ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนาทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวก การลบเศษส่วน ที่มีตัวส่วนไม่เท่ากัน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

การพัฒนาทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวก การลบเศษส่วน

ที่มีตัวส่วนไม่เท่ากัน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

รายงานวิจัยหน้าเดียว การพัฒนาทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวก การลบเศษส่วน

ที่มีตัวส่วนไม่เท่ากัน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

ผู้วิจัย นางสุนันทา สุขปลั่ง

กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์

ปีการศึกษา ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563



ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

จากการเรียนการสอนในชั่วโมง เรื่อง การบวก การลบเศษส่วนที่มีตัวส่วนไม่เท่ากันของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 นักเรียนมีทักษะการบวก การลบเศษส่วนที่มีตัวส่วนไม่เท่ากัน ยังไม่ถูกต้องและ ไม่แม่นยำ ครูผู้สอนจึงร่วมกันสนทนากับนักเรียน เรื่อง การพัฒนาทักษะการบวก การลบเศษส่วนที่มี ตัวส่วนไม่เท่ากัน ซึ่งได้ข้อสรุปว่า นักเรียนต้องฝึกฝนทำแบบฝึกทักษะให้มากขึ้นด้วยตนเอง โดยปฏิบัติตาม แบบฝึกทักษะการบวก การลบเศษส่วนที่มีตัวส่วนไม่เท่ากัน (มีครูเป็นผู้ให้คำปรึกษาและแนะนำ)

เพื่อให้นักเรียนเกิดทักษะการบวก การลบเศษส่วน และช่วยให้นักเรียนมีความมั่นใจในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์มากขึ้น ครูจึงเกิดแนวคิดและได้สร้างแบบฝึกเสริมทักษะการบวก การลบเศษส่วนที่มี ตัวส่วนไม่เท่ากัน ให้นักเรียนได้ปฏิบัติ เมื่อเกิดความเข้าใจ แนวความคิด เจตคติ และทักษะให้เกิดขึ้นใน ตัวผู้เรียน จะทำให้เกิดการเรียนรู้ได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น จดจำไปได้นาน

นอกจากนี้ยังทำให้ผู้เรียนสนุกสนาน เพลิดเพลิน ไม่เบื่อหน่าย เป็นการลดปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการเรียนของผู้เรียนและเพิ่มประสิทธิภาพของครูผู้สอน

วัตถุประสงค์ของการวิจัย

เพื่อพัฒนาทักษะการบวก การลบเศษส่วนที่มีตัวส่วนไม่เท่ากันของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 4

ขอบเขตของการวิจัย

1. ประชากร ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดบ้านพริก ปีการศึกษา 2563

2. กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดบ้านพริก

ปีการศึกษา 2563 จำนวน 15 คน ที่มีปัญหาการบวก การลบเศษส่วนที่มีตัวส่วนไม่เท่ากัน

3. เนื้อหาที่ใช้ศึกษา คือ เนื้อหาเรื่อง เศษส่วน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ตามหลักสูตรการศึกษา

ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)

สมมุติฐานของการวิจัย

นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่ได้รับการพัฒนาทักษะการบวก การลบเศษส่วนที่มีตัวส่วน ไม่เท่ากัน ด้วยแบบฝึกเสริมทักษะ

ตัวแปรในการวิจัย

1. ตัวแปรต้น ได้แก่ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะ

2. ตัวแปรตาม ได้แก่ ผลการพัฒนาทักษะการบวก การลบเศษส่วนที่มีตัวส่วนไม่เท่ากัน

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

1. นักเรียนมีทักษะ เรื่อง การบวก การลบเศษส่วนที่มีตัวส่วนไม่เท่ากัน

2. ได้แนวทางการพัฒนาการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวก การลบเศษส่วนที่มี

ตัวส่วนไม่เท่ากัน

แนวคิดในการวิจัย

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

เครื่องมือแก้ปัญหา/แนวทางแก้ปัญหา

แบบฝึกเสริมทักษะ เรื่อง การบวก การลบเศษส่วนที่มีตัวส่วนไม่เท่ากัน

เครื่องมือในการเก็บข้อมูล

แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน เรื่อง การบวก การลบเศษส่วนที่มีตัวส่วนไม่เท่ากัน

สถิติที่ใช้ในการวิจัย

1. ค่าเฉลี่ยของคะแนนทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน

2. ค่าร้อยละ

วิธีดำเนินการวิจัย

1. รูปแบบการวิจัย เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง ใช้กับนักเรียน 15 คน ที่มีปัญหาการบวก การลบ

เศษส่วนที่มีตัวส่วนไม่เท่ากัน โดยมีการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะ

2. ดำเนินกิจกรรมโดยใช้ชั่วโมงนอกเวลาเรียน (พักกลางวัน) จำนวน 4 ชั่วโมง โดยเริ่มจากการ ทำแบบทดสอบก่อนเรียน แล้วอธิบายเนื้อหาเรื่อง การบวก การลบเศษส่วนที่มีตัวส่วนไม่เท่ากัน จากนั้น ให้นักเรียนทำแบบฝึกเสริมทักษะในแต่ละชั่วโมง แล้วจึงทำแบบทดสอบหลังเรียน เมื่อเรียนครบ 4 ชั่วโมง

