วิจัยในชั้นเรียน
ชั้นอนุบาลปีที่ 3 โรงเรียนอนุบาลธรรมศิริวิทยาคาร
ชื่อเรื่อง การพัฒนานักเรียนสมาธิสั้นด้วยกิจกรรมสร้างสรรค์ลูสพารตส์ (Loose Parts)
ชื่อผู้วิจัย นางสาวสาวิตรี ชื่นอารมณ์ ตำแหน่ง ครู โรงเรียนอนุบาลธรรมศิริวิทยาคาร
สภาพปัญหา นักเรียนในชั้นเรียนระดับชั้นอนุบาล 3 มีนักเรียน ทั้งหมด 21 คน
มีนักเรียนสมาธิสั้น 2 คน
1. ด.ช.วรลภย์ อริยะเดช
2. ด.ช.ปิยะวัฒน์ กรชิต
ความเป็นมา นักเรียนทั้ง 2 คน จะเป็นนักเรียนไม่ค่อยนิ่งในขณะปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ต้องให้นั่งใกล้ๆครู เพื่อคอยกระตุ้นในการฟัง การพูด และการตอบคำถาม ลักษณะการพูด การตอบคำถามของนักเรียนจะพูดทวนคำถามก่อนจึงจะตอบ และไม่นิ่งในขณะร่วมกิจกรรมการวาดภาพระบายสีตามจินตนาการต่างๆ จะขีดเขียน แค่สอง สาม ครั้งแล้วจะเลิก ไม่ทำต่อ และ เปลี่ยนไปทำกิจกรรมอื่นอย่างไม่หยุดนิ่ง ถึงแม้จะเป็นกิจกรรมที่หน้าสนใจ เช่น ฟังนิทาน ฯลฯ ครูประจำชั้นจึงมีความสนใจจะศึกษานักเรียนทั้ง 2 คน เพื่อนำกิจกรรมสร้างสรรค์มาฝึกปฏิบัติ เพื่อปรับพฤติกรรมในการพัฒนาความสามารถของนักเรียนทั้ง 2 คน ที่มีสมาธิสั้น ให้ปรับพฤติกรรมในขั้นพื้นฐานได้เหมาะสมกับวัย
ทางเลือกที่คาดว่าจะแก้ปัญหา
1. กิจกรรมสร้างสรรค์ลูสพารตส์ (Loose Parts)
2. การกิจกรรมสร้างสรรค์ลูสพารตส์ (Loose Parts)
3. วาดภาพระบายสีตามจินตนาการอิสระ
4. ปั้นดินน้ำมัน
5. ฉีกปะภาพ
วัตถุประสงค์
1. เพื่อพัฒนาความสามารถของ นักเรียนที่มีสมาธิสั้นในการปฏิบัติกิจกรรมโดยใช้กิจกรรมสร้างสรรค์
2. เพื่อสร้าง และ พัฒนานวัตกรรมในการศึกษาสมาธิให้กับนักเรียนทั้งสอง
ระยะเวลาการดำเนินงาน 1 พ.ย. 2564 1 ก.พ. 2565
ขั้นตอนในการดำเนินงาน
1. ทดลองให้นักเรียนทำกิจกรรมสร้างสรรค์อย่างอิสระ
2. สนทนาตกลงกติกาในการทำงานสร้างสรรค์
3. ให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมสร้างสรรค์อย่างสม่ำเสมอ
4. สังเกตหลังจากปฏิบัติกิจกรรมโดยใช้ นวัตกรรม
5. นำผลงานก่อนการทดลอง และหลังการทดลองมาปรับ นวัตกรรม
6. สรุปผล และเสนอแนะ
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีจุดมุ่งหมายที่จะพัฒนาสมาธินักเรียนในระดับก่อนประถมศึกษา ซึ่งอยู่ในวัย 5 ปี เป็นวัยแห่งการเรียนรู้จะสนใจเรียน ประมาณ 10 20 นาที จากการจัดกิจกรรมหลัก 6 กิจกรรมในภาคเรียนที่ 1 พบว่าในห้องเรียนอนุบาล 3 ที่มีสมาธิในการเรียนรู้ได้น้อยอยู่ 2 คน ผู้วิจัยจึงได้จัดกิจกรรมสร้างสรรค์ มาช่วยในการทำงานวิจัย โดยผ่านกระบวนการกิจกรรมสร้างสรรค์ลูสพารตส์ (Loose Parts) ฉีก ปะภาพ วาดภาพระบายสีตามจินตนาการ และปั้นดินน้ำมัน เพื่อให้ผู้เรียนได้มีสมาธิในการเรียนเพิ่มมากขึ้น และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชั้นพื้นฐานได้เหมาะสมกับวัย
การพัฒนาเด็กสมาธิสั้นด้วยกิจกรรมสร้างสรรค์ลูสพารตส์ (Loose Parts)
ความสำคัญ และ ที่มา
นักเรียนวัย 5 ปี ต้องมีการพัฒนาการทางด้านอารมณ์ จิตใจสังคม และสติปัญญา จากการเลี้ยงดูที่ส่งเสริมถึงพัฒนาการตลอดจนการเรียนรู้ที่เหมาะสมจากการปฏิสัมพันธ์ระหว่างนักเรียนกับพ่อแม่ เด็กกับครู เด็กกับครูพี่เลี่ยง เพื่อพัฒนาตนเองตามลำดับของคุณลักษณะอันพึงประสงค์อย่างสมดุลย์ และ เต็มศักยภาพ (จากหลักสูตรการศึกษาประถมวัย) เนื่องจาก ด.ช.ปิยะวัฒน์ กรชิตและ ด.ช.วรลภย์ อริยะเดช มีพัฒนาการที่ล่าช้าไม่เหมาะสมกับวัยในด้านสติปัญญา อารมณ์ จิตใจ สังคม และร่างกาย ไม่เป็นไปตามศักยภาพของนักเรียน
