ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

แนวทางการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานคุณธรรมเพื่อส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมของนักเรียนโรงเรียนแกสำโรงวิทยา

ชื่อเรื่อง แนวทางการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานคุณธรรมเพื่อส่งเสริม

คุณธรรมจริยธรรมของนักเรียนโรงเรียนแกสำโรงวิทยา

ผู้วิจัย นางสาวมฆพร เกษนอก

หน่วยงาน โรงเรียนแกสำโรงวิทยา

ปีที่พิมพ์ 2563

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแนวทางการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานคุณธรรมเพื่อส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมของนักเรียนโรงเรียนแกสำโรงวิทยา วิธีดำเนินการวิจัยใช้กระบวนการวิจัยและพัฒนา แบ่งเป็น 6 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาสภาพปัจจุบันคุณธรรมจริยธรรมของนักเรียนโรงเรียนแกสำโรงวิทยา ขั้นตอนที่ 2 การพัฒนาและตรวจสอบการจัดการเรียนรู้ของครูโดยใช้โครงงานคุณธรรมเพื่อส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมของนักเรียนโรงเรียนแกสำโรงวิทยา ขั้นตอนที่ 3 การพัฒนาและหาประสิทธิภาพแนวทางการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานคุณธรรมเพื่อส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมของนักเรียนโรงเรียนแกสำโรงวิทยา ขั้นตอนที่ 4 การใช้แนวทางการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานคุณธรรมเพื่อส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมของนักเรียนโรงเรียนแกสำโรงวิทยา ขั้นตอนที่ 5 การประเมินแนวทางการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานคุณธรรมเพื่อส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมของนักเรียนโรงเรียนแกสำโรงวิทยา ขั้นตอนที่ 6 เผยแพร่แนวทางการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานคุณธรรมเพื่อส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมของนักเรียนโรงเรียนแกสำโรงวิทยา เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 เป็นแบบกรอกข้อมูลจากเอกสาร แบบสำรวจสภาพปัญหา ความต้องการ ขั้นตอนที่ 2 เป็นแบบประเมินความเหมาะสมของการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานคุณธรรมเพื่อส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมของนักเรียนโรงเรียนแกสำโรงวิทยา ขั้นตอนที่ 3 เป็นแบบประเมินความเหมาะสมของแนวทางการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานคุณธรรมเพื่อส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมของนักเรียนโรงเรียนแกสำโรงวิทยา ระยะที่ 4 เป็นแบบประเมินคุณธรรมจริยธรรมของนักเรียน เอกสารประกอบแนวทางการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานคุณธรรมเพื่อส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมของนักเรียนโรงเรียนแกสำโรงวิทยา ระยะที่ 5 เป็นแบบสอบถาม ขั้นตอนที่ 6 เป็นแบบสำรวจ เครื่องมือทั้ง 6 ขั้นตอน ผ่านการหาค่า IOC ค่าความความยากง่าย ค่าอำนาจจำแนก ค่าความเชื่อมั่น และทดลองหาประสิทธิภาพครั้งที่ 1-3 ผ่านการประเมินความเหมาะสมของผู้เชี่ยวชาญ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ แบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มผู้บริหารสถานศึกษา 2) กลุ่มครูผู้สอน 3) กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ และ 4) กลุ่มนักเรียน ได้มาทั้งการสุ่มแบบง่าย และการสุ่มแบบเจาะจง (purposive sampling) การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) หาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย(Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)

ผลการวิจัย พบว่า

1. ผลการศึกษาสภาพปัจจุบันคุณธรรมจริยธรรมของนักเรียนโรงเรียนแกสำโรงวิทยา พบว่า หน่วยงานทางการศึกษามีความคาดหวังว่า การพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานคุณธรรมเพื่อส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมของนักเรียนโรงเรียนแกสำโรงวิทยา จะช่วยพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณธรรมจริยธรรมตามที่หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กำหนด