การวิเคราะห์ข้อมูล

นำข้อมูลที่ได้จากการทำแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน มาวิเคราะห์เพื่อเปรียบเทียบผล การพัฒนาทักษะการบวก การลบเศษส่วนที่มีตัวส่วนไม่เท่ากันของนักเรียน ด้วยการหาค่าเฉลี่ยของคะแนนแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน จากนั้นหาค่าร้อยละของนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์การเรียน

สรุปผลการวิจัย

ผลการพัฒนาทักษะการบวก การลบเศษส่วนที่มีตัวส่วนไม่เท่ากันของนักเรียน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะ พบว่า นักเรียนได้คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน โดยคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 3.53 คะแนน และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 7.53 คะแนน คะแนนเฉลี่ยของความก้าวหน้า เท่ากับ 4.00 แสดงดังตารางต่อไปนี้

ตารางที่ 1 แสดงผลการพัฒนาทักษะ เรื่อง การบวก การลบเศษส่วนที่มีตัวส่วนไม่เท่ากันของนักเรียน

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 15 คน

นักเรียนคนที่ คะแนนก่อนเรียน คะแนนหลังเรียน ความก้าวหน้า

คะแนนเต็ม คะแนนที่ได้ คะแนนเต็ม คะแนนที่ได้

1 10 3 10 8 +5

2 10 4 10 7 +3

3 10 5 10 8 +3

4 10 4 10 7 +3

5 10 2 10 6 +4

6 10 3 10 7 +4

7 10 4 10 8 +4

8 10 5 10 9 +4

9 10 2 10 7 +5

10 10 3 10 8 +5

11 10 4 10 7 +3

12 10 5 10 9 +4

13 10 4 10 7 +3

14 10 3 10 8 +5

15 10 2 10 7 +5

รวม 150 53 150 113 60

เฉลี่ย 10.00 3.53 10.00 7.53 4.00

อภิปรายผล

นักเรียนมีผลคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน โดยคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 3.53 คะแนน และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 7.53 คะแนน ทั้งนี้เนื่องมาจากนักเรียนมีความมุ่งมั่นตั้งใจในการเรียนครั้งนี้

เมื่อนักเรียนเกิดข้อสงสัยก็จะสอบถามครูผู้สอนอยู่เสมอ ต่างจากในชั้นเรียนปกติที่นักเรียนมักจะไม่กล้าโต้ตอบกับครูผู้สอน ซึ่งอาจจะเป็นเพราะว่ากลุ่มนักเรียนที่เรียนเป็นกลุ่มขนาดเล็ก ทำให้ครูดูแลนักเรียน

ได้อย่างทั่วถึง และนักเรียนก็รู้สึกว่าครูเป็นกัลยาณมิตร จึงทำให้การเรียนการสอนเป็นไปในเชิงพัฒนา ส่งผลให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้และมีทักษะในการบวก การลบเศษส่วนที่มีตัวส่วนไม่เท่ากันสูงขึ้น

ข้อเสนอแนะที่ได้จากการวิจัย

1. จากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ พบว่า นักเรียนใช้เวลาในการทำแบบฝึกเสริมทักษะที่ต่างกัน

เนื่องจาก นักเรียนแต่ละคนมีความแตกต่างกันในด้านการเรียนรู้ ดังนั้น ครูผู้สอนควรมีการยืดหยุ่นเวลา ที่ใช้ในการทำแบบฝึกเสริมทักษะ ให้สอดคล้องกับศักยภาพของนักเรียนแต่ละคน

2. ครูผู้สอนควรให้กำลังใจ คำชมเชย หรือรางวัลแก่นักเรียนบ้างในบางครั้ง เพื่อกระตุ้นให้

นักเรียนมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม เรียนรู้อย่างมีความสุขและสนุกสนาน รวมทั้งมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนคณิตศาสตร์

ข้อเสนอแนะเพื่อการวิจัยครั้งต่อไป

1. ครูผู้สอนสามารถนำผลไปพัฒนาต่อยอดในการเรียนการสอนในหน่วยการเรียนรู้อื่น ๆ ได้ 2. ครูผู้สอนสามารถศึกษาปัญหาหรือปัจจัยอื่นที่มีผลต่อพื้นฐานการคิดคำนวณของนักเรียนต่อไป

โพสต์โดย ปอปลาตากลม : [30 มี.ค. 2565 เวลา 11:53 น.]
อ่าน [102287] ไอพี : 202.176.126.225
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 18,445 ครั้ง
กินช็อกโกแลต ดื่มชาและเหล้าไวน์ ช่วยบำรุงสติปัญญาได้
กินช็อกโกแลต ดื่มชาและเหล้าไวน์ ช่วยบำรุงสติปัญญาได้