เนื่องจากการจัดกิจกรรมหลัก 6 กิจกรรม และการทดสอบประเมินผลพัฒนาการในภาคเรียนที่ 1 นักเรียนมีพัฒนาการไม่เหมาะสมกับวัย ครูจึงสนใจที่จะทำวิจัย เพื่อพัฒนาการให้
ด.ช.ปิยะวัฒน์ กรชิต และ ด.ช.วรลภย์ อริยะเดช มีการพัฒนาที่ดีขึ้น โดยใช้กิจกรรมสร้างสรรค์ซึ่งมี การกิจกรรมสร้างสรรค์ลูสพารตส์ (Loose Parts) การวาดภาพระบายสีตามจินตนาการ การฉีกปะภาพ และปั้นดินน้ำมัน เพื่อพัฒนาการให้นักเรียนมีศักยภาพที่ดีขึ้น
จุดประสงค์
1. เพื่อพัฒนาความสามารถของ ด.ช.ปิยะวัฒน์ กรชิต และ ด.ช.วรลภย์ อริยะเดช ที่มีสมาธิสั้นให้มีการพัฒนาได้เหมาะสมกับวัย
2. เพื่อพัมนานวัตกรรมในการฝึกสมาธิให้กับนักเรียนที่มีสมาธิสั้นให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ตัวแปรที่ศึกษา ตัวแปรต้น
1. กิจกรรมสร้างสรรค์ในด้านกิจกรรมสร้างสรรค์ลูสพารตส์ (Loose Parts)และวาดภาพระบายสีตามจินตนาการ
2. ฉีก - ปะและปั้นดินน้ำมัน
ตัวแปรตาม การพัฒนาสมาธิของผู้เรียน
กรอบแนวคิดในการวิจัย
กิจกรรมสร้างสรรค์ลูสพารตส์ (Loose Parts)
กิจกรรมสร้างสรรค์ สมาธิของผู้เรียน
วาดภาพจินตนาการระบายสี
ฉีก ปะและปั้นดินน้ำมัน
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
ผลจากการวิจัยครั้งนี้จะเป็นแนวทางสำหรับครูที่จะจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ในวัย 5 ปีให้ได้ผลตามจุดประสงค์ และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในห้องเรียน และนำผลมาใช้ในการปรับปรุง หรือพัฒนาการเรียน การสอนให้นักเรียนเกิดการพัฒนา และเกิดประสิทธิภาพสำหรับนักเรียนปฐมวัย
ขอบเขตของการวิจัย
ประชากรที่ใช้ในการศึกษาวิจัย
ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ได้แก่ด.ช.ปิยะวัฒน์ กรชิต อายุ 5 ปี และ ด.ช.วรลภย์ อริยะเดช อายุ 5 ปี อยู่ในระดับชั้นอนุบาล 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ในโรงเรียนอนุบาลธรรมศิริวิทยาคาร
วิธีดำเนินการวิจัย
ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ได้แก่ ด.ช.ปิยะวัฒน์ กรชิต อายุ 5 ปี และด.ช.วรลภย์ อริยะเดช อายุ 5 ปี อยู่ในระดับชั้นอนุบาล 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ในโรงเรียนอนุบาลธรรมศิริวิทยาคาร ต.หนองม่วง อ.โคกสูง จ.สระแก้ว
โดยมีวิธีดำเนินงานด้วยการวิจัยดังนี้
ที่ วัน/เดือน/ปี กิจกรรม หมายเหตุ
1
2
5/พ.ย./2564
12/พ.ย./2564
19/พ.ย./2564
26/พ.ย./2564
3/ธ.ค./2564
9/ธ.ค./2564
17/ธ.ค./2564
24/ธ.ค./2564
7/ม.ค./2565
14/ม.ค./2565
21/ม.ค./2565
28/ม.ค./2565
กิจกรรมสร้างสรรค์ลูสพารตส์ (Loose Parts)
วาดภาพระบายสีตามจินตนาการ
ฉีก ปะภาพ
ปั้นดินน้ำมัน
กิจกรรมสร้างสรรค์ลูสพารตส์ (Loose Parts)
วาดภาพระบายสีตามจินตนาการ
ฉีก ปะภาพ
ปั้นดินน้ำมัน
กิจกรรมสร้างสรรค์ลูสพารตส์ (Loose Parts)
วาดภาพระบายสีตามจินตนาการ
ฉีก ปะภาพ
ปั้นดินน้ำมัน
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
ในการทำวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัย ได้ทำกิจกรรมดังนี้
1. การจัดกิจกรรม
2. การบันทึกข้อมูล
ผลการวิเคราะห์ข้อมูล
จากแบบบันทึกการพัฒนาสมาธิสั้นด้วยกิจกรรมสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาผู้เรียนภายหลังจากการทำกิจกรรม เพื่อส่งเสริมการพัฒนาผู้เรียนแล้ว ผู้เรียนมีระดับคะแนะสูงขึ้นตามลำดับ ซึ่งเป็นไปตามสมมุติฐาน ขั้นตอนตามลำดับ ซึ่งเป็นไปตามสมมุติฐานที่ตั้งไว้ทำให้ ด.ช.ปิยะวัฒน์ กรชิต และ ด.ช.วรลภย์ อริยะเดช มีพัฒนาการที่ดีขึ้น