ชื่อเรื่อง การพัฒนาชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น เรื่อง การเจริญเติบโต
ของมนุษย์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
ผู้วิจัย อาทิชา จันผง
ปีที่วิจัย 2561
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อพัฒนาชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น เรื่อง การเจริญเติบโตของมนุษย์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ก่อนและหลังเรียนด้วยชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น เรื่อง การเจริญเติบโตของมนุษย์ และ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีต่อการเรียนด้วยชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น เรื่อง การเจริญเติบโตของมนุษย์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561 โรงเรียนบ้านยางโองนอก อำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 1 จำนวนนักเรียน 20 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น เรื่อง การเจริญเติบโตของมนุษย์ 2) คู่มือการจัดการเรียนรู้ 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และ
4) แบบสอบถามความพึงพอใจ การวิเคราะห์ข้อมูลคำนวณหาประสิทธิภาพ (E1/E2) ค่าร้อยละ (P) ค่าเฉลี่ย (x̄) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และค่าที (t - test)
ผลการวิจัยพบว่า
1. ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น เรื่อง การเจริญเติบโตของมนุษย์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีประสิทธิภาพ เท่ากับ 85.54/84.13 ถือว่าเป็นไปตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ 80/80
2. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ได้รับการเรียนด้วยชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น เรื่อง การเจริญเติบโตของมนุษย์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น เรื่อง การเจริญเติบโตของมนุษย์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ อยู่ในระดับความพึงพอใจมากที่สุด (x̄ = 4.53, S.D. = 0.56)