2. ผลการพัฒนาและตรวจสอบการจัดการเรียนรู้ของครูโดยใช้โครงงานคุณธรรมเพื่อส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมของนักเรียนโรงเรียนแกสำโรงวิทยา พบว่า การจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานคุณธรรม ประกอบด้วย พี่น้องร้องเพลงชาติ เก่งกาจพาท่องวัด ปฏิบัติวิถีพุทธ บริสุทธิ์ได้ของคืน ชื่นใจทำความดี มีวินัยในตนเอง เก่งเรื่องแต่งกายดี มีนิสัยสร้างนิสัย คิดได้ง่ายเพียงนิด จิตก้าวไกลด้วย IT วิธีง่ายจ่ายคล่อง มองครัวรั้วกินได้ ใช้แต้มนี้มีที่มา หนูจ๋าหนูทำได้ ภาษาไทยน่ารู้ ดูอย่างน้องไหว้พี่ ดูดีเรารักษ์ไทย ใสใจรักษ์โรงเรียน พากเพียรพี่สอนน้อง ท่องนิทานให้น้องฟัง โดยผ่านกระบวนการเรียนรู้ 6 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 เตรียมความพร้อม ขั้นตอนที่ 2 เลือกปัญหาที่จะศึกษา ขั้นตอนที่ 3 วางแผนการทำโครงงาน ประกอบด้วย 6 ขั้นตอนย่อย ได้แก่ 1) กำหนดวัตถุประสงค์ 2) ตั้งสมมติฐาน 3) กำหนดขอบเขตการศึกษา 4) กำหนดวีการดำเนินงาน 5) กำหนดวิธีการสร้างสรรค์ชิ้นงาน 6) ศึกษาหลักการและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง ขั้นตอนที่ 4 ลงมือปฏิบัติตามแผน ประกอบด้วย 4 ขั้นตอนย่อย ได้แก่ 1) เก็บรวบรวมข้อมูล 2) วิเคราะห์ข้อมูล 3) ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม 4) สร้างและเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณะ ขั้นตอนที่ 5 เขียนรายงาน ขั้นตอนที่ 6 ประเมินผลการทำโครงงาน

3. ผลการพัฒนาและตรวจสอบแนวทางการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานคุณธรรมเพื่อส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมของนักเรียนโรงเรียนแกสำโรงวิทยา พบว่า กิจกรรมพัฒนาครู ประกอบด้วย 3 กิจกรรม ได้แก่ 1) การฝึกอบรมอย่างเข้ม 2) การพัฒนาตนเอง 3) การเป็นพี่เลี้ยง

4. ผลการทดลองใช้แนวทางการครูด้านการจัดการเรียนรู้ของครูโดยใช้โครงงานคุณธรรมเพื่อส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมของนักเรียนโรงเรียนแกสำโรงวิทยา พบว่า

4.1 นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้ของครูโดยใช้โครงงานคุณธรรมเพื่อส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมของนักเรียนโรงเรียนแกสำโรงวิทยาที่พัฒนาขึ้น อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

4.2 ค่าเฉลี่ยคะแนนคุณธรรมจริยธรรมหลังเรียนของนักเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้ของครูโดยใช้โครงงานคุณธรรมเพื่อส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมของนักเรียนโรงเรียนแกสำโรงวิทยา ที่พัฒนาขึ้น สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด (ร้อยละ 70)

5. ผลการประเมินแนวทางการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานคุณธรรมเพื่อส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมของนักเรียนโรงเรียนแกสำโรงวิทยา ในด้านบริบท ปัจจัยนำเข้า กระบวนการ และหลักสูตรผลผลิต ภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดับมากที่สุด

6. ผลการศึกษาวิธีการเผยแพร่แนวทางการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานคุณธรรมเพื่อส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมของนักเรียนโรงเรียนแกสำโรงวิทยา พบว่า มีการเผยแพร่ในรูปแบบเอกสารและแบบออนไลน์

ข้อค้นพบจากการวิจัย

จากแนวทางการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานคุณธรรมเพื่อส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมของนักเรียนโรงเรียนแกสำโรงวิทยา ด้านครูผู้สอน พบว่า ครูผู้สอนมีความรู้ มีการพัฒนาตนเอง ผู้บริหารสถานศึกษาเป็นพี่เลี้ยง ทำให้ครูจัดแผนการจัดการเรียนรู้ นำแผนสู่การปฏิบัติและจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานคุณธรรมเพื่อส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม ส่งผลให้นักเรียนมีคุณธรรมจริยธรรมตามที่หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กำหนด ผู้ปกครองนักเรียน ชุมชน ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง มีความรู้ความเข้าใจ เห็นคุณค่าในการใช้โครงงานคุณธรรมเพื่อส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมของนักเรียน ครู ผู้ปกครองนักเรียน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง มีความเห็นสอดคล้องกันว่าควรจะมีการนำโครงงานคุณธรรมจริยธรรมมาใช้ในการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมอย่างต่อเนื่อง โดยคำนึงถึงความเหมาะสมกับวัย สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบันและก่อให้เกิดประโยชน์กับผู้เรียนอย่างแท้จริง

