ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

รูปแบบการเรียนการสอนภาษาไทยแบบโมเดลการอ่าน 7 ขั้น (APE2G R&T) ร่วมกับเทคนิค KWL Plus เพื่อพัฒนาความเข้าใจในการอ่านภาษาไทยและความคิดสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2โดยสุนทรี หลืองอ่อน

สุนทรี เหลืองอ่อน : รูปแบบการเรียนการสอนภาษาไทยแบบโมเดลการอ่าน 7 ขั้น (APE2G R&T) ร่วมกับเทคนิค KWL Plus เพื่อพัฒนาความเข้าใจในการอ่านภาษาไทยและความคิดสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ผู้ทรงคุณวุฒิ : ผศ.ดร.สุทัศน์ วงศ์กระบากถาวร, ดร. ณัฐวรรณ พุ่มดียิ่ง, ดร. พรรณมาส พรมพิลา ดร. จิรวรรณ สุรเสียง นางเชาวนา อมรส่งเจริญ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาและหาประสิทธิภาพของรูปแบบการเรียนการสอนภาษาไทยแบบโมเดลการอ่าน 7 ขั้น (APE2G R&T) ร่วมกับเทคนิค KWL Plus เพื่อพัฒนาความเข้าใจในการอ่านภาษาไทยและความคิดสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ให้มีคุณภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อประเมินประสิทธิผลของรูปแบบการเรียนการสอนภาษาไทยแบบโมเดลการอ่าน 7 ขั้น (APE2G R&T) ร่วมกับเทคนิค KWL Plus เพื่อพัฒนาความเข้าใจในการอ่านภาษาไทยและความคิดสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โดยเปรียบเทียบความสามารถในการอ่านภาษาไทยเพื่อพัฒนาความเข้าใจในการอ่านของผู้เรียนก่อนและหลังการสอนแบบโมเดลการอ่าน 7 ขั้น (APE2G R&T) ร่วมกับเทคนิค KWL Plus เพื่อความเข้าใจและความคิดสร้างสรรค์ 3) ศึกษาพัฒนาการความคิดสร้างสรรค์ของผู้เรียนและความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อรูปแบบการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้น กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนนครนนท์วิทยา 3 วัดนครอินทร์ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 จำนวน 1 ห้องเรียน มีนักเรียน จำนวน 29 คน โดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยสุ่ม ระยะเวลาในการทดลอง 16 คาบ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย แบบทดสอบวัดความเข้าใจในการอ่านภาษาไทยก่อนและหลังการใช้รูปแบบการเรียนการสอนภาษาไทย แบบทดสอบวัดความคิดสร้างสรรค์ก่อนและหลังการใช้รูปแบบการเรียนการสอนภาษาไทย และแบบประเมินความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่างที่มีต่อรูปแบบการเรียนการสอนที่พัฒนา วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าความเชื่อมั่น แบบวิธีคูเดอร์-ริชาร์ดสัน ค่าความเชื่อมั่นแบบสัมประสิทธิ์แอลฟา ( - Coefficient)สถิติ ที่แบบไม่อิสระ t-test dependent และการวิเคราะห์เนื้อหา

ผลการวิจัยพบว่า

1. รูปแบบการเรียนการสอนภาษาไทยแบบโมเดลการอ่าน 7 ขั้น (APE2G R&T) ร่วมกับเทคนิค KWL Plus เพื่อพัฒนาความเข้าใจในการอ่านภาษาไทยและความคิดสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 แบบโมเดลการอ่าน 7 ขั้น (APE2G R&T) ร่วมกับเทคนิค KWL มีองค์ประกอบ 7 ประการ คือ ความเป็นมาของรูปแบบ 2) แนวคิดที่ใช้เป็นพื้นฐาน 3) หลักการ 4) วัตถุประสงค์ 5) เนื้อหา 6) กระบวนการจัดการเรียนการสอน 7) การวัดและประเมินผลและกระบวนการจัดการเรียนการสอนมี 7 ขั้นตอน คือ 1) ทบทวนความรู้เดิม 2) นำเสนอเนื้อหาสาระใหม่ 3) กระตุ้นการตอบสนองบทเรียน 4) ชี้แนะแนวทางการเรียนรู้ 5) เร่งเร้าความสนใจ 6) สรุป 7) นำไปใช้ โดยที่รูปแบบการเรียนการสอนที่พัฒนามีประสิทธิภาพเท่ากับ 82.26/82.32

2. หลังการเรียนการสอนโดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนแบบโมเดลการอ่าน 7 ขั้น (APE2G R&T) ร่วมกับเทคนิค KWL กลุ่มตัวอย่างมีความสามารถในการอ่านเพื่อความเข้าใจ สูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05

3. ความคิดสร้างสรรค์ของกลุ่มตัวอย่างหลังการเรียนการสอนโดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนแบบโมเดลการอ่าน 7 ขั้น (APE2G R&T) ร่วมกับเทคนิค KWLมีพัฒนาการสูงขึ้นระดับดีมาก ( = 4.32)

4. ความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่างที่มีต่อรูปแบบการเรียนการสอนแบบโมเดลการอ่าน 7 ขั้น (APE2G R&T) ร่วมกับเทคนิค KWL โดยภาพรวมอยู่ในระดับพึงพอใจมากที่สุด ( = 4.71, S.D. = 0.61)

Master of Education (Thai Language Teaching)

Key words : Thai language teaching with 7 models reading. (APE2G R&T) to join with Technic KWL Plus on Task and project Reading comprehension/ creative thinking for students in Pratom 2.

Ms. Suntree Luangorn : Thai language teaching with 7 steps reading. (APE2G R&T) to join with Technic KWL Plus on Task and project Reading comprehension/ creative thinking for elementary school 2. Special expert. Asst.Prof. Dr. Suthat Wongkrabakthavorn, Dr. Nuttawan Poomdeeying., Dr.Phannamas Prompila., Dr. Jirawan Surasiang., Mrs. Chaowana Amornsongcharoen.

The objectives of this research were to 1) study the efficiency of the technical Thai reading with 7 steps reading. (APE2G R&T) to join with Technic KWL Plus on Task and project Model Focusing on Task and Project Based Learning to enhance reading comprehension and creative thinking for elementary school 2. Study the effectiveness of the Technical Thai Reading model focusing on to have quality 80/80 2. To evaluate the effectiveness Thai language teaching with 7 steps reading. (APE2G R&T) to join with Technic KWL Plus on Task and project based learning by comparing Pretest Score and Posttest score after using this model 3. to study the development of creative thinking and the satisfaction towards the developed teaching model. The sample were the elementary school 2 Nakornnonwitttaya 3 Wat Nakhonin Semester 1 academic year 2020. One class has 29 students (cluster random sampling) We use to experiment 16 periods. The instruments were the pretest and posttest reading comprehension test, the test for creative thinking, we use satisfaction survey form to estimate the learning and developing analyze the average, standard deviation, t-test dependent, t-test independent and content analysis.

The findings were us follows :

1. The technical Thai reading Model Focusing on Task and Project Based Learning to enhance reading comprehension and creative thinking for elementary school2 consisted of 7 steps reading (APE2G R&T) to join with Technic KWL Plus to consists with 7 parts of the history 2. based thinking 3. Principle 4. Objective 5. Substance 6. Learning process 7. Measurement and evaluation system and Learning process. The components of this model consisted with 7 procedures. 1. Activate Prior Knowledge 2. Present New Information. 3. Elicit Response. 4. Guide learning. 5.Grain Attention. 6. Review. 7. Transfer a format of Learning Process to developing the capability with 82.26/82.32

2. The ability of reading comprehension of the students after using this Thai reading with 7 steps reading. (APE2G R&T) to join with Technic KWL Plus on Task and project Model Focusing on Task and Project Based Learning were significantly higher than before the developed model at 0.5

3. The development of creative thinking after using this Thai reading with 7 steps reading (APE2G R&T) to join with Technic KWL Plus on Task and project Models were in the best level (X=4.32)

4. The students’ satisfaction towards this Thai reading with 7 steps reading (APE2G R&T) to join with Technic KWL Plus on Task and project Models. All perspectives were in the high satisfy (x=4.71 s.d. = 0.61)

โพสต์โดย นก : [22 ธ.ค. 2564 เวลา 16:27 น.]
อ่าน [101773] ไอพี : 110.168.55.108
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 5,520 ครั้ง
วันไหว้ครู ที่มาและความสำคัญของวันไหว้ครู และพิธีปฏิบัติ
วันไหว้ครู ที่มาและความสำคัญของวันไหว้ครู และพิธีปฏิบัติ