เปิดอ่าน 31,718 ครั้ง
การนวดท้องแบบ"ชิเนซัง"(Shi-Nei-Tsang) ปลดปล่อยสารพิษในร่างกาย
การนวดท้องแบบ"ชิเนซัง"(Shi-Nei-Tsang) ปลดปล่อยสารพิษในร่างกาย

เปิดอ่าน 24,046 ครั้ง
การปรับปรุงระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการเทียบวุฒิการศึกษาในประเทศเเละต่างประเทศระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2560
การปรับปรุงระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการเทียบวุฒิการศึกษาในประเทศเเละต่างประเทศระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2560

เปิดอ่าน 3,974 ครั้ง
คำขอขมาพระแม่คงคา ในคืนวันเพ็ญเดือนสิบสอง วันลอยกระทง 2566
คำขอขมาพระแม่คงคา ในคืนวันเพ็ญเดือนสิบสอง วันลอยกระทง 2566

เปิดอ่าน 10,919 ครั้ง
คลิปการทดลองน่าทึ่ง เมื่อคนแปลกหน้าขอแบ่งของกินจากขอทาน
คลิปการทดลองน่าทึ่ง เมื่อคนแปลกหน้าขอแบ่งของกินจากขอทาน

เปิดอ่าน 15,044 ครั้ง
สัญญาณบอกอาการ 15 โรคฮิต เช็กดูสักนิด ก่อนจิตตก
สัญญาณบอกอาการ 15 โรคฮิต เช็กดูสักนิด ก่อนจิตตก

เปิดอ่าน 310,769 ครั้ง
วิธีปฐมพยาบาลบาดแผลจากสัตว์มีพิษกัดต่อย
วิธีปฐมพยาบาลบาดแผลจากสัตว์มีพิษกัดต่อย

เปิดอ่าน 3,327 ครั้ง
ดื่มน้ำ ยังไง ให้เกิดผลดีต่อร่างกาย
ดื่มน้ำ ยังไง ให้เกิดผลดีต่อร่างกาย

เปิดอ่าน 17,473 ครั้ง
ชำยอดอ่อนควบแน่น เคล็ดวิชาปราชญ์ชาวบ้าน
ชำยอดอ่อนควบแน่น เคล็ดวิชาปราชญ์ชาวบ้าน

เปิดอ่าน 117,051 ครั้ง
ความหมายของมาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา
ความหมายของมาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา

เปิดอ่าน 18,254 ครั้ง
ลายมือผู้นำระดับโลก
ลายมือผู้นำระดับโลก

เปิดอ่าน 28,845 ครั้ง
อย่าด่วนตัดสินอะไรเร็วเกินไป สิ่งที่คุณเห็นอาจไม่ใช่สิ่งที่คุณคิด!
อย่าด่วนตัดสินอะไรเร็วเกินไป สิ่งที่คุณเห็นอาจไม่ใช่สิ่งที่คุณคิด!

เปิดอ่าน 25,030 ครั้ง
นักวิชาการแจงข้อสอบเด็ก ป.3 สุดยาก เป็นการคัดเลือกเด็กเข้าเรียนในห้องพิเศษ
นักวิชาการแจงข้อสอบเด็ก ป.3 สุดยาก เป็นการคัดเลือกเด็กเข้าเรียนในห้องพิเศษ

เปิดอ่าน 18,069 ครั้ง
แก้รอยสิวด้วยน้ำผึ้งและแอปเปิ้ล
แก้รอยสิวด้วยน้ำผึ้งและแอปเปิ้ล

เปิดอ่าน 23,268 ครั้ง
เกมส์มาริโอทดสอบความจำ
เกมส์มาริโอทดสอบความจำ

เปิดอ่าน 22,590 ครั้ง
การ์ตูนช่วยจำลำดับพยัญชนะไทย
การ์ตูนช่วยจำลำดับพยัญชนะไทย
เปิดอ่าน 9,739 ครั้ง
จริงหรือที่คนมีสมองขนาดใหญ่ฉลาดมากกว่าคนที่มีสมองขนาดเล็ก ? หาคำตอบได้ที่นี่!
จริงหรือที่คนมีสมองขนาดใหญ่ฉลาดมากกว่าคนที่มีสมองขนาดเล็ก ? หาคำตอบได้ที่นี่!
เปิดอ่าน 26,344 ครั้ง
อาหารยอดนิยมในอาเซียน (ลาว)
อาหารยอดนิยมในอาเซียน (ลาว)
เปิดอ่าน 17,464 ครั้ง
ไมโครซอฟท์ประกาศ ยุติโปรแกรม Paint แล้ว หลังอยู่คู่วินโดวส์มา 32ปี!
ไมโครซอฟท์ประกาศ ยุติโปรแกรม Paint แล้ว หลังอยู่คู่วินโดวส์มา 32ปี!
เปิดอ่าน 16,056 ครั้ง
LINEเพิ่มฟีเจอร์ไอคอนรูปกุญแจในห้องแชท
LINEเพิ่มฟีเจอร์ไอคอนรูปกุญแจในห้องแชท

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