โพสต์โดย มฆพร เกษนอก : [23 พ.ย. 2564 เวลา 12:39 น.]
อ่าน [101601] ไอพี : 223.205.221.118
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 12,494 ครั้ง
เด็กแรกเกิด เรียนไวกว่าผู้ใหญ่ มีฐานการเรียนรู้ขณะนอนหลับติดมากับตัว
เด็กแรกเกิด เรียนไวกว่าผู้ใหญ่ มีฐานการเรียนรู้ขณะนอนหลับติดมากับตัว

เปิดอ่าน 12,206 ครั้ง
จดหมายฉบับที่ 36 ถึงนายกรัฐมนตรี+รมว.ศธ. เรื่อง ยกเลิกวิธีนำร่องในการปรับลดเวลาเรียน
จดหมายฉบับที่ 36 ถึงนายกรัฐมนตรี+รมว.ศธ. เรื่อง ยกเลิกวิธีนำร่องในการปรับลดเวลาเรียน

เปิดอ่าน 33,877 ครั้ง
ไขปัญหาเกี่ยวกับ สถิติ วัดผล และวิจัย ตอนที่ 1
ไขปัญหาเกี่ยวกับ สถิติ วัดผล และวิจัย ตอนที่ 1

เปิดอ่าน 16,458 ครั้ง
ทำไมคนไทยปฏิรูปการศึกษาไม่ได้ผล
ทำไมคนไทยปฏิรูปการศึกษาไม่ได้ผล

เปิดอ่าน 20,954 ครั้ง
ตู้เก็บเอกสาร ในห้องเรียนมีประโยชน์อย่างไร
ตู้เก็บเอกสาร ในห้องเรียนมีประโยชน์อย่างไร

เปิดอ่าน 10,878 ครั้ง
เคล็ดลับการดูแลเท้า
เคล็ดลับการดูแลเท้า

เปิดอ่าน 46,263 ครั้ง
โบราณคดีพระราชวังจันทร์ พิษณุโลก
โบราณคดีพระราชวังจันทร์ พิษณุโลก

เปิดอ่าน 35,510 ครั้ง
สรรพคุณทางยาของ "ผักแขยง"
สรรพคุณทางยาของ "ผักแขยง"

เปิดอ่าน 16,772 ครั้ง
ลายมือคนใจมีเมตตาธรรม
ลายมือคนใจมีเมตตาธรรม

เปิดอ่าน 19,985 ครั้ง
กำราบหวัดร้ายด้วยฟ้าทะลายโจร
กำราบหวัดร้ายด้วยฟ้าทะลายโจร

เปิดอ่าน 115,978 ครั้ง
LMS คืออะไร
LMS คืออะไร

เปิดอ่าน 24,675 ครั้ง
แกว่งแขนลดพุง แถมรักษาโรคได้เพียบ!
แกว่งแขนลดพุง แถมรักษาโรคได้เพียบ!

เปิดอ่าน 21,819 ครั้ง
17 ประโยคที่ผู้นำมักพูดทุกวัน
17 ประโยคที่ผู้นำมักพูดทุกวัน

เปิดอ่าน 28,465 ครั้ง
การพัฒนาการวิจัยโดยใช้รูปแบบ
การพัฒนาการวิจัยโดยใช้รูปแบบ

เปิดอ่าน 42,645 ครั้ง
เข้าใจการวางแผนสื่อโฆษณา covid-19 ช่วยธุรกิจปรับตัวได้ดีขึ้น
เข้าใจการวางแผนสื่อโฆษณา covid-19 ช่วยธุรกิจปรับตัวได้ดีขึ้น

เปิดอ่าน 30,321 ครั้ง
9 อาการป่วยเพราะน้ำ(ในตัว) ขึ้น-ลง
9 อาการป่วยเพราะน้ำ(ในตัว) ขึ้น-ลง
เปิดอ่าน 62,702 ครั้ง
ฟรีระบบเว็บไซต์โรงเรียน (ไม่ใช้ดาต้าเบส)
ฟรีระบบเว็บไซต์โรงเรียน (ไม่ใช้ดาต้าเบส)
เปิดอ่าน 37,375 ครั้ง
6 ข้อต้องรู้! รบ.แจงผ่อนปรน นั่งแค็บ-ท้ายกระบะ
6 ข้อต้องรู้! รบ.แจงผ่อนปรน นั่งแค็บ-ท้ายกระบะ
เปิดอ่าน 24,447 ครั้ง
เกณฑ์มาตรฐานอัตรากำลังในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
เกณฑ์มาตรฐานอัตรากำลังในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
เปิดอ่าน 27,625 ครั้ง
ความสำคัญของการศึกษาปฐมวัย
ความสำคัญของการศึกษาปฐมวัย

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