เปิดอ่าน 20,752 ครั้ง
ประติมากรรมรูปเคารพ
ประติมากรรมรูปเคารพ

เปิดอ่าน 38,280 ครั้ง
ย้อนอดีตสอนภาษาไทย : แจกลูก-สะกดคำ
ย้อนอดีตสอนภาษาไทย : แจกลูก-สะกดคำ

เปิดอ่าน 18,317 ครั้ง
ลายมือนักธุรกิจเงินล้าน
ลายมือนักธุรกิจเงินล้าน

เปิดอ่าน 20,771 ครั้ง
เกมส์
เกมส์

เปิดอ่าน 11,654 ครั้ง
จำกันได้ไหม? "คลิปฝรั่งเกลียดเมืองไทย" ล่าสุดได้รางวัลโฆษณาส่งเสริมการท่องเที่ยวยอดเยี่ยม!!
จำกันได้ไหม? "คลิปฝรั่งเกลียดเมืองไทย" ล่าสุดได้รางวัลโฆษณาส่งเสริมการท่องเที่ยวยอดเยี่ยม!!

เปิดอ่าน 43,354 ครั้ง
นักเทคโนโลยีการศึกษา
นักเทคโนโลยีการศึกษา

เปิดอ่าน 10,522 ครั้ง
ระวังตกเป็นคนนิสัยเสียโดยไม่รู้ตัว
ระวังตกเป็นคนนิสัยเสียโดยไม่รู้ตัว

เปิดอ่าน 21,843 ครั้ง
ประโยชน์จากฟักเขียว
ประโยชน์จากฟักเขียว

เปิดอ่าน 2,536 ครั้ง
ส่อง 10 เทรนด์เทคโนโลยีด้านเฮลท์แคร์ ปี 2023
ส่อง 10 เทรนด์เทคโนโลยีด้านเฮลท์แคร์ ปี 2023

เปิดอ่าน 18,236 ครั้ง
มาดู 6 วิธีหลีกหนี "สิว"
มาดู 6 วิธีหลีกหนี "สิว"

เปิดอ่าน 33,818 ครั้ง
10 อาชีพเสี่ยงตกงาน "สูง"!!!
10 อาชีพเสี่ยงตกงาน "สูง"!!!

เปิดอ่าน 4,313 ครั้ง
ศรีลังกาสั่งปิดโรงเรียน-หน่วยราชการ ให้จนท.ทำงานที่บ้านประหยัดน้ำมัน
ศรีลังกาสั่งปิดโรงเรียน-หน่วยราชการ ให้จนท.ทำงานที่บ้านประหยัดน้ำมัน

เปิดอ่าน 2,814 ครั้ง
ค่าสอบ TOEIC เท่าไร ? พร้อมเผยทุกเรื่องที่ควรรู้ก่อนไปสอบ
ค่าสอบ TOEIC เท่าไร ? พร้อมเผยทุกเรื่องที่ควรรู้ก่อนไปสอบ

เปิดอ่าน 20,112 ครั้ง
ประกาศ เรื่องรายชื่อหลักสูตรการพัฒนาข้าราชการครู ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เพิ่มเติม)
ประกาศ เรื่องรายชื่อหลักสูตรการพัฒนาข้าราชการครู ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เพิ่มเติม)

เปิดอ่าน 32,794 ครั้ง
เทคนิคเพิ่มความเร็วในการอ่านภาษาอังกฤษ
เทคนิคเพิ่มความเร็วในการอ่านภาษาอังกฤษ
เปิดอ่าน 9,846 ครั้ง
ความผูกพันสำคัญต่อองค์กรอย่างไร ?
ความผูกพันสำคัญต่อองค์กรอย่างไร ?
เปิดอ่าน 11,968 ครั้ง
ทำไมหนอ ผู้หญิงถึงชอบรองเท้าส้นสูง
ทำไมหนอ ผู้หญิงถึงชอบรองเท้าส้นสูง
เปิดอ่าน 10,205 ครั้ง
เชื้อโควิดอยู่ในร่างกายได้กี่วัน หายป่วยแล้วยังแพร่เชื้อได้อีกหรือไม่
เชื้อโควิดอยู่ในร่างกายได้กี่วัน หายป่วยแล้วยังแพร่เชื้อได้อีกหรือไม่
เปิดอ่าน 8,314 ครั้ง
ทำอย่างไร?...ถึงจะทำให้คนในชาติเกิดค่านิยมไทย
ทำอย่างไร?...ถึงจะทำให้คนในชาติเกิดค่านิยมไทย

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