผนการสอน ผู้วิจัยได้ดำเนินการสร้างแผนการสอนรวมทั้งสิ้น 3 แผน แผนละ1 คาบ เป็นแผนการสอนเรื่อง Phrasal verbs with work 1 แผน แผนการสอนเรื่อง Three part phrasal verbs 1 แผน และแผนการสอนเรื่อง Idioms with heart and head 1 แผน แบบฝึกหัดการเขียนเติมคำศัพท์เกี่ยวกับ Phrasal verbs ในประโยค และแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน
ประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้วิจัย คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 43 คน โรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย ๒ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564
ผลการวิจัยพบว่าภายหลังจากที่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ได้รับการพัฒนาทักษะการอ่านการเขียนเติมคำศัพท์เกี่ยวกับ Phrasal verbs ในประโยคให้ถูกต้อง โดยใช้เทคนิค SPA (Searching Practicing Applying) แล้วพบว่าคะแนนเฉลี่ยของการเขียนประโยคก่อนได้รับการฝึกมีค่า 3.28 คะแนนเฉลี่ยหลังจากได้รับการฝึกครั้งสุดท้ายมีค่า 8.74 มีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 5.46 มีนักเรียนที่ได้คะแนนการเขียนเติมคำศัพท์เกี่ยวกับ Phrasal verbs ในประโยคหลังจากการได้รับการฝึกเพิ่มขึ้นจากคะแนนก่อนได้รับการฝึก จำนวน 43 คน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 100 ของนักเรียนทั้งหมด
จากการดำเนินการวิจัยในชั้นเรียนครั้งนี้ พบว่าเมื่อนำวิธีการพัฒนาทักษะการเขียนเติมคำศัพท์เกี่ยวกับ Phrasal verbs ในประโยคให้ถูกต้อง โดยใช้เทคนิค SPA (Searching Practicing Applying) ใช้กับนักเรียนแล้ว ส่งผลให้นักเรียนมีการพัฒนาความสามารถในการเขียนเติมคำศัพท์เกี่ยวกับ Phrasal verbs ในประโยคด้วยตนเองได้ดียิ่งขึ้น ดังนั้นการใช้เทคนิค SPA (Searching Practicing Applying) ในการพัฒนาทักษะการเขียนเติมคำศัพท์เกี่ยวกับ Phrasal verbs ในประโยคของนักเรียนจึงเป็นวิธีที่เหมาะสมที่จะช่วยให้นักเรียนสามารถเขียนเติมคำศัพท์เกี่ยวกับ Phrasal verbs ในประโยคได้ถูกต้องมากยิ่งขึ้น
ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
ความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีในปัจจุบัน ทำให้โลกมีวัฒนาการและมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง มนุษย์สามารถติดต่อสื่อสารอย่างไร้พรมแดน ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากการเจริญเติบโตของเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งต่างก็หลั่งไหลเข้าสู่ประเทศไทย สังคมไทย และคนไทย ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เป็นภาษาอังกฤษ จึงจำเป็นที่การจัดการศึกษาของประเทศต้องเร่งพัฒนา ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงเพื่อพัฒนาคนในประเทศ ให้มีศักยภาพเพียงพอต่อการดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพซึ่งสอดคล้องกับความมุ่งหมายและหลักการของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 มาตรา 6 การจัดการศึกษาต้องเป็นไป เพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ สติปัญญา ความรู้ มีคุณธรรมและจริยธรรม สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
ภาษาอังกฤษเป็นภาษาสากลที่สำคัญในการติดต่อสื่อสาร ทักษะที่สำคัญในการแสวงหาความรู้ คือทักษะการอ่าน การอ่านเป็นทักษะที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตในโลกปัจจุบัน ผู้ที่อ่านมากย่อมมีความรู้มาก ทักษะการอ่านภาษาอังกฤษจัดว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนยุคใหม่ การอ่านเป็นเครื่องมือสำคัญยิ่งสำหรับการแสวงหาความรู้ เพราะการอ่านจะช่วยสร้างเสริมความรู้ความคิดของคนให้เพิ่มพูนยิ่งขึ้น การอ่านมีบทบาทสำคัญในการเรียนทุกระดับ ในบรรดาทักษะภาษาอังกฤษอันประกอบด้วยทักษะการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียนนั้น ทักษะที่จำเป็นมากที่สุดคือ ทักษะการอ่าน ซึ่งต้องใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น การอ่านฉลากยา การอ่านป้ายโฆษณา ตลอดจนวิธีการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มาจากต่างประเทศ ตลอดจนความจำเป็นในการอ่านคำศัพท์อ่านบทความหรือเรื่องสั้นภาษาอังกฤษของนักเรียน ดังนั้นทักษะการอ่านจึงเป็นทักษะที่นักเรียนต้องการและควรได้รับการส่งเสริมเป็นอย่างยิ่ง
ในการเรียนการสอนวิชาภาษาอังกฤษให้ความสำคัญในเรื่องทักษะการอ่านการเขียนคำศัพท์ Phrasal verbs ซึ่งผู้วิจัยพบปัญหาว่ามีนักเรียนในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวนหนึ่งมีปัญหาด้านการอ่านการเขียนคำศัพท์ เนื่องจากนักเรียนอ่านไม่ออก สะกดคำไม่ได้ ด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้ผู้วิจัยมีความสนใจในการนำเอกสารในวิชาภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 2 (อ31204) มาพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนของนักเรียนให้มีประสิทธิภาพในการอ่านสูงขึ้น และรู้คุณค่าของการเรียนภาษาอังกฤษ เพื่อประโยชน์ในการศึกษาต่อในขั้นและสูงขึ้นและเพื่อประกอบอาชีพต่อไป